
'เตอร์'เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส
เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส : 'เตอร์' หนุ่มมรภ.เพชรบุรี
"ตอนแรกๆ ก็อาย แต่พอคิดว่าถ้าทำด้วยความสุจริต ทำให้บ้านเมืองสะอาด จะอายทำไม แม่ยังทำได้ เราก็ต้องทำได้ หลังจากนั้นก็ไปช่วยแม่กวาดขยะอย่างไม่อายใคร ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษา เรียนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล 7 บ้านหนองตาพด พอเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 โรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี เตอร์ เริ่มทำงาน เสิร์ฟอาหาร ตามร้านอาหาร มีเวลาว่างก็ทำโบติดผมนักเรียนหญิงมัธยม, เขียนป้ายโฆษณาต่างๆ แล้วแต่จะมีใครมาจ้าง การจ้างงานผู้ว่าจ้างใช้วิธีบอกปากต่อปากเพื่อหารายได้ช่วยแม่" เตอร์” หรือ บุญฤทธิ์ แตงอ่อน ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น "ทัตเทพธาดา หิริวรากร" อายุ 22 ปี กล่าว
ปัจจุบัน เตอร์เป็นนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ฝึกงานอยู่ที่ศูนย์สารสนเทศและการประชาสัมพันธ์ (มศว) ประสานมิตร พ่อแม่ "เตอร์" แยกทางกันตั้งแต่เขาอายุ 2 ขวบ เขาเริ่มทำงานช่วยเหลือตัวเองและแม่ "ลมัย เผือกเงิน" พนักงานกวดขยะของเทศบาลตำบลนายาง จ.เพชรบุรี มาตั้งแต่อายุ 13 ปี ทำให้เขาเข้มแข็ง การทำงานตั้งแต่เด็กเป็นเสมือนวัคซีนป้องกันโรคำให้ เตอร์ เข้มแข็ง งานแรกๆ คือ การช่วยแม่กวาดขยะบนท้องถนน ทุกๆ วันหยุดจากการเรียน ปัจจุบันเขาต้องทำงานรายได้พิเศษ ในระหว่างการเรียนปริญญาตรี ด้วยการรับจ้างพิมพ์งาน รับงานพิธีกรในงานต่างๆ บ้าง และขายครีมบำรุงผิว รับจ้างพิมพ์งาน เก็บเล็กผสมน้อยเพื่อผ่อนรถมอเตอร์ไซค์ เป็นรถฟีโน่มือ 2 มันคือ “ความภูมิใจ“ ที่หาเงินเพื่อเป็นเจ้าของมันได้ด้วยตัวเอง
เตอร์ ผ่านชีวิตการทำงานมาทุกรูปแบบตั้งแต่กวาดขยะ เด็กเสริฟ์ กรรมกรงานก่อนสร้าง ช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เตอร์ทำงานก่อสร้าง ”ได้ค่าจ้างรายวัน ทำงานช่วงปิดเทอม ทำทุกอย่าง ยกอิฐ ผสมปูน แบกไม้ แบกเหล็ก ได้วันละ 100 บาท จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 เตอร์ตัดสินใจว่าตัวเองจะไม่เรียนต่อ แต่แม่ก็ย้ำเสมอว่า “ต้องเรียน การเรียนหนังสือจะทำให้ได้รับโอกาสที่ดีๆ ในชีวิต ไม่มีใครมาดูถูกได้” ทำให้เขาตั้งใจเรียนที่ต่อจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องเรียนปริญญาตรี แม่ของเขาก็ต้องเข้ารับการรักษาตัวมะเร็งเต้านมที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถึงวันนี้แม่ไปตรวจมะเร็ง หมอบอกว่า “มะเร็งแม่ไม่ลุกลาม“
“ช่วงระหว่างเรียนปริญญาตรี แม่ทำกับข้าวให้ทุกอาทิตย์ เช่น ตำน้ำพริก, ไข่ต้ม, ผัดกะเพรา, หมูทอด, หน่อไม้ต้ม, ผมขับมอเตอร์ไซค์กลับไปเอากับข้าวฝีมือแม่ที่ชะอำทุกอาทิตย์ กับข้าวของแม่ทำให้ประหยัดเงินได้เยอะมาก เพราะแม่ทำกับข้าวให้ครั้งหนึ่งเยอะกินได้ทั้งอาทิตย์ แม่ไม่ใช่แค่สอนให้รู้จักประหยัดเงิน แต่แม่ยังช่วยทำให้ประหยัดเงินโดยการทำกับข้าวให้ทุกอาทิตย์อีกด้วย”
อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกว่า “ปริญญาทำให้คนมีงานทำ กิจกรรมทำให้คนทำงานเป็น” ประโยคนี้ยังจำได้ขึ้นใจ และนำมาเป็นหลักในการเรียนปริญญาตรี 4 ปี การทำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียน นำความรู้จากที่เรียนมาใช้ประโยชน์และยังได้ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ได้พบเจอผู้คนดีๆ มากมาย ถือเป็น “โอกาสที่ดี” สำหรับชีวิต



