ไลฟ์สไตล์

คอฟฟี่เบรก : 'เอี้ยว' ชัยพร นำประทีป

คอฟฟี่เบรก : 'เอี้ยว' ชัยพร นำประทีป

04 ม.ค. 2557

คอฟฟี่เบรก : มาร้องเพลงเพื่อโลกสวยกันดีกว่า 'เอี้ยว' ชัยพร นำประทีป : โดย...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์

 

                          "สิ่งที่เห็นตอนนี้คือ อคติของคน ผมอยากชวนเราคิดกันว่า อคติ ตรงข้ามกับสติ หรือเปล่า"

 

                          "เอี้ยว" ชัยพร นำประทีป นักเขียนเพลงบรรเลงชีวิต อดีตศิลปินเปิดหมวกเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ปัจจุบันยังคงเล่นดนตรี ร้องเพลงแทรกคติธรรมอย่างไม่ขึ้นอยู่กับธุรกิจ เขากำลังจะมีผลงานมหากาพย์ชีวิตของท่านพุทธทาสภิกขุ ออกมาให้เด็กไทยได้ฟัง อ่าน และชมกันในเร็ววันนี้ 

                          เราชวนเอี้ยวแวะพักคุยกันถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาในความเป็นเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยว่า ...ขณะนี้ คนไทยกำลังทำอะไรกันอยู่ ? 

                          "คำพูดทางพระเขาบอกว่า ถ้ามีสติ ปัญหาเรื่องใหญ่จะกลายเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้ามีอคติ เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ จริงหรือไม่ ผมคิดว่า อคติ ทำให้พินิจพิจารณาอะไรไม่รอบด้าน พอไม่รอบด้าน ด้วยความอคติ ทำให้คนเข้าข้างในสิ่งที่เขาเชื่อ เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว คือแต่ละคน ผมเชื่อว่า กำลังทำอะไรก็ตามในนามของความดี วิธีคิดอย่างนี้ ทุกคนก็คิดได้เหมือนกัน ใครๆ ก็คิดว่าทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ตอนนี้ ไม่ว่าจะแดง หรือไม่แดง เราใช้คำว่า มันเหมือนกันเลย คือ ถ้าเราคิดว่าทำดีแล้ว ใครว่าก็ไม่ฟัง"

                          เราเป็นอย่างนั้นกันหรือไม่?

                          เอี้ยว ให้เราต่างหันมาถามตัวเราว่า จริงหรือเปล่า ที่เราคิดน่ะถูกแล้ว

                          "คนที่ไม่ยุ่งกับการเมืองที่ผ่านมาก็โดนด่าอีกว่าเป็นพวกมองโลกสวย คือโดนสองพวกด่าเลย แล้วแต่ที่เขาจะสรรหาคำมาพูด ถึงที่สุด ผมเป็นห่วงว่า ความรู้สึกร้าวลึก กำลังเริ่มต้นขึ้น ถ้าคุณด่าใครคนหนึ่งทุกวัน ไม่เคยมองเขาในแง่ดีเลย แม้ว่า ข้อดีเขาอาจมีอยู่บ้าง เราก็ไม่เคยพยายามที่จะมองให้เห็น สมมุติว่า ถ้าคนหนึ่งถูกต้อนให้เข้ามุมไป สร้างความเกลียดชังกันโดยไม่รู้ตัว ลองมองข้ามช็อตไปที่ว่า เมื่อไล่รัฐบาลปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกไปได้ แล้วสุเทพ เทือกสุบรรณ ตั้งสภาประชาชนขึ้นมา คิดหรือว่า แดงจะไม่ออกมา ถ้าออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร จะว่าอย่างไร แดงเขาก็สามารถที่จะไม่ยอมรับรัฐบาลชั่วคราวของคุณได้เหมือนกัน ไม่ตีกันหรือ"

                          สำหรับศิลปิน ทำอะไรที่สื่อสารสิ่งเหล่านี้ออกไป

                          "เราก็พยายามเขียน พยายามพูด แล้วก็โดนหาว่าเป็นพวกมองโลกสวย งั้น ผมคิดว่า ทางออกของผมคือ ชวนกันมาร้องเพลงเพื่อโลกสวยดีกว่า เพราะเราอยู่ในสังคมผู้ใหญ่เลี้ยงแกะกันมานาน มันเชื่อถือกันไม่ได้ แต่มันสอนให้เด็กเป็นคนซื่อสัตย์และน่าเชื่อถือ มันจะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อผู้ใหญ่เป็นอย่างนี้ก็จะผลิตเด็ก คนรุ่นใหม่ออกมาแบบนี้ เราก็ทำหน้าที่เล็กๆ ในการทำเพลงให้เด็กเห็นความจริง ให้วัยรุ่นรู้จักตัวเองอย่างแท้จริงก่อน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากก่อนจะนำไปสู่ความรับผิดชอบที่ใหญ่ขึ้นในชีวิต "

                          เอี้ยวมองว่า การสอนเด็กได้ มันต้องเริ่มจากความซื่อสัตย์ในตนเองก่อน

                          "เรามีเพลงร่วมสมัยเพลงหนึ่ง เกี่ยวกับการละวางตัวตน รวมทั้งเรื่องราวของท่านพุทธทาสที่เรานำมาเขียนเป็นเพลง ก็พูดถึงการละวางตัวตน เช่นเพลง 'วาง' หรือเพลง 'ดั่งร้อยมาลัย' อันที่จริงแล้ว เราต่างมีตัวตน การอยู่ร่วมกันก็เหมือนการร้อยมาลัย ดอกไม้ที่ไม่ต้องสมบูรณ์แต่พอนำมาร้อยเป็นมาลัยก็สวยงามได้ เราเข้าใจว่า นี่คือหนึ่งในพระสูตรที่กล่าวถึงดอกไม้ทั้งไม่สมบูรณ์และสมบูรณ์ก็สามารถนำมาร้อยเป็นมาลัยที่สวยงามได้ "

                          สำหรับการสื่อสารให้เข้าใจกัน จากการภาวนาในชีวิตประจำวันของเอี้ยวเห็นว่า จริงๆ เราต้องมีพื้นที่ว่างพอในใจก่อน หรือละวางความคิด อัตตาตัวตนของเราก่อน การสื่อสารเช่นนี้จึงจะเข้าไปถึงใจให้เราใคร่ครวญกันได้

                          "และไม่จำเป็นว่าเป็นเรื่องเพลงอย่างเดียว ตัวอักษรก็สามารถนำไปสู่การละวางได้ เพราะการละวางทำให้เห็นอคติในตัวเอง มันนำไปสู่การพิจารณาอะไรได้รอบด้านมากขึ้น พระพุทธเจ้า และครูบาอาจารย์มากมายก็บอกเรามาตั้งนานแล้ว หลวงปู่ชา สุภัทโท ก็มรณภาพไปแล้ว ท่านพุทธทาสก็สิ้นไปแล้ว ครูบาอาจารย์กำลังทยอยจากเราไป ถ้าเราไม่หัดพิจารณา หรือมีจิตศรัทธาแล้ว เราจะน้อมนำมาปฏิบัติในชีวิตเราได้หรือไม่ เพราะถ้าเรามัวแต่มองด้านที่ไม่ดีของกันและกัน มันจะแย่"

                          "เรานำข้อคิดของท่านพุทธทาสมาทำเพลงหนึ่งชื่อ บาปลึก กับบาปใหญ่ คือตอนนี้คนเราเมามันกับการสนับสนุนความคิดตนเอง แล้วก็ไม่ค่อยเคารพความคิดคนอื่น ถ้าเราคิดว่าเราดีกว่าเขา เราถูกกว่าเขา มันจะนำไปสู่ความยึดมั่นในตนเอง แล้วก็มองคนอื่นไม่ดี แต่จริงๆ แล้ว ความไม่ดี หรือความดี มันเป็นเรื่องของการกระทำคนคน ในสภาวะหนึ่ง ซึ่งมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอทั้งสองอย่าง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป"

                          มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า เรามักจะหาความถูกต้องจากคนอื่น แต่เราไม่เคยคิดที่จะทำตัวเองให้ถูกต้อง ท่านว่าจริงหรือไม่

 

 

------------------------

(คอฟฟี่เบรก : มาร้องเพลงเพื่อโลกสวยกันดีกว่า 'เอี้ยว' ชัยพร นำประทีป : โดย...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์)