ไลฟ์สไตล์

ส่งกรมบัญชีกลางชี้ขาดขรก.ร่วมจ่ายค่ายา

ส่งกรมบัญชีกลางชี้ขาดขรก.ร่วมจ่ายค่ายา

19 มิ.ย. 2552

นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในการประชุมของผู้อำนวยการโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ให้การรักษาผู้ป่วยมากกว่า 1 แสนครั้งต่อปี จำนวน 34 แห่ง

 โดยมีกรมบัญชีกลางเป็นเจ้าภาพเกี่ยวกับงบประมาณค่าใช้จ่ายของสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลที่รัฐตั้งงบประมาณในปี 2552 จำนวน 4.85 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551-12มิถุนายน 2552 ใช้งบไปแล้ว 41,685 ล้านบาท เหลือเพียง 6,815 ล้านบาทสำหรับใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนก่อนหมดปีงบประมาณ 2552 ซึ่งรัฐบาลระบุว่าไม่ให้นำเงินคงคลังมาใช้ในกรณีดังกล่าวอีก หากมีการใช้จ่ายเกิน ในที่ประชุมจึงมีมติให้ข้าราชการร่วมจ่ายในเรื่องของค่ายา

 “ในที่ประชุมคณะกรรมการผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีมติตกลงกันว่าต้องมีการร่วมจ่ายในกลุ่มยาต้นตำรับที่มียาสามัญสามารถรักษาโรคแทนได้ด้วย โดยสามารถเบิกจ่ายได้ทั้งหมดตามปกติ แต่ในส่วนยาต้นตำรับอาจมีการให้ร่วมจ่ายสัดส่วนเท่าใดนั้นยังไม่มีการระบุแน่ชัดเพื่อให้แพทย์และผู้ป่วยเลือกใช้ยาสามัญแทนยาต้นตำรับ โรคที่สามารถใช้ยาได้สองชนิดก็ควรเลือกยาถูกที่มีคุณภาพที่โรงพยาบาลคัดเลือกแล้ว ส่วนโรคที่จำเป็นต้องใช้ยาต้นตำรับรักษาโรคโดยไม่มียาสามัญทดแทนก็สามารถเบิกได้ตามปกติ” นพ.ธันย์กล่าว

 ทั้งนี้ในอนาคตเชื่อว่าการร่วมจ่ายในเรื่องค่ายาจะเกิดขึ้นในไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะยา 10 อันดับต้นๆ ที่มีการใช้เป็นจำนวนมากของคนไทย ข้อเสนอของผู้อำนวยการโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สรุปกันนี้คงต้องรีบดำเนินการภายในเร็วๆ นี้ เพราะหากไม่ดำเนินการงบประมาณที่มีอยู่คงทำให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่รับรักษาข้าราชการเกิดความลำบากอย่างแน่นอน จะเสนอให้กรมบัญชีกลางดำเนินการเรื่องโคเพย์เมนต์ในเร็ววัน เพื่อให้แก้ไขปัญหาการใช้จ่ายได้ ขณะเดียวกันจะมีส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมยาในประเทศที่ผลิตดีมีคุณภาพได้รับการอุดหนุนจากที่ผู้ป่วยไทยเลือกใช้ยามากขึ้น