ไลฟ์สไตล์

นับหนึ่งทำอะไรดีเริ่มปีใหม่

นับหนึ่งทำอะไรดีเริ่มปีใหม่

01 ม.ค. 2557

โซไซตี้ : นับหนึ่งทำอะไรดีเริ่มปีใหม่

 

                         "จริงๆ ถ้าเรารู้ว่าอะไรไม่ดีก็ควรตัดสินใจเปลี่ยนเลย บางคนบอกว่าปีใหม่จะไม่ทำโน่นทำนี่ ไม่ต้องรอแล้ว ลงมือทำทันทีดีกว่าคิดได้เมื่อสาย..."

                         ปีใหม่เป็นนิมิตหมายที่ดีของใครหลายคนที่จะเริ่มต้นคิดใหม่ทำใหม่เพื่อให้ทั้งปีมีแต่ความสุขความเจริญในชีวิต ซึ่งปีมะเมียหนนี้ว่ากันว่าเป็น "ม้าแห่งรุ่งโรจน์" นับเป็นแรงกระตุ้นชั้นเยี่ยมอย่างหนึ่ง แต่จะวิ่งไวเป็นลิงโลดหรือค่อยๆ ย่องอย่างสุขุม ล้วนมีจุดหมายเดียวกันนั่นคือ "ทำให้ดียิ่งขึ้น" ...ว่าแต่ทฤษฎีนี้จะมีใครเห็นพ้องหรือมองต่าง ลองไปถาม "คนดัง" ในวงสังคมว่าพวกเขาใช้โอกาสนี้อย่างมีความหมายอย่างไร...

                         เป็นสาวใฝ่เรียนรู้ และไม่ลืมถ่ายทอดปัญญาเป็นวิทยาทานสู่ผู้อื่น "ยูกิ" อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ แฟชั่นดีไซเนอร์ และครูสอนหนังสือเด็กวัด บอกว่า หลังจากมุ่งมั่นสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ ที่โรงเรียนวัดราชสิงขร กรุงเทพฯ มากว่า 2 ปีแล้ว ปีม้าตั้งใจจะขยายความรู้ไปสอนให้น้องๆ ในต่างจังหวัดบ้าง โดยเฉพาะเด็กๆ บนดอยที่ยังไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาทัดเทียมเด็กๆ ในตัวเมือง ซึ่งสิ่งที่ทำให้ยังคงตั้งใจไม่ท้อถอยอาจเพราะเวลาสอนจะรู้สึกมีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ความรู้ ซึ่งไม่จำกัดอยู่ที่เงินทองหรือสิ่งของ และการเดินทางไปสอนก็ถือโอกาสไปซึมซับวิถีชีวิตชาวบ้าน ได้อยู่ในสังคมที่แปลกใหม่เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานได้ด้วย

                         มาที่ "สร้อย" ธาราวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บัณฑิตป้ายแดงจากรั้วธรรมศาสตร์ ตอนนี้ไฟแรงสุดๆ เจ้าตัวบอกอยากถือฤกษ์ปีใหม่ในการเริ่มต้นเอาความรู้ที่ร่ำเรียนมาไปทำงานจริงๆ จังๆ เสียที โดยมีที่หมายนั่นคือการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เป็นพนักงานบริการภาคพื้นที่ลุยงานได้ทุกโอกาส และคาดหวังว่าปีอาชาว่องไวจะนำพาให้ตัวเองมีพละกำลังในการทำงานและประสบความสำเร็จด้วยดี

                         "จริงๆ จบปีนี้แต่รอทรานสคริปต์อยู่เพื่อนำไปยื่นในวันสมัครและสอบเข้างาน ก็คุยกับพ่อว่าอยากทำงานท่าอากาศยาน ที่เลือกงานแนวนี้เพราะไม่ต้องอยู่ในออฟฟิศฟูลไทม์ ได้เจอคนใหม่ๆ ทุกวัน ไม่เบื่อดี ตัวเองเป็นคนขี้เบื่อ ทำอะไรซ้ำๆ จำเจไม่ค่อยได้ ลักษณะงานอยู่ในวีไอพีเล้าจ์ อาจมีโยกไปแผนกอื่นบ้าง อีกอย่างคือมีรุ่นพี่ทำงานอยู่ที่นี่ด้วยก็ถามเขาว่าต้องทำอะไรบ้าง ก็เป็นข้อมูลในการเตรียมตัว พอได้เริ่มทำงานก็คาดหวังค่อนข้างสูง เราทำงานเองหาเงินเองได้แล้วนะ ช่วงเริ่มต้นอาจจะยากหน่อย แต่อยู่ๆ ไปก็คงไปได้เรื่อยๆ ถ้าไม่สะดุดซะก่อน (อิอิ) เห็นว่าแผนกนี้ทำจริงๆ แค่ 3 วันต่ออาทิตย์เอง ที่เหลือก็วางแผนว่าจะทำไปอย่างอื่นด้วย อาจจะไปช่วยพี่ชายที่ทำงานอยู่บริษัทสี ก็คาดหวังว่าปีม้าจะประสบความสำเร็จในการทำงาน อยากทำหลายๆ อย่าง อยากซื้อบ้านของตัวเอง อยากสร้างอาณาจักรเล็กๆ เป็นความฝันสูงสุด" บัณฑิตไฟแรงแถมช่างฝัน เผยแผนชีวิตรับปีม้า

                         ด้านนักธุรกิจส่งออกรุ่นเก๋า "ปุ๊ก"ธวัลรัตน์ หอสัจจกุล ยอมรับว่าที่ผ่านมาหอบเงินหลาย (ร้อย) ล้าน ไปลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ไว้มากมายแต่เงินออมมีน้อย เริ่มต้นปีนี้เลยคิดว่าจะเพลาๆ การจับธุรกิจใหม่ แล้วถือโอกาสเดินเครื่องออมเงิน แต่ไม่ใช่เพื่อนตัวเอง เป็นการวางแผนเรื่องการเงินไว้ให้ลูกๆ ในอนาคต

                         "หากมุ่งแต่ลงทุนอย่างเดียวก็จะพบแต่ความเสี่ยง การหันมาออมเงินไว้บ้างนอกจากจะอุ่นใจแล้วยังเป็นการซื้ออนาคตสำหรับคนที่รักได้อีกด้วย ที่สำคัญเป็นการเดินตามแนวพระราชดำรัสเรื่องความพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวค่ะ" ไฮโซนักลงทุน กล่าวชัดเจน

                         เช่นเดียวกับผู้บริหารหนุ่ม "นิก" พีระ ลาภวงศ์เมธี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะ เพิร์ล พริ้นติ้ง จำกัด บอกว่า อยากเริ่มต้นสร้างความมั่นคงด้านการเงิน เพราะที่ผ่านมาทำงานได้เงินเดือนแล้วใช้ไป ไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ อีกอย่างอายุมากขึ้นอีกปีก็ถือว่าโตขึ้น ต้องจริงจังกับอนาคตได้แล้ว

                         "ทำงานมาปีกว่าๆ แล้ว คงต้องเริ่มเก็บเงินมากขึ้น เอาไปทำให้ออกดอกออกผล ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ  ที่ผ่านมาไม่ค่อยวางแผน บางเดือนใช้ไม่หมด บางเดือนติดลบ ก็สนใจลงทุนตลาดหุ้น อย่างหุ้นที่ความเสี่ยงน้อย หวังกำไรระยะยาว ส่วนปีนี้ปีม้าก็อยากให้ยอดของบริษัทขายโตขึ้นตามเป้า ให้มีกำไรมากขึ้น สำหรับผมที่ผ่านมาคือถือว่ายังต้องเรียนรู้งานอีกมาก ต้องเริ่มมีผลงานให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว ผมเป็นทายาทรุ่นที่สองของธุรกิจครอบครัวอยากทำงานสานต่อให้เติบโตยิ่งๆ ขึ้น" ทายาทธุรกิจการพิมพ์ เผยมุมมอง

                         สำหรับคนในแวดวงอาหารการกิน "แวน" อายุษกร อารยางกูร เชฟอาหารฝรั่งเศส และเจ้าของร้าน "โฟร์กาซองส์" บอกว่าปีหน้าอยากให้อะไรๆ ดีขึ้นกว่าเดิมที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง ในฐานะเชฟก็ไม่อยากให้คนหิว อยากทำอะไรให้สังคม ให้คนที่ไม่มีโอกาสมีอาหาร อยากเอาอาหารไปให้เขา ในส่วนของร้านเราพยายามคืนสู่สังคมด้วยการเน้นสอนให้เด็กสามารถทำอาหารเองได้ รู้จักทำอาหารขายเป็นอาชีพจะได้มีรายได้เลี้ยงตัวและซื้ออาหารทานเองได้

                         "อีกสิ่งหนึ่งที่อยากเริ่มต้นทำคือ อยากรับเด็กด้อยโอกาสมาทำงานที่ร้าน อย่างปีที่แล้วเราก็เริ่มทำมาแล้วบ้างกับโครงการ "เมอร์ซี่ เซ็นเตอร์" ช่วยเด็กที่มีพ่อแม่เป็นโรคเอดส์ หรือเด็กที่ถูกทำร้ายจิตใจ เราก็ไปสอนเขาทำแซนวิช สอนทำอาหารเมนูง่ายๆ อย่างพวกข้าวทอด อะไรที่เอาไปขายได้ง่าย หรือปีนี้เราโฟกัสที่คุ๊กกี้ เอาแป้ง เอาวัตถุดิบไปให้เขาได้ทำกัน เอาทีมเชฟในครัวไปช่วยสอน คือคงเอาเมนูอาหารฝรั่งเศสไปสอนแล้วให้ขายข้างทางคงยาก เน้นอะไรง่ายๆ ต้นทุนน้อย ส่วนคนพิการก็เคยคิดแต่คงช่วยยากเพราะการจะมาเข้าครัวคงอันตรายเกินไป ทำแนวแบ่งปันความรู้ดีกว่า"  เชฟจิตอาสา บอกความตั้งใจพร้อมกับชี้ชวนว่าในการเป็นคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็น่าจะเริ่มจากงานเล็กๆ แบบนี้ก่อน เป็นความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก

                         ส่วน "คุณหญิงหนิง"ม.ร.ว.ภวรี สุชีวะ นักออกแบบตกแต่งภายใน เผยจากใจว่า ปีใหม่ก็เหมือนกับวันเกิดของแต่ละคน พอแก่ขึ้นไปอีกปีก็ไม่ได้ย่อท้อ คิดเพียงว่าผ่านไปอีกปีหนึ่ง แต่กำลังใจความสนุกสนานก็ยังคงมีอยู่ ปีใหม่แต่ละปียังทำให้ทุกอย่างสดชื่นขึ้น เปิดแชมป์เปญเปิดเครื่องดื่มฉลองก็ทำให้ชีวิตสดชื่นขึ้น

                         "ถามว่ายังมีอะไรอยากจะทำอีก หรือมีอะไรที่คิดไว้แต่ยังไม่มีโอกาสทำไหม ตอบเลยไม่มี เพราะชีวิตที่ผ่านมาทำมาหมดแล้ว ตัวเองเป็นนักสร้างสรรค์ อะไรที่ออกมาใหม่ๆ ก็จะเดินไปข้างหน้า ปรับความคิดให้ทันสมัยขึ้น แล้วทำทุกอย่างให้ดีเท่าที่คนได้ไว้ใจเรา ล่าสุดก็ออกแบบร้านให้กระเป๋าแบรนด์ไทยที่คนต่างชาตินิยมมากๆ ก็เป็นสไตล์ที่เรียบหรูเข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์" นักออกแบบรุ่นลายคราม บอกอย่างอารมณ์ดี

                         ปิดท้ายที่นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ "โจ้" นิธิ เลิศสุมิตรกุล เอ็กซคูทีฟ ไดเร็คเตอร์ แบรนด์เครื่องประดับ "พรีเมียร่า" ยอมรับว่าที่ผ่านมาเป็นคนชอบรับประทานรสเค็มเป็นนิสัย ซึ่งแม้จะรู้ดีว่าไม่ดีต่อสุขภาพแต่ก็เลี่ยงยาก ปีนี้จึงอยากเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยการงดรสชาติเค็มเกินพอดี และพยายามใช้ชีวิตอย่างสติมากขึ้น เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นทั้งปีนี้และปีต่อๆ ไป

                         "หมอดูเคยทักว่าระวังโรคไต เลยมาคิดว่าเราชอบกินเผ็ด รสจัด แล้วก็จำพวกของทอด ผมเคยกินเค็มถึงขนาดเหยาะน้ำปลาคำต่อคำ หรือต้องเอาน้ำปลาราดข้าวเปล่าก่อนทุกมื้อ จึงมาตั้งสติแล้วปรับปรุงตัวเองใหม่ จะทำเลยทันทีไม่รออะไรแล้ว และเร็วๆ นี้ก็จะไปตรวจสุขภาพด้วย รู้สึกว่าใต้ตาเริ่มคล้ำๆ น่าจะเป็นสัญญาณไม่ดีแล้ว จริงๆ ถ้าเรารู้ว่าอะไรไม่ดีก็ควรตัดสินใจเปลี่ยนเลย บางคนบอกว่าปีใหม่จะไม่ทำโน่นทำนี่ ไม่ต้องรอแล้ว ลงมือทำทันทีดีกว่าคิดได้เมื่อสาย" ผู้บริหารหนุ่มบอกความตั้งใจ โดยย้ำไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีสติรู้ตัว แล้วสติจะนำพาให้ชีวิตรุ่งโรจน์

                         เริ่มต้นปีใหม่แต่ละหน แต่ละคนนำโอกาสนี้ไปใช้กับเรื่องต่างๆ แล้วคุณละ...