ไลฟ์สไตล์

รู้จัก (I)

รู้จัก (I)

22 มิ.ย. 2552

ใครบางคนพูดว่าเป็นคนมีชื่อเสียงต้องรู้จักวางตัว เก็บตัว “ อือ…นั่นมันใครก็ไม่รู้ ไม่น่าใช่กรู (ค่ะ) เพราะทุกวันนี้ก็เดินจ่ายตลาดแถวบ้านอย่างเมามัน

 “คิ้ม...หายไปไหนตั้งนาน ไม่เห็นมาตลาดเลย วันนี้ไม่เอาฝรั่งเหรอ ลูกโตๆ ทั้งนั้นเลย”

 เสียงแม่ค้าตะโกนทักจนต้องหันกลับมาซื้อแล้วฝากไว้ ไม่ได้อยากกินแต่ซื้อเพราะความเคยชิน ทั้งผักสดหลากหลาย ผลไม้ลูกใหญ่ถูกใจ ราคาก็ถูกกว่าที่อยู่ในห้องแอร์ตั้งแยะ ตอนจ่ายเงินแลกกับของรู้สึกเงินที่มีมันมีค่ามากกว่าเคย

 “พี่คิ้ม...กินห่อหมกมั้ย”

 “เอา 10 ห่อ เดี๋ยวพี่ออกมาเอานะ” นี่ก็ซื้อเพราะเกรงใจพ่อค้าแม่ค้า

 “พี่โก้...ไม่มาเหรอ” แม่ค้าสาวร้านข้างๆ ถาม เล่นเอามึน โก้มันจะมาตลาดทำไม

 “เห็นพี่คิ้มกับพี่โก้ชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน ถามหน่อยนะ พี่คิ้มเป็นอะไรกับพี่โก้รึเปล่า?”

 “ว้าย!…หมายถึงอะไร สัมพันธภาพทางเพื่อนน่ะใช่ สัมพันธภาพทางเพศไม่ใช่แน่ๆ”

 แม่ค้าหัวเราะคิกคัก น่าสงสาร โก้ มิสเตอร์แซกแมน ที่ต้องกลายเป็นเหยื่อของพี่มันโดยไม่รู้ตัว ใช้เวลาเดินวนเวียนอยู่ในตลาดร่วมชั่วโมงกับ สีเกด ผู้ช่วย ผลที่ตามมาก็คือ ข้าวของพะรุงพะรังจนแทบต้องใช้ปากคาบ

 “ไหนบอกจะซื้อแค่ขนมจีน 2 กิโลไง” สีเกด ช่วยเตือนสติแต่ไม่ทันแล้ว กลับบ้านไปก็ต้องโดนแม่ดุ แม่ชอบพูดว่า “ตู้เย็นจะอ้วกอยู่แล้ว” ฉันก็จะตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวซื้อตู้เย็นเพิ่มอีกเครื่อง” ซื้อของมายัดไว้ในตู้ ซื้อแล้วก็ซื้ออีก ผ่านไป 2 วันก็ลืม พอครบอาทิตย์ พี่สาวขนออกมาทิ้งเพราะใกล้เน่า เก็บของไปก็บ่นฉันไป ช่วยไม่ได้...เหลือดีกว่าขาด

 เดินซื้อของทักทายกับแม่ค้าพ่อค้าในตลาดเป็นชีวิตปกติของฉัน แต่ถ้าให้ไปรู้จักกับใครเป็นการส่วนตัว ฉันกลับต้องคิดแล้วคิดอีก ไม่ได้เป็นคนเก็บตัว หรือ มีโลกส่วนตัว แต่เพราะขี้เกียจระวังตัวระวังคำพูด ฉันจึงคบหาเฉพาะคนที่สนิทจริงๆ เท่านั้น

 แต่บางครั้งการรู้จักกับใครๆ กลับทำให้ฉันรู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น...

 “ตรงนี้รึเปล่า บ้านหลังใหญ่ๆ เกือบสุดซอย นี่ไงเขาเปิดประตูไว้

 นุชนาฎ และ สีเกด พาฉันมาถึงบ้านหลังหนึ่งที่เจ้าของบ้านเชิญให้มากินข้าว ฉันก้าวเท้าลงจากรถ มองไปที่ลานกว้างเห็นรถจอดอยู่เกือบสิบคัน แต่ละคันก็ราคาแพงๆ อือ... คนรวยก็ต้องคบกับคนรวยด้วยกัน ฉันคิดของฉันแบบนั้น...แล้วฉันมาที่นี่ทำไม?

 “สวัสดีครับพี่ไก่” เสียง กลม (นพพล พิทักษ์โล่พานิช) เดินมาทัก ดาราหนุ่มหน้าตาดี เพื่อนสนิทของวง อีทีซี ที่รบเร้าและเซ้าซี้ให้ฉันมา

 “ญาติผมเขาชอบพี่มากๆ เลย อยากชวนมากินข้าวที่บ้านเขา สามีเขาทำอาหารเก่งมาก พี่ต้องมาให้ได้นะ” กลม โทรมาบอกฉันวันหนึ่ง

 จากวันนั้นมา 6 เดือน ฉันจึงทำตามที่กลมขอ “พี่เอี้ยง” เจ้าของบ้านวัย 50 ต้นๆ เดินมากอดฉันอย่างดีอกดีใจ แล้วระดมของกินที่เพื่อนๆ แกทำมาให้ ทั้ง ข้าวอบเผือก เส้นหมี่ผัดกระเฉดใส่กุ้ง ทุกอย่างใส่กุ้งเต็มอัตรา แล้วจะกินเข้าไปยังไงล่ะเนี่ย? แพ้กุ้งอย่างแรงเสียด้วย แต่ก็กินไม่ใช่รักษามารยาท แต่เพราะ...ตะกละ!

 “เฮียทำเย็นตาโฟอร่อยมาก เอาเส้นอะไร” พี่เอี้ยงถามพวกเรา

 ฉันเลยถือโอกาสไปสวัสดี “เฮียจั้ว” สามีพี่เอี้ยงที่ขะมักเขม้นทำเย็นตาโฟให้พวกเรากินในครัว เส้นหมี่ เส้นใหญ่ ลูกชิ้นกลมและเส้นวางอยู่เต็มถาด (ถาดไหว้เจ้า) เลือดหมู ปลาหมึกแช่ ผักบุ้งจีน ซอสเย็นตาโฟสีแดง พริกน้ำส้ม (พริกเหลืองตำ) กระเทียมเจียว น้ำปลา น้ำตาลทราย วางเรียงราย ราวกับจะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน แต่คนกินมีแค่ 10 กว่าคน

 ฉันกลับมานั่งโต๊ะที่วางอยู่นอกตัวบ้าน แล้วก้มหน้าก้มตาโซ้ยเย็นตาโฟอย่างเอาเป็นเอาตาย กินแล้วน้ำตาจะไหล รสชาติเหมือนที่แม่ทำให้กินเด๊ะเลย...ฮือ คิดถึงแม่ แม่เจอคู่แข่งแล้ว!

 จบจากของคาว ของหวานที่มีทั้ง ลอดช่อง ซาหริ่ม ข้าวเหนียวทุเรียน ก็ดาหน้าเข้ามา ฉันกินซาหริ่ม 2 คำแล้ววางช้อน ไม่ใช่เพราะไม่อร่อย แต่...อร่อยเกินขืนเผลอตัวฟาดหมดถ้วยแห้ง กินจนอิ่มพี่เอี้ยงค่อยมานั่งข้างๆ หลังจากลุกไปดูแลอาหารให้เพื่อนฝูงโต๊ะข้างๆ อีก 2 โต๊ะ
 การกินช่วยสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพ และจากนี้ไปมิตรภาพกำลังจะเริ่มขึ้น เมื่อเรารู้จักกันมากขึ้น…
 โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

เจนนิเฟอร คิ้ม