ไลฟ์สไตล์

ใครฆ่ารถยนต์ไฟฟ้า

ใครฆ่ารถยนต์ไฟฟ้า

21 มิ.ย. 2552

ดูเหมือนว่ารถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Electric Vehicle จะเริ่มเป็นข่าวเปิดตัวเอาจริงเอาจังพร้อมที่จะเริ่มออกวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์กันแล้ว นิสสัน แล้วตามด้วยมิตซูบิชิ ที่ทำการเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการไปแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ เป็นนวัตกรรมเก่าที่ริเร

จนในปี 2006 สารคดีเรื่อง Who killed the Electric Vehicle จัดทำโดยคริสเพน มีทอมแฮงค์สดาราชื่อดังนำเสนอ สารคดีจากแผ่นดีวีดี ความยาว 92 นาที จัดจำหน่ายโดย โซนี่ พิกเจอร์  เป็นผู้ตั้งคำถามและค้นหาคำตอบว่า ทำไมรถยนต์ไฟฟ้า จึงได้เกิดยากเกิดเย็นในเชิงพาณิชย์ ทั้งๆ ที่ระบบไฟฟ้าที่นำมาใช้เป็นยานพาหนะนั้นก็มีกันอยู่แล้วในรูปแบบอื่นๆ

สารคดีเริ่มต้นปฐมบทด้วยความเป็นมาของรถยนต์ไฟฟ้า มาจบที่คำตอบที่ว่าทำไมรถไฟฟ้าจึงไม่ได้เกิดขึ้น แม้จะเป็นสารคดีเมื่อ ปี 2006 และในปีนี้ปีแห่งวิกฤติของธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ รถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่รอคำตอบ แม้ว่า เจนเนอรัลมอเตอร์จะเปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้กับรถยนต์มากมายหลายรูปแบบไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ แต่เอาเข้าจริงแล้วโรงงานนั้นจะผลิตแบตเตอรี่เพื่อเป็นกำลังงานให้แก่รถยนต์ไฟฟ้าใช่หรือไม่ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากจีเอ็ม

ประมาณต้น ปี 1990 จีเอ็มเปิดตัวโครงการรถยนต์ไฟฟ้า EV1 กับรถซีดานรุ่นหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ ถูกค่อนขอดว่าเพียงแค่ต้นทุนราคาของแบตเตอรี่ก็มากกว่าราคาของตัวรถขนาดคอมแพคแล้ว และความสามารถในการใช้งานก็อยู่ในระยะทางที่จำกัดจีเอ็มล้มเหลวกับโครงการนั้น และEV1 คงเป็นบทเรียนให้แก่จีเอ็มที่เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นิสสันและมิตซูบิชิเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าโดยมี GS Yuasa Battery เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ป้อนให้ แม้ว่าจีเอสยัวซ่าจะให้คำรับรองว่ามีขีดความสามารถในการผลิตพอเพียงที่จะส่งให้แก่รถไฟฟ้าของทั้งสองยี่ห้อ จีเอสยัวซ่าแบตเตอรี่ ใช้กรรมวิธีการผลิตแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ให้ใช้กับรถยนต์คล้ายกับแบตเตอรี่ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือโน้ตบุ๊ก ความสามารถในการให้กำลังงาน ของแบตเตอรี่ที่มิตซูบิชินำมาใช้กับ MiEV นั้นทำได้เพียงระยะทางวิ่ง130กิโลเมตร แล้วจะต้องนำรถจอดชาร์จไฟอีกเจ็ดถึงแปดชั่วโมง

 แม้ว่า MiEVจะมีทางเลือกเพิ่มเพื่อให้การชาร์จไฟได้เร็วเพียงครึ่งชั่วโมง แต่ก็เป็นทางเลือกที่เพิ่มภาระให้แก่ผู้ใช้ ในขณะที่แบตเตอรี่ที่ใช้กับโครงการ EV1 ของจีเอ็ม ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก จนผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้แก่จีเอ็มให้คำมั่นว่าในรุ่นต่อไปแบตเตอรี่ของเขาจะต้องมีระยะทางวิ่งได้ถึง 300 กิโลเมตรจึงจะต้องชาร์จไฟอีกครั้ง

ความเป็นจริงเป็นจังของโครงการรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แม้จะมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอยู่หลายประเด็นเช่นแบตเตอรี่อันเป็นตัวการสำคัญนั้นใช้กรรมวิธีในการผลิตเช่นเดียวกับที่ใช้ในคอมพิวเตอร์แบบพกพาและก็มีข่าวออกมาหลายครั้งที่มีการเรียกคืนแบตเตอรี่เพราะมีอันตรายต่อผู้ใช้ เช่น ไฟลุกไหม้หรือเกิดการระเบิดขึ้นในขณะใช้งาน

ในขณะที่แบตเตอรี่ที่นำมาใช้กับรถไฟฟ้านั้นมีความจุในตัวแบตเตอรี่มากกว่าที่ใช้ในโน้ตบุ๊กหลายเท่าตัว ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าถ้าเกิดการลุกไหม้หรือระเบิดในขณะที่ใช้งานอยู่บนถนนนั้นจะมีความรุนแรงสักแค่ไหน คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบจากผู้ผลิตแบตเตอรี่

สหภาพยุโรป (EU) และหน่วยงานกรีนพีซในยุโรปอาจจะมองถึงปัญหานี้ จึงได้ตั้งเงินรางวัลให้แก่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า เป็นเงิน 25,000 ยูโร เพื่อทำการวิจัยในหัวข้อที่ว่า รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้โลกสะอาดจริงหรือ เป็นหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า ผลของการวิจัยที่ได้รับรางวัลคงจะได้นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ในเร็วนี้

ครับรถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่เราคงได้รู้กันในอีกไม่นาน คำถามมีอยู่ว่าถ้ารถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นจริง มีออกมาใช้งานบนท้องถนนเป็นล้านคันในอนาคต พร้อมกันนั้นในยามค่ำคืนรถไฟฟ้าทั้งล้านคันต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟคันละไม่น้อยกว่าเจ็ดชั่วโมง ถ้าอย่างนั้นนโยบายเรื่องประหยัดพลังงานปิดไฟคนละดวงเพื่อลดการใช้พลังงาน ยังจะมีประโยชน์อยู่ต่อไปหรือไม่