ไลฟ์สไตล์

ปีแห่ง'บิ๊กดาต้า'และ'สมาร์ทโฟน'

ปีแห่ง'บิ๊กดาต้า'และ'สมาร์ทโฟน'

29 ธ.ค. 2556

ปีแห่ง'บิ๊กดาต้า'และ'สมาร์ทโฟน'

                   ปี 2557 ใกล้มาถึงกันทุกทีแล้ว เหล่าสาวกไอทีทั้งหลายจึงต้องเตรียมตัวเตรียมพร้อมรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะมาถึงในปีถัดไป และเชื่อกันว่าจะเป็นปีแห่ง "บิ๊กดาต้า" หรือ "ข้อมูลมหาศาล" ที่บรรดาผู้ให้บริการการสื่อสาร บริการธุรกรรม และการตลาดทั้งหลายต้องพินิจพิเคราะห์วางระบบรองรับ และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ เพื่อดึงศักยภาพที่แฝงอยู่ในบิ๊กดาต้ามาใช้ประโยชน์ให้จงได้ 
 
                   นอกจากนั้นในปี 2557 ยังเชื่อกันว่าจะเป็นปีที่มีการเติบโตของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบออลอินวัน หรือรวมศูนย์ทุกอย่างไว้ในเคสตัวเดียวกัน ทำให้ประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ แถมยังสะดวกต่อการใช้งาน ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ไปยังเคสซีพียูเช่นเดิม และเชื่อกันว่าหน้าจอสำหรับคอมพิวเตอร์ออลอินวัน จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลกลาง และกราฟฟิกจะดีขึ้น ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์แบบนี้ง่ายขึ้นตามไปด้วย 
 
                   ขณะเดียวกันกลุ่มแก็ดเจ็ตอย่าง แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน ก็จะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดไอทีในภาพรวม ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจซื้อหาได้ง่ายขึ้น เพราะอุปกรณ์เหล่านี้จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้งานได้นานขึ้น และอาจจะมีลูกเล่นใหม่ๆ จนเทียบชั้นโน้ตบุ๊กออกมาให้ได้สัมผัสกัน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีตัวอย่างให้เห็นกันในปี 2556 นี้ นั่นคือ ไมโครซอฟท์ เซอร์เฟซ โปร 2 ที่ใช้ซีพียูระดับ คอร์ ไอ 5 เจนเนอเรชั่น 4 และหน่วยเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่ทั้งเร็วและกำลังมาแรงในตลาดปัจจุบัน ทั้งยังมีคีย์บอร์ดให้ซื้อเพิ่มเติม เมื่อนำมาประกบกับแท็บเล็ตตัวนี้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 ตัวเต็ม ก็ทำให้รองรับการใช้งานในส่วนของงานเอกสาร การตัดต่อวิดีโอ หรือพูดง่ายๆ เจ้าเซอร์เฟซ โปร 2 นี้กลายเป็นโน้ตบุ๊กขนาดย่อม แต่ประสิทธิภาพไม่ย่อมกันเลยทีเดียว
 
                   ทำให้เชื่อได้ว่าในอนาคตข้างหน้านี้คงจะมีแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูงออกมาจำหน่ายในตลาดกันมากขึ้นอย่างแน่นอน 
 
                   อย่างไรก็ตามการคาดการณ์ของผู้อื่น คงจะไม่แม่นยำเท่ากับผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนทั้งหลาย อย่าง อินเทล ผู้ผลิตชิพและเทคโนโลยีที่สนับสนุนอุตสาหกรรมไอที ที่คาดการณ์อนาคตในปีหน้าไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
 
                   อินเทลยืนยันว่าโลกของเทคโนโลยียังก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในปี 2557 นี้ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีพลังของอินเทลจะมาในรูปแบบที่หลากหลายกว่าที่เคย และมีการคาดการณ์ว่ายอดขายของอุปกรณ์ไอทีโดยรวมในปี 2557 ทั้งพีซี แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน จะมีจำนวนถึง 2,500 ล้านเครื่องทั่วโลกโดยการคาดการณ์โดย IDC ระบุว่าจะเป็นยอดขายจากตลาดในประเทศไทยถึง 22 ล้านเครื่อง
 
                   ในปีนี้ ผู้ใช้งานจะพบว่าคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (เดสก์ท็อป) รูปแบบใหม่จะเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์แบบออลอินวัน ซึ่งประหยัดพื้นที่เพราะไม่จำเป็นต้องมีเคสซีพียู และเหมาะกับการใช้งานที่บ้านหรือในออฟฟิศที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการความคล่องตัวสูง และจากการที่มีการเปิดเผยรายงานจากศูนย์วิจัยของอินเทลในปีที่ผ่านมาว่า คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ มีความเร็วมากกว่าเครื่องที่มีอายุประมาณ 4 ปี ถึง 1.8 เท่าตัว อินเทลจึงยังคงเห็นโอกาสในโลกของคอมพิวเตอร์พีซี ที่ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ และอินเทลยังคงที่จะขับเคลื่อนตลาดนี้ควบคู่ไปกับตลาดใหม่อย่างแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ อินเทลยังยืนยันว่าในปี 2557 นวัตกรรมใหม่ๆ จะออกมาสร้างความตื่นเต้นให้ผู้ใช้งานได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
 
                   ในปี 2557 นี้ มีการคาดการณ์ว่าตลาดอุปกรณ์โมบายเช่น แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของตลาดอุปกรณ์ไอทีโดยรวม โดยอินเทลจะก้าวเข้าไปมีบทบาทให้มากยิ่งขึ้น และอินเทลเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการเติบโตของตลาดแท็บเล็ต ซึ่งเมื่อรวมกับสถาปัตยกรรมระดับไมโคร อย่างซิลเวอร์มอนท์ ที่มีการเปิดตัวไปแล้ว จะทำให้ตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสถาปัตยกรรมดังกล่าวให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ถึงประมาณ 3 เท่า หรือประหยัดพลังงานถึงประมาณ 5 เท่าในเมื่อใช้งานในระดับการประมวลที่เท่ากัน
 
 
 
 
โลกของเทคโนโลยีกำลังก้าวไปอีกขั้น
 
 
                   หนึ่งในการเปิดตัวครั้งสำคัญในปี 2556 ที่ผ่านมาคือโปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทลคอร์ เจนเนอเรชั่น 4 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหลายรายสามารถออกแบบอุปกรณ์ที่เรียกว่า ทูอินวัน ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เป็นได้ทั้งแท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก
 
                   อุปกรณ์แบบคอนเวอร์ทิเบิล (หมุนหน้าจอ หรือพับหน้าจอได้) มอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นธรรมชาติกว่า โดยรวบรวมเอาคุณสมบัติของหน้าจอสัมผัส การสั่งงานด้วยเสียง หน้าจอความละเอียดสูง และบางรุ่นยังมาพร้อมกับความสามารถในการจดจำใบหน้าอีกด้วย
 
                   การเปิดตัวที่สำคัญอีกงานหนึ่งคือ อินเทลอะตอม Z3000 ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน โปรเซสเซอร์รุ่นนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อรหัสว่า “เบย์ เทรล” ซึ่งกินไฟต่ำ และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบอุปกรณ์มือถือที่มีความบางและเบาได้ และสามารถออกวางจำหน่ายได้ในหลากหลายราคา
 
อินเทลพบว่าราคาของแท็บเล็ตนั้นลดลงในปี 2556 และผู้ผลิตอย่าง เอซุส และเดลล์ ได้เน้นการทำตลาดอุปกรณ์ที่มีอายุแบตเตอร์รี่ที่ยาวนานขึ้น โดยอาศัยสถาปัตยกรรมของ เบย์ เทรล  เช่น Asus Transformer Book T100 ที่มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว และการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง และยังมีอุปกรณ์ไอทีจากกหลากหลายแบรนด์ที่กำลังรอเปิดตัวอยู่
 
 
 
 
อินเทล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเท่าเทียมของการเข้าถึงเทคโนโลยี
 
 
                   อินเทลให้ความสำคัญกับการศึกษา และยึดมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานรัฐบาลและหน่วยงานการศึกษาเพื่อให้ประชาชนนับล้านทั่วโลกได้เข้าถึงการศึกษา โดยอินเทลมีการลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการศึกษาระดับโลกเป็นประจำทุกปี
 
                   บริษัทอินเทลไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และกสทช.ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการ “บี อะเมซิ่ง” (Be Amazing) หรือโครงการ “คอมพิวเตอร์ทั่วไทย โครงข่ายทั่วถึง” เพื่อผลักดันการใช้คอมพิวเตอร์ให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ โดยเฉพาะเยาวชนระดับอุดมศึกษา ซึ่งเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างสูงต่อการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการรับรู้ต่อโครงการใน 48 จังหวัดซึ่งส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่การใช้เทคโนโลยียังไม่กว้างขวางมากนัก โดยกิจกรรมต่างๆ ได้เน้นถึงการบรรยายให้ความรู้และการได้ทดลองใช้จริงกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามสถาบันการศึกษา สหกรณ์ และงานนิทรรศการทางเทคโนโลยี (PC Fair) ต่างๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงปลายปี 2556 นี้ซึ่งโครงการนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่เข้าร่วมงานกว่า 130,000 คน ทั่วประเทศ
 
 
 
 
ร่วมเปิดโอกาสให้นักพัฒนาหน้าใหม่ได้แจ้งเกิด
 
 
                   โครงการ อินเทล ไอเซฟ (The Intel International Science and Engineering Fair) นั้นถือเป็นเวทีการประกวดด้านวิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนนับล้านได้คิดค้นนวัตกรรมในหลากหลายสาขา โดยมีการกระตุ้นให้พวกเขาร่วมค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ ไปจนถึงการรักษาโรคมะเร็ง โดยปีนี้มีนักเรียนกว่า 1,500 คนทั่วโลกมีโอกาสเดินทางเข้าร่วมนำเสนอผลงานทางความคิด ณ เมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 
 
สำหรับประเทศไทยนั้น มีนักเรียนที่ชนะการประกวดด้วยโครงงานทางวิทยศาสตร์อันเยี่ยมยอดดังนี้
 
 
 
สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม
 
                   -โครงการ การศึกษาประสิทธิภาพของดินฟอกสีที่ใช้แล้วจากกระบวนการฟอกสีน้ำมันปาล์ม ในการดูดซับโลหะทองแดง
 
                   -โครงการ การพัฒนาเครื่องยนตร์สเตอร์ลิง เพื่อใช้ไบโอก๊าซเป็นเชื้อเพลิง
 
 
 
สาขาวิทยาศาสตร์พันธุ์พืช
 
                   -โครงการ การศึกษาผลของความชื้นสัมพัทธ์ ขนาดของแรงและจำนวนเส้นขนสัมผัส ต่อการหุบของใบต้นกาบหอยแครงชนิด ไดโอเนีย มัสสิพิวล่า เพื่อใช้ประยุกต์สร้างแบบพัฒนานวัตกรรมมือ
 
 
 
การคาดการณ์จากอินเทล ในปี 2557 ที่จะมาถึงนี้
 
แบ่งเป็น  4 หมวดหลักดังนี้
 
1.การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
 
                   กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ยังคงอัตราการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2556 จะโตประมาณร้อยละ 3  แต่ว่าอาจจะมีโอกาสที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมีอัตราการเติบโตที่ช้าลง โดยไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า การปฏิรูปทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นในการที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทั่วโลกต่อไปและเพื่อที่จะไปชดเชยอัตราการเติบโตของบางประเทศที่ติดลบ
 
                   นายเกรกอรี ไบรอัน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปอินเทลเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นกล่าวว่า “ทวีปเอเชีย ถือเป็นศูนย์กลางของการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะนำความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นมาพัฒนาคุณภาพของทุกชีวิตทั่วโลกและในปี 2557 ที่กำลังจะมาถึงนี้บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ในทวีปเอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่สำคัญในการพัฒนานวัตกรรมด้านไอที” 
 
                   ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางหมู่บ้านในประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีคนที่มีโทรศัพท์มือถือเพียงแค่คนเดียวเพื่อใช้งานการส่งข้อความสั้นเพื่อติดต่อธุระให้กับเพื่อนบ้านทั้งหมู่บ้าน แต่นับจากปีหน้าเป็นต้นไป ทุกชีวิตจะเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ไกลเท่าใดก็ตาม ทั้งภาครัฐและเอกชนจะมีส่วนช่วยผลักดันแนวโน้มนี้ให้เป็นจริงขึ้นได้
 
 
 
 
2.การพัฒนาด้านการศึกษา
 
 
 
                   อินเทล คาดการณ์ว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ตลาดในระดับภูมิภาคจะมีการเติบโตขึ้นมาก การที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาจะเป็นเจ้าของอุปกรณ์ไอทีอย่างน้อยคนละเครื่องเริ่มจะเป็นเรื่องปกติมากขึ้นและเทคโนโลยีจะไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป อย่างไรก็ตามความท้าทายคือการให้ความรู้และมอบอุปกรณ์ไอที พร้อมทั้งการบริการให้แก่กลุ่มประชากรวัยทำงานในเขตพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงเทคโนโลยีอย่างจริงจังโดยได้รับการศึกษา อุปกรณ์ และบริการที่เหมาะสมกับการใช้งาน
 
                   อินเทล เชื่อว่าทุกๆ คนควรที่จะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการและทักษะที่พวกเขามี ดังนั้นจำเป็นต้องมีการสร้างเนื้อหาทางการศึกษาให้เข้าใจง่าย เพื่อที่จะทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ได้เปิดใจรับกับสิ่งใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น และประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์ที่วางไว้
 
                   โครงการต่างๆ ที่วางแผนไว้สำหรับการพัฒนาการศึกษานั้น ไม่เพียงแค่ต้องการมอบอุปกรณ์ให้นักเรียนนำไปใช้ประโยชน์เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่ได้เป็นการรับประกันว่าพวกเขาจะได้รับความรู้อย่างเต็มที่หรือสามารถพัฒนาทักษะทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้ เราต้องมุ่งเน้นกับการพัฒนาสถาบันการศึกษา เนื้อหาการสอน รวมถึงครู ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด
 
 
 
3.ผู้บริโภคต้องการสั่งงานและโต้ตอบกับอุปกรณ์ในระดับที่สูงขึ้น
 
 
                   รายงานจาก Gartner ในปี 2013 ระบุว่าอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ นั้น มีความสามารถที่จะเข้าใจมนุษย์และสภาพแวดล้อมได้มากขึ้น หนึ่งตัวอย่างที่เห็นชัดคือ การที่ซอฟต์แวร์มีความสามารถจำเสียงของคนคนหนึ่งได้ อินเทลเองเห็นด้วยกับผลสำรวจดังกล่าว และคาดการณ์ว่าปี 2014 นั้นเทคโนโลยีจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่น การจำลองการเคลื่อนไหวของมนุษย์ การแปลภาษาจากเสียงพูด การจำลองภาพเสมือนจริง การสั่งงานด้วยท่าทาง และจากอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้
 
                   อุปกรณ์ที่สวมใส่ได้นั้น ไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ใหม่เสียทีเดียว เพราะว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาก็มีการเปิดตัวอุปกรณ์ในกลุ่มดังกล่าวไปแล้วหลากหลายรุ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยอินเทลคาดว่าเทรนด์ของอุปกรณ์ที่เป็นส่วนผสมระหว่างเทคโนโลยีและการตอบสนองความต้องการของทุกชีวิตนี้ จะยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 1 ถึง 3 ปีข้างหน้า ปัจจุบันอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้สามารถบอกอัตราการเต้นของหัวใจ และจากการที่อุปกรณ์เหล่านี้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ มันจะสามารถส่งข้อมูลไปยังสถานพยาบาลเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่ออุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณที่ผิดปกติของผู้ใช้งาน นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของการที่บุคลากรทางการแพทย์และคนไข้สามารถโต้ตอบกันได้โดยตรง
 
                   นอกจากนี้ ในปี 2014 นั้นจะเห็นการพัฒนาของกลุ่มความบันเทิงในบ้านจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนโดยรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือเนื้อหาต่างๆ จะมีการออกแบบให้เหมาะกับการชมผ่านอุปกรณ์โมบายมากขึ้น และอุตสาหกรรมบันเทิงทั่วโลกก็กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
 
 
 
4.บิ๊กดาต้า กรุยทางให้นวัตกรรมใหม่ๆ
 
 
                   อินเทลเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์จำนวนกว่า 15,000 ล้านเครื่องจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คำถามที่สำคัญคือจะจัดการกับข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร คำถามนี้ทำให้ผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมไอทีหันมาให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เพื่อหาความเป็นไปได้และการจัดการกับข้อมูลดิบบิ๊กดาต้าจะช่วยให้บริษัทมีการจัดการกับข้อมูลมหาศาลอย่างชาญฉลาดขึ้น และมีความได้เปรียบทางธุรกิจ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ของรัฐก็จะเดินไปในทิศทางเดียวกัน