ไลฟ์สไตล์

รางวัลความดีของ'โค้ชชาวเกาะ'

รางวัลความดีของ'โค้ชชาวเกาะ'

28 ธ.ค. 2556

รางวัลความดีของ'โค้ชชาวเกาะ' : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์

                 รางวัลพลตรีสำเริง ไชยยงค์ ผู้ทำความดีเพื่อสังคม สาขาการส่งเสริมกีฬา (โดยมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ประจำปี 2556 ได้แก่ สำรวย ชมเชย ผู้ใช้กีฬาฟุตบอลสร้างเยาวชนคุณภาพให้สังคมไทย

                เพราะเห็นเด็กๆ บนเกาะพีพี เล่นฟุตบอลกันเอง "สำรวย" ซึ่งเป็นเขยพีพี จึงคิดตั้งทีมฟุตบอลเยาวชนของเกาะ เขาอาสาเป็นโค้ชให้ (ฟรี) โดยใช้ความรู้จากครั้งที่เป็นนักฟุตบอลโรงเรียน ต่อมาตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนให้เข้าอบรมคอร์สผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับพื้นฐาน (C-License) ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย  

                โค้ชสำรวยเล่าว่า เห็นเด็กๆ บนเกาะเล่นฟุตบอลกันตอนเย็น (ก่อนเหตุการณ์สึนามิ) เลยเกิดไอเดียตั้งทีมฟุตบอลชื่อ "ทีมเยาวชนเกาะพีพี เอฟซี" 

                ปี 2547 เป็นจุดเริ่มสำคัญของการใช้กีฬาฟุตบอลสร้างความเข้มแข็ง และเยียวยาจิตใจแก่เยาวชนผู้ประสบภัยสึนามิบนเกาะพีพี  จากการรวมทีมฟุตบอลเยาวชนจากครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอน และควบคุมนักฟุตบอลทีมเยาวชนศูนย์สึนามิฟีฟ่า จังหวัดภูเก็ต โดยใช้พื้นที่ตามชายหาดช่วงเวลาน้ำลดเป็นสนามฝึกซ้อม กระทั่งสามารถส่งทีมเยาวชนเกาะพีพีเข้าเแข่งขันฟุตบอลตามรายการสำคัญต่างๆ ทั่วภาคใต้ โดยเฉพาะฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้ทีม ส่งผลให้สถาบันและโรงเรียนต่างๆ ติดต่อขอให้ส่งเด็กและเยาวชนไปเล่นฟุตบอลให้สถาบัน พร้อมทั้งเรียนหนังสือโดยไม่คิดค่าบำรุงการศึกษา  

                ทีมยังได้รับเชิญให้ร่วมแข่งขันรายการฟุตบอล 7 คน ณ ประเทศสิงคโปร์ และรายการ 4 เส้า ที่ประเทศเวียดนาม ในปี 2548 ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในทีมเยาวชนไทยไปแข่งขันที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น

               เป็นเวลาร่วมสิบปีที่เขาเป็นโค้ชฟุตบอลให้เด็กๆ บนเกาะ พาทีมไปแข่ง หาสปอนเซอร์ค่าชุด ค่าที่พัก เดินทาง ทั้งหมดนี้ทำด้วยใจ เด็กคนไหนก็เข้ามาเล่นได้ ไม่เคยคัดว่าเก่งไม่เก่ง

                "เสื้อกีฬาไม่เคยซ้ำ ใครเป็นสปอนเซอร์เราก็ใส่ชื่อเขา แต่เป็นเสื้อสีเหลืองเพราะชอบ การออกแข่งแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาท เพราะไม่มีที่พักต้องนอนโรงแรม เวลาเดินทางขอทุนจากเจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ"

                ส่วนค่าเรือโดยสารระหว่างเกาะ เช่น ภูเก็ต กระบี่ ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมง ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของเรือ พนักงานไม่เก็บตังค์ เพราะรู้ว่าเป็นนักฟุตบอลเด็กเกาะพีพี

                "ผมชอบฟุตบอล แต่ไม่มีทุนทำ ตั้งแต่สอนมาไม่เคยเรียกเก็บเงิน เราทำมาหากินที่บ้านของเขา มีครอบครัวที่นี่ อยากทำอะไรตอบแทน ตอนนั้นช่วยพี่น้อยอดีตทีมชาติไทย ทำธุรกิจร้านถ่ายรูปเกาะพีพี... เราเอาความรู้ที่ครูเคยสอนสมัยเรียน สอนแบบบ้านๆ ไม่ได้มุ่งหวังอะไร พ่อแม่เด็กดีใจ เพราะทุกคนทำงานไม่มีเวลาดูแล ได้ผมมาเป็นตัวจุดชนวนให้ นักฟุตบอลรุ่นแรกเป็นเด็กที่ครอบครัวประสบภัยสึนามิ เด็กพีพีมาอยู่ที่กระบี่ บ้านพักชั่วคราวผู้ประสบภัยที่มีคนสร้างให้ มีคนมาสนับสนุนเป็นชาวต่างชาติ เราไม่รู้จะทำอะไรก็รวมตัวเล่นฟุตบอล ตอนนั้นเหลือ 17 คน พาทีมเตะตลอด มาแข่งที่กรุงเทพฯ หลายครั้ง"

                นอกจากสอนทักษะการเล่นฟุตบอลแล้ว สำรวยยังมองหาโอกาสให้เด็กๆ ด้วย กล่าวคือ หากเด็กเล่นเก่ง ต้องการเข้าโรงเรียนดีๆ และพ่อแม่สนับสนุน เขาจะพาไปทดสอบเพื่อคัดตัว

                "เด็กในทีมบางคนมีฐานะ บางคนยากจน คนมองว่าพีพีมีตังค์ คนที่ไปทำธุรกิจที่เกาะพีพีเป็นคนจากที่อื่น คนเกาะแค่ทำอาชีพออกเรือ ลำบากครับ ผมสอนทุกเย็นหลังเสร็จงาน เด็กมาฝึกหลังเลิกเรียน รู้จักกันเป็นเด็กบนเกาะทั้งนั้น เวลามีการแข่งขันก็นั่งเรือไป สวนใหญ่ไปภูเก็ต กระบี่ ตอนนี้เด็กนักเรียนในทีม 20 คน...สอนเด็กมา 60-70 คน เราเล่นตามพื้นที่เล็กๆ น้อยๆ เล่นหน้าหาด บางทีต้องรอน้ำลง ถึงได้วิ่งออกกำลังกาย คิดว่าสอนให้เด็กเล่นกีฬาช่วงเย็น ไม่คิดว่าจะเล่นเป็นทีมหรือมีชื่อเสียงระดับประเทศ"

                "ทำมาตลอดทุกวันนี้ ไม่คาดหวังว่าจะได้รับรางวัล หลังจากนี้พัฒนาทีมให้ดีกว่าเดิม นำเงินรางวัลที่ได้รับไปพัฒนาทีมต่อเนื่อง ทุกวันนี้ไม่คิดอะไร ได้สอนเขา มีความสุขดี"

 

  ......................

(รางวัลความดีของ'โค้ชชาวเกาะ' : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์ )