
'เพราะที่นี่...มีคนไข้'หน่วยแพทย์กลางมวลชน
'เพราะที่นี่...มีคนไข้'หน่วยแพทย์กลางมวลชน : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ
กว่า 5 เดือนที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกลุ่มอาสาพยาบาลให้บริการมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาล และเปลี่ยนพื้นที่ตั้งถึง 7 ครั้ง เริ่มตั้งแต่กลุ่มผู้ชุมนุมกองทัพประชาชนที่สวนลุมพินี จนเมื่อเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แยกตัวออกมาตั้งเวทีที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ หน่วยแพทย์ส่วนหนึ่งก็แบ่งมาตั้งจุดตรวจที่นี่ด้วย ก่อนจะตามผู้ชุมนุมมาตั้งที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ไปที่ริมถนนบริเวณนางเลิ้ง ย้ายเข้าไปในสนามม้านางเลิ้ง กลับมาประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล และล่าสุดตั้งที่ถนนราชดำเนินนอก ตรงข้ามลิขิตไก่ย่าง
พญ.วิจิตร งามขจรวิวัฒน์ กุมารแพทย์ หนึ่งในแพทย์กลุ่มอาสาพยาบาล เล่าว่า กลุ่มอาสาพยาบาลเป็นการรวมกลุ่มกันของแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครตั้งแต่เมื่อครั้งที่กลุ่มพันธมิตรยึดทำเนียบ รู้จักและติดต่อประสานงานร่วมกันเรื่อยมา การทำงานของกลุ่มอาสาพยาบาล หากเป็นช่วงเวลาปกติจะมีอาสาอยู่ประจำหน่วยตลอดเวลา มีแพทย์ผลัดเปลี่ยนมาตรวจคนไข้ที่เต็นท์พยาบาลช่วงเย็นหลังเลิกงานประจำทุกวัน หากเป็นอาการที่ไม่รุนแรงจะจ่ายยาที่ได้รับบริจาคจากประชาชนจำนวนมากให้ไป แต่หากพบว่ามีอาการรุนแรงจะแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ถ้าไม่สามารถไปได้ด้วยตนเองจะช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วประสานให้รถพยาบาลเข้ามารับ
"ในฐานะที่เป็นแพทย์ที่ต้องเข้ามาให้การช่วยเหลือ เห็นว่ามวลชนมีความเสียสละมากที่มาร่วมชุมนุม ไม่ได้นอนสบายอยู่ที่บ้านมาอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เราก็ต้องเสียสละมาให้บริการ มารับใช้ผู้เสียสละที่ทำเพื่อประเทศ ซึ่งการมาให้บริการหน่วยแพทย์แก่ผู้ชุมนุมไม่ได้มาเพื่อหาความสุข ไม่ได้มาลั้ลลา เหนื่อยมาก แต่จำเป็นต้องมา เพราะที่นี่ต้องการรับบริการ พญ.วิจิตรกล่าว
ภายหลังมีการตั้งเวทีราชดำเนินที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีแพทย์จากศิริราชพยาบาลมาตั้งเต็นท์หน่วยแพทย์ บริเวณใกล้สี่แยกคอกวัว นพ.นนทพล ปิยวัฒนเมธา แพทย์ประจำบ้าน สาขาประสาทศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล บอกว่า หน่วยแพทย์นี้เริ่มจัดตั้งโดย นพ.ประจักษ์ ศรีรพีพัฒน์ ประสาทศัลยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ชักชวนแพทย์จากศิริราชมาให้บริการประชาชน รวมถึงมีแพทย์จากที่อื่นด้วย เช่น ม.ธรรมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ โดยจะมีแพทย์หมุนเวียนมาให้บริการทุกวันตอนเย็นหลังเลิกงาน จนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน ส่วนกลางวันมีการประสานให้ความรับผิดชอบของทีมแพทย์ชนบท มีคนไข้มารับบริการประมาณวันละ 400 ราย ส่วนใหญ่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ผื่นแพ้ผิวหนัง กระเพาะปัสสาวะอักเสบ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดัน ซึ่งยาหมดและจำยาเดิมของตัวเองไม่ได้ จะแนะนำให้ไปโรงพยาบาล
หน่วยแพทย์ตรงจุดนี้จัดระบบการให้บริการคล้ายกับในโรงพยาบาล โดยคนไข้ต้องรอคิวเข้ารับการรักษา จากนั้นพบพยาบาลเพื่อคัดกรอง วัดชีพจร ความดัน ซักประวัติ ตามด้วยการพบแพทย์ ประเมินอาการ จัดยา และรับยาจากทีมเภสัชกร โดยจุดนี้เป็นจุดรับส่งต่อจากจุดแพทย์ย่อยที่อยู่รอบๆ พื้นที่ชุมนุม เนื่องจากมีรถพยาบาลฉุกเฉินอย่างน้อย 3 คันตลอดเวลา เป็นรถพยาบาลขั้นพื้นฐาน 2 คัน และรถพยาบาลขั้นสูงจากศิริราช 1 คัน พร้อมบริการในกรณีที่จำเป็นต้องส่งตัวผู้ป่วยไปโรงพยาบาล โดยจะส่งไปที่ รพ.กลาง รพ.ราชวิถี รพ.ศิริราช ตามแต่สถานการณ์ของคนไข้
ภญ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรรางวัลแมกไซไซ กล่าวว่า มาช่วยที่เต็นท์พยาบาลเป็นประจำทุกวันหลังเลิกงาน จนถึงเวลาราวเที่ยงคืน มีอาจารย์คณะเภสัชกรจาก ม.ศิลปากร มาช่วยโดยขับรถไป-กลับวันละ 2 ชั่วโมงทุกวัน รวมถึงมีนักการทูต นักประวัติศาสตร์ และอาสาสมัครมาช่วยแพ็กยา ซึ่งยาได้มาจากการบริจาคของประชาชน
"ตั้งแต่จบเป็นเภสัชกรมากว่า 60 ปี เคยแต่ผลิตยาไม่เคยเลยที่จะได้มีโอกาสจัดยา จ่ายยาให้คนไข้ การทำหน้าที่ที่หน่วยแพทย์บริเวณใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจึงเป็นครั้งแรกที่ได้ทำหน้าที่เภสัชกรเต็มรูปแบบ ภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยเหลือ อยากให้นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ในกรุงเทพฯ มาช่วยจ่ายยา เพราะถือเป็นโอกาสได้ฝึกการจ่ายยาเหมือนการลงพื้นที่ในโรงพยาบาล ซึ่งมีโรคไม่มาก จ่ายยาไม่ยาก" ภญ.กฤษณากล่าว
.....................
('เพราะที่นี่...มีคนไข้'หน่วยแพทย์กลางมวลชน : โดย...พวงชมพู ประเสริฐ)



