
แปลงเพลงฮิต"โนบอดี้"รณรงค์กันไข้หวัด2009
ยอดผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่พุ่ง 518 ราย สธ.ขึ้นบัญชีอีก 113 ราย เผยโรงเรียน 73 แห่ง มหาวิทยาลัย 3 แห่ง ตรวจพบผู้ป่วยแล้ว กทม.มากสุด 54 โรงเรียน นนทบุรี 7 โรงเรียน เซนต์คาเบรียลพบผู้ป่วยสูงสุด 152 ราย ตามด้วยอนุบาลปทุมธานี 17 ราย เซนต์ฟรังซ์
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 มิ.ย. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.สมชาย พีระปกรณ์ เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ องค์การอนามัยโลก ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รวมทั้งมาตรการในการสร้างเชื่อมั่นในการควบคุมการแพร่ระบาดให้กับประชาชน
นายวิทยา กล่าวว่า ขอชี้แจงกับประชาชนว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยปิดบังข้อเท็จตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่ผ่านมาเมื่อมีข้อมูลคืบหน้าจะรายงานให้สาธารณชนทราบทันที เพราะหากปกปิดข้อมูล ปัญหาทั้งหมดจะกลับมาที่กระทรวงเอง อีกทั้งในการประชุมของศูนย์ปฏิบัติการฯ ทุกครั้ง จะมีเจ้าหน้าที่จากองค์การอนามัยโลกเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง ซึ่งข้อมูลการรายงานของกระทรวงจะเชื่อมต่อไปยังองค์การอนามัยโลกในทุกวัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการปกปิดข้อมูลหรือไม่รายงานข้อเท็จจริง
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข่าวว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะไม่รับตรวจเชื้อผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ยืนยันว่าการตรวจเพื่อยืนยันผู้ป่วยยังมีความจำเป็นและต้องดำเนินตรวจอยู่ เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะต้องส่งไปยังสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และองค์การอนามัยโลก เพื่อเก็บเป็นข้อมูลทางระบาดของโรคต่อไป ทั้งนี้ตนได้รับรายงานว่า มีโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งจัดเก็บค่าตรวจกับผู้ป่วยสูงถึง 8,000-9,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงมาก ดังนั้นในวันนี้ตนจึงได้มอบให้ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปประสานกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ในเรื่องนี้
นายวิทยา กล่าวว่า ในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งจะมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในทุกปี ในแต่ละปีจะมีคนไทยป่วยอยู่ที่ 900,000 คน เข้ารักษาในโรงพยาบาลรัฐ 36,000 คน และเสียชีวิต 320 คน แต่คาดว่าในปีนี้จะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น อาจจะขยับเพิ่มเกือบเท่าตัว เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วย ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงจัดให้ปีนี้เป็น “ปีรณรงค์ป้องกันสุขภาพของคนไทย” เพื่อหวังลดจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ลง ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. โดยตนพร้อมด้วยนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข จะเดินแจกสมุดปกเขียวใน กทม. เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเอง เพื่อป้องกันโรค และในวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. ได้มอบให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขนำเจ้าหน้าที่ในสังกัดออกรณรงค์ประชาสัมพันธ์ตามแหล่งที่มีผู้คนอยู่หนาแน่น เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด เป็นต้น นอกจากนี้ในวันดังกล่าว ในเวลา 20.30 – 22.00 น. จะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพื่อให้ความรู้ในเรื่องนี้รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนโทร.เข้ามาสอบถามด้วย
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของต่างจังหวัดในวันที่ 21 มิ.ย.ได้สั่งการให้มีการประชุมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 987,019 คนทั่วประเทศ ที่สถานีอนามัยในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้ในการป้องกันโรคไข้หวัดแก่ อสม. เพื่อนำไปรณรงค์ให้กับประชาชนต่อไป นอกจากนี้ในวันที่ 22 มิ.ย. จะให้ประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อให้แพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไปให้ความรู้กับนักเรียนในโรงเรียน ในช่วงเวลา 8.00 น. พร้อมกันจะรณรงค์ในโรงงานอุตสาหกรรมต่อไป
นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ยืนยันเพิ่มเติม 113 คน ทำให้ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยแล้ว 518 ราย ในจำนวนผู้ป่วยที่รายงานเพิ่มเติมเป็นผู้ป่วยใหม่เพียง 18 ราย ที่เหลือ 95 คนเป็นผู้ป่วยในโรงเรียนที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังและได้มีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจก่อนหน้านี้แล้ว และขณะนี้มีผู้ป่วยที่ยังนอนพักรักษาในโรงพยาบาล 12 รายเท่านั้น นอกนั้นหายเป็นปกติแล้ว
นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ตอนนี้ทางกรมยังรับตรวจตัวอย่างจากโรงพยาบาลเอกชนเหมือนเดิม แต่ที่ผ่านมาเกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากมีตัวอย่างเชื้อของผู้ป่วยบางรายที่ส่งมาเฉพาะตัวเชื้อ ที่ไม่มีรายละเอียดประวัติการสอบสวนโรค ไม่มีที่มาที่ไป ดังนั้นจึงไม่สามารถตรวจให้ได้ จึงฝากบอกไปยังโรงพยาบาลเอกชนว่า ควรส่งรายละเอียดผู้ป่วยมาด้วย เพื่อเป็นประโยชน์ในทางระบาดวิทยา ทั้งนี้จากกรณีที่ประเทศบราซิลรายงานพบการกลายพันธุ์ของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในบางส่วนนั้น เรื่องนี้ทางกระทรวงได้ติดตามอยู่ แต่ในส่วนของไทยนั้น จากการตรวจดูเชื้อยังไม่พบการดื้อยาหรือการกลายพันธุ์ความผิดปกติของเชื้อแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ผ่านเวบไซต์ ข้อมูล ณ วันที่ 18 มิ.ย. ระบุ ว่ามีผู้ป่วยยืนยันจำนวนทั้งสิ้น 518 ราย อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง 1,098 ราย แยกรายจังหวัดดังนี้ กรุงเทพฯ 318 ราย นนทบุรี 66 ราย ปทุมธานี 58 ราย ชลบุรี 29 ราย สมุทรปราการ 21 ราย ภูเก็ต 4 ราย สมุทรสาคร 4 ราย นครปฐม 3 ราย เชียงใหม่ 2 ราย ตรัง 2 ราย ร้อยเอ็ด 2 ราย ราชบุรี 2 ราย สุพรรณบุรี 2 ราย นครสวรรค์ 1 ราย พิษณุโลก 1 ราย ลพบุรี 1 ราย สงขลา 1 ราย และสระบุรี 1 ราย
รายชื่อโรงเรียนที่ตรวจพบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ได้แก่ 1. โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน 2. โรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์ 3. โรงเรียนการันย์ศึกษา 4. โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง 5. โรงเรียนคอนคอร์เดียน 6. โรงเรียนชลประทาน 7. โรงเรียนซานตาครู๊ส 8. โรงเรียนดรุณพัฒน์ 9. โรงเรียนธรรมศิริศึกษา 10. โรงเรียนนวมินราชูทิศ เตรียมอุดมน้อมเกล้า 11. โรงเรียนผดุงศิษย์ 12. โรงเรียนพรตพิทยพยัต 13. โรงเรียนพระหฤทัย นนทบุรี 14. โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนด์ 15. โรงเรียนพระโขนงวิทยาลัย 16. โรงเรียนพิชญศึกษาปากเกร็ด 17. โรงเรียนภปร.ราชวิทยาลัย 18. โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง 19. โรงเรียนราชวินิต 20. โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว 21. โรงเรียนราชวินิตประถม ดุสิต 22. โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย 23. โรงเรียนวัดนายโรง 24. โรงเรียนวัดราชาธิวาส 25. โรงเรียนวัดสังเวช 26. โรงเรียนสตรีวิทยา 1 27. โรงเรียนสตรีวิทยา 2
28. โรงเรียนสตรีวิทยา 3 29. โรงเรียนสวนกุหลาบ 30. โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี 31. โรงเรียนสันติวัน 32. โรงเรียนสาธิตจุฬา 33. โรงเรียนสาธิตปทุมวัน 34. โรงเรียนสาธิตประสานมิตร 35. โรงเรียนสาธิตเกษตร 36. โรงเรียนสารศาสตร์ เอกตรา 37. โรงเรียนหอวัง 38. โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี 39. โรงเรียนอนุบาลยุววิทย์ 40. โรงเรียนอนุบาลราชประสิทธิ์ 41. โรงเรียนอยู่เย็นวิทยา 42. โรงเรียนอัมพะวันศึกษา 43. โรงเรียนอัสสัมชัญ 44. โรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ 45. โรงเรียนอัสสัมชันสำโรง 46. โรงเรียนอำนวยศิลป์ 47. โรงเรียนเซนต์คาเบรียล 48. โรงเรียนเซนต์จอห์น 49. โรงเรียนเซนต์ดอมินิค 50. โรงเรียนเซนต์ฟรังซ์ 51. โรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนด์ 52. โรงเรียนเตรียมอุดม 53. โรงเรียนเตรียมอุดม พัฒนาการ 54. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 55. โรงเรียนเทพศิรินทร์ 56. โรงเรียนเพลินพัฒนา 57. โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ 58. โรงเรียนไผทอุดมศึกษา 59. โรงเรียนไม่ทราบโรงเรียน 60. มหาวิทยาลัยบูรพา
นพ.ภาสกร อัครเสวี ผอ.สำนักระบาวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรงเรียนที่มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พบว่า กทม.มีโรงเรียนที่มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ 42 โรงเรียน นนทบุรี 7 โรงเรียน ปทุมธานี 2 โรงเรียน สมุทรปราการ 2 โรงเรียน ชลบุรี 1 โรงเรียน และนครปฐม 1 โรงเรียน รวม 55 โรงเรียน นอกจากนี้ยังมีการรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า ใน กทม.มีโรงเรียนอีก 12 แห่ง นนทบุรี 2 แห่ง ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี นครปฐม แห่งละ 1 โรงเรียนตรวจพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รวมแล้วมีโรงเรียนที่ตรวจพบผู้ป่วยจำนวน 73 แห่ง
นพ.ภาสกร กล่าวต่อว่า โรงเรียนที่มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล 152 ราย โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี 17 ราย โรงเรียนเซนต์ฟรังซ์ ซิสเซเวียร์ 12 ราย โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว 12 ราย โรงเรียนสวนกุหลาบ 6 ราย โรงเรียนสตรีวิทยา 3 จำนวน 5 ราย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน 4 ราย โรงเรียนพระหถทัยคอนแวนด์ 4 ราย และโรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ 4 ราย นอกจากนี้ในส่วนของมหาวิทยาลัย ที่มีผู้ป่วยเช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยบูรพา
ต่อมาเวลา 13.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข และผู้บริการกระทรวง นำคณะเจ้าหน้าที่ออกรณรงค์ให้ความรู้การทำความสะอาดสถานที่ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พร้อมแจกสมุดปกเขียว คู่มือประชาชน “รู้เท่าทันเพื่อป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ 2009” ที่ศูนย์การค้า เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ หรือมาบุญครอง นอกจากนี้ยังไปรณรงค์แจกสมุดปกเขียวจำนวน 1 แสนเล่มที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิด้วย โดยได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก
สปสช.เขต2พิษณุโลกชวนฉีดวัคซีน
นายแพทย์ภูวนนท์ เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 2 พิษณุโลก เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2552 นี้ กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกันดำเนินโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการให้เคมีบำบัดทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1 ล้าน 8 แสนคน
ทั้งนี้ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบขยายสิทธิประโยชน์การให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่แก่ประชากรกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ในปี 2552 ทุกกลุ่มอายุ ทุกสิทธิการรักษาพยาบาล ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 โรค ไม่ว่าจะเป็น สวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง
โรคไข้หวัดใหญ่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน สามารถเกิดขึ้นได้ทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง นอกจากนี้พบการติดเชื้อได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว และสามารถติดต่อกันได้ง่าย เมื่อเป็นแล้วอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ และระบบอื่นๆ ของร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยคาดว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั่วประเทศปีละ 700,000 - 900,000 ราย มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม ต้องรับไว้ในโรงพยาบาล 12,000- 75,000 รายต่อปี นอกจากนี้ พบว่าอัตราป่วยตายของโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีภาวะแทรกซ้อน อยู่ที่ร้อยละ 2.5 คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 913 - 2,453 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นวิธีป้องกันการป่วยและเสียชีวิตของประชาชนอย่างได้ผล โดยวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคและป้องกันโรคได้ร้อยละ 70-90 สามารถป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ 3 สายพันธุ์ ตามคำแนะนำองค์การอนามัยโลก นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่มีอัตราการติดต่อกันสูง หากได้รับวัคซีนป้องกันก็จะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้
ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 2 พิษณุโลก กล่าวอีกว่า การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่ ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก ประชาชนที่ได้รับการสำรวจและลงทะเบียนไว้ ในพื้นที่ดังกล่าว มีจำนวนทั้งสิ้น 87,597 คน โดยจังหวัดที่มีกลุ่มเป้าหมายลงทะเบียนสูงสุด คือ จ.เพชรบูรณ์ 26,235 คน รองลงมา คือ จ.พิษณุโลก 23,860 คน , อุตรดิตถ์ 17,010 คน , ตาก 13,942 คน และ สุโขทัย 6,550 คน จึงขอเชิญชวนประชาชนไปรับบริการฉีดวัคซีนได้ฟรี ณ โรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้
ท่าอากาศยานเชียงรายหารือสายการบินรับมือหวัด
ท่าอากาศยานเชียงรายได้เรียกตัวแทนสายการบินทุกสายการบินที่นำเครื่องขึ้นลงยังท่าอากาศยานเชียงราย และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ มาประชุมร่วมกันที่ห้องประชุมท่าอากาศยานเชียงราย เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางการป้องกันการสกัดกั้นการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ภายหลังพบผู้ป่วยในประเทศแล้วจำนวน 310 ราย
นายยุทธนา จิตรอบอารีย์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานเชียงราย กล่าวว่า ท่าอากาศยานสากลจังหวัดเชียงราย เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้เดินทางเข้าออกเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการ ให้ตัวแทนสายการบินทุกสายการบินที่นำเครื่องขึ้นลงยังท่าอากาศยานเชียงราย และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ มาประชุม
ทั้งนี้มีนายสุทัศน์ ไชยศรี หัวหน้าด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ได้ให้ความรู้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ว่าให้มีการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เริ่มต้นโดยให้เฝ้าสังเกตอาการของผู้โดยสารตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินว่ามีการไอ จามหรือเป็นไข้ หรือไม่อย่างไร พร้อมกับได้มีการประสานงานโดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านปลายทางได้รับทราบ หากพบผู้ต้องสงสัยจะได้นำตัวไปตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและเข้าสู่ห้องคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อต่อไป
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิมาลงอย่างต่อเนื่อง และแม้ผู้โดยสารทั้งหมดก็ผ่านการตรวจสอบที่สนามบินสุวรรณภูมิอยู่แล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาททางสนามบินเชียงรายก็ได้มีการเฝ้าระวังตามวิธีการดังกล่าวอย่างเข้มงวด และเตรียมเจลสำหรับล้างมือ หน้ากากอนามัยออกแจกจ่ายแก่พนักงานและผู้โดยสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการไปใช้บริการ เชื่อว่าไม่น่าจะมีโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาใช้บริการต่อไป
ภูเก็ตพบป่วยไข้หวัดใหม่6ราย
นพ.พงษ์สวัสดิ์ รัตนแสง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต (สสจ.ภูเก็ต) เปิดเผยว่า ถึงความคืบหน้าการติดตามและเฝ้าระวังการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า จากการเฝ้าระวังพบมีผู้ป่วยด้วยไข้หวัดดังกล่าวแล้ว ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2552 จำนวนรวม 6 ราย ประกอบด้วย รายแรก นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศฮ่องกง และเดินทางมาเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต
หลังกลับไปก็ตรวจพบว่ามีอาการป่วย รายที่ 2 หญิงไทยอายุ 26 ปี เป็นพนักงานบาร์ของผับหนึ่งในพื้นที่หาดป่าตอง เนื่องจากมีโอกาสการสัมผัสกับนักท่องเที่ยวชาวรายแรก ส่วนรายที่ 3-4 เป็นเพื่อนพนักงานบาร์ดังกล่าวซึ่งมีโอกาสสัมผัสกันเนื่องจากพักอยู่ในห้องเดียวกัน ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว รายที่ 5 เป็นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส อายุ 16 ปี ซึ่งเรียนอยู่ที่ประเทศอเมริกา และมีบ้านพักอยู่ที่ประเทศฮ่องกง
โดยเดินทางมาท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ตเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา และมีอาการป่วยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะนี้เดินทางกลับประเทศฮ่องกงไปแล้ว และรายที่ 6 เป็นเด็กหญิงไทยอายุ 9 ปี ได้เดินทางกลับมาจากประเทศอเมริกาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2552 ต่อจากนั้นญาติได้นำมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตด้วยรถยนต์ และพบมีอาการป่วยไข้หวัดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2552 เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนเช่นกัน ขณะนี้อาการดีขึ้นและได้เดินทางกลับกรุงเทพฯไปแล้ว
สำหรับผู้ป่วยทั้ง 6 รายเท่าที่ตรวจสอบข้อมูลอาการดีขึ้นแล้วตามลำดับ ซึ่งในส่วนของพนักงานบาร์ก็สามารถที่จะกลับไปทำงานได้ตามปกติแล้ว ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบว่าจะเป็นการติดเชื้อจากผู้ซึ่งเดินทางมาจากที่อื่นๆ แต่เราก็ไม่ประมาทโดยได้มีการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการดำเนินการเฝ้าระวังและให้ความรู้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารภูเก็ต ซึ่งจะมีนักเรียนบางส่วนที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานครเนื่องจากมีโรงเรียนปิดเรียน โดยให้ความรู้กับพนักงานประจำรถเกี่ยวกับการนำหน้ากากอนามัยมาปิดปากจมูก และการล้างมือ พร้อมกันนี้ก็จะให้มีการไปให้ความรู้และแจกเอกสารให้กับพนักงานที่โรงภาพยนต์ต่างๆ ด้วย
ยะลาแจงนทท.ต่างชาติหลังพบหวัด
นายประเวช แสนหล้า หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง สำนักงานป้องกันควบคมโรคที่ 12 สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ร่วมกับ จนท.พยาบาลโรงพยาบาลเบตง และจนท.ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำการชี้แจงกับบรรดานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์และแรงงานไทยที่เดินทางเข้า - ออกชายแดน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าใจและไม่ตื่นกลัวเกินเหตุ หลังพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009ในประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามกระแสข่าวการติดเชื้อในประเทศดังกล่าว ซึ่งเกรงว่านักท่องเที่ยวอาจจะไม่มีความมั่นใจที่เดินทางเข้ามาในประเทศ อย่างไรก็ดีในพื้นที่อ.เบตงขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009แต่ในทางปฏิบัติเพื่อเป็นการรักษาพื้นที่เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาด
ส่วนในด้านการท่องเที่ยวผู้ประกอบการในพื้นที่อ.เบตง เปิดเผยว่า ถึงแม้ในขณะนี้ในภาพรวมด้านการท่องเที่ยวของอ.เบตงจะยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงหลังจากนี้เกรงว่าข่าวที่ปรากฏออกมาสื่อต่างชาติโดยเฉพาะสื่อในประเทศมาเลเซียอาจจะนำไปเผยแพร่ และสร้างความตื่นกลัวให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งเรื่องนี้ผู้ประกอบการต่างให้ความเห็นว่าทางการท่องเที่ยวควรจะต้องมีการประสานไปยังการท่องเที่ยวทั้งในมาเลเซียและสิงคโปร์เพื่อช่วยชี้แจงในกรณีที่มีข่าวในทางลบเกิดขึ้นในประเทศไทย
ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคนี้ ทางด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา สำนักงานสาธารณสุข อ.เบตง โรงพยาบาลเบตงได้วางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยง ทั้งการตรวจสอบการเข้า - ออกตามชายแดนไทย - มาเลเซีย พร้อมทั้งประสานไปยังโรงเรียนต่างๆ กรณีที่มีนักเรียนเดินทางกลับจากการเยี่ยมญาติในต่างประเทศ พร้อมกับประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรู้จักวิธีการสังเกตอาการและวิธีดูแลตัวเองและสมาชิกในครอบครัว
สสจ.เชียงใหม่ เผยผู้ติดเชื้อหวัดเพิ่มเป็น11ราย
นพ.วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ H1 N1 ในจ.เชียงใหม่ที่ยืนยันแล้ว 11 ราย โดยรายแรก คือ นักศึกษาหญิง ภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ที่ติดเชื้อจากการเดินทางไปโครงการ Work and travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเดินทางกลับมาจ.เชียงใหม่เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. และได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ล่าสุดหายเป็นปกติแล้วแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้ว
ส่วนผู้ติดเชื้อที่เหลือเป็นกลุ่มผู้สัมผัส 9 ราย มีกลุ่มญาติ ซึ่งรวมถึงนักเรียนโรงเรียนสาธิต มช.ซึ่งเดินทางไปรับนักศึกษาคนแรกที่ติดเชื้อ และเพื่อนอีก 2 คนที่เดินทางกลับมาพร้อมกันจากอเมริกา โดยกระทรวงสาธารณสุขรายงานผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ อาการโดยรวมของผู้ติดเชื้อทุกราย ยังเป็นปกติ ไม่รุนแรงแต่อย่างใดจึงไม่น่าเป็นห่วงเพราะได้รับยาต้านไวรัสแล้ว ทุกคนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน แต่แพทย์และหน่วยงานเกี่ยวข้องยังติดตามและสอบถามอาการต่อเนื่อง
นพ.วัฒนา กล่าวอีกว่า สำหรับมัคคุเทศก์ที่เป็นชาวเชียงใหม่ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายล่าสุดอีก 1 ราย สาเหตุที่ติดเชื้อเกิดจากเดินทางไปรับญาติที่กลับจากประเทศฟิลิปปินส์ที่กรุงเทพฯ ล่าสุดได้ติดตามอาการแต่ยังไม่พบว่ามีไข้หรือมีอาการใดๆที่รุนแรง รวมทั้งได้ตรวจสอบสถานที่ที่มัคคุเทศก์คนดังกล่าวเดินทางไป เช่น ห้างสรรพสินค้า ฟิตเนส เพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดแล้ว
สสจ.กาฬสินธุ์ยัน นศ.กลับจากอเมริกาเป็นแค่ไข้หวัดใหญ่
นพ.สมปอง เจริญวัฒน์ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้รณรงค์ด้านการเฝ้าระวัง ทั้งการคัดกรองคนไข้ผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์มาโดยตลอด ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาด รวมทั้งคัดกรองคนไข้ และผู้เข้าข่ายที่อาจจะได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ชนิด A (H1N1) ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้
ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้พบผู้ต้องสงสัยได้รับเชื้อดังกล่าวแล้ว 1 ราย เป็นนักศึกษาหญิงอายุประมาณ 20 ปี ภูมิลำเนาตำบลไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ จากการสอบประวัติ ทราบว่า เพิ่งเดินทางกลับมาจากมลรัฐหลุยส์เซียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา แล้วมีอาการเจ็บคอ ไม่สบาย ญาติได้นำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ในเบื้องต้นจึงได้ดำเนินการวินิจฉัยโรคที่ห้องแยกโรคติดต่อทางเดินอากาศ และรอพิสูจน์ผล 24 ชั่วโมง
น.พ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ โดยในประเทศไทย พบว่ามีผู้ได้รับเชื้อดังกล่าวแล้วประมาณ 410 ราย สสจ.กาฬสินธุ์ ได้กำชับสถานพยาบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้นำชุมชน อสม.ในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบผู้ต้องสงสัยให้รีบนำส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที เพื่อเป็นการป้องกันควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ
สำหรับคนไข้ที่ต้องสงสัยที่เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จากการวินิจพบว่า เป็นเพียงอาการไข้หวัดธรรมดา เนื่องจากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ขณะที่ได้อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว ซึ่งสสจ.กาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้รายงานผลให้กระทรวงสาธารณสุขทราบแล้ว และขณะนี้ยังไม่พบประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่อย่างใด
พิจิตรเร่งให้ความรู้หวัดใหญ่แก่ครู
ที่โรงพยาบาลยุพราชตะพานหิน นายยุทธนา วิริยะกิติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร และเจ้าหน้าที่ ได้เร่งออกให้ความรู้ แนวทางการป้องกัน และวิธีการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้กับผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู อาจารย์ ในเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตรเขต 2 จำนวน 250 คน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยในการความรู้ได้กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษาตลอดจน ครู - อาจารย์ ช่วยกันทำความสะอาดอาคารสถานที่ภายในห้องเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวมทั้งเฝ้าสังเกตอาการป่วยของนักเรียนทุกระดับชั้นและขอให้คัดแยกนักเรียนที่มีอาการป่วย ไอ จาม ขอให้ใช้หน้ากากอนามัย นอกจากนี้หากนักเรียนที่มาเรียนหนังสือและป่วยมีไข้สูง ก็ขอให้นำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อซักประวัติและนำตัวเข้าสู่ระบบคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ชนิด H1N1 ทันที
นักเรียนเขตพัทยาปลอดหวัด 2009
ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายวัฒนา จันทนวรานนท์ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ ในโรงเรียนเขตเมืองพัทยาทั้ง 11 โรงเรียน และ อนุบาล 2 แห่ง พบว่า เมืองพัทยาได้ประชุมคณะผู้บริหารโรงเรียน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อวางมาตรการควบคุมกำกับดูแลให้ความรู้แก่สถานศึกษาในสังกัด ล่าสุดยังไม่พบว่ามีนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ฯ แต่อย่างใด
เมืองพัทยาได้กำชับให้สาธารณสุขเมืองพัทยา พยายามติดตามความเคลื่อนไหว ให้ความรู้ แนะนำการปฏิบัติตัว โดยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังเฝ้าติดตามนักเรียนที่สงสัยว่าไม่สบายจะให้นำตัวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบางละมุง อย่างไรก็ตาม ยังได้ทำความสะอาดโรงเรียนทุกแห่ง ทั้งห้องน้ำและในส่วนที่เป็นจุดเสี่ยง ของการเกิดโรคระบาดอีกด้วย ในส่วนที่โรงเรียนเอกชน ที่ได้ทำการปิดโรงเรียนชั่วคราว เนื่องจากหวั่นวิตกในเรื่องของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เนื่องจากมีมติของผู้ปกครองลงความเห็นปิด เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ของไข้หวัดใหญ่ฯ ปัจจุบันได้ทำการเปิดเรียนตามปกติแล้ว และพบว่ายังไม่มีนักเรียนคนใดที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ฯ ดังกล่าว แต่อย่างใด นายวัฒนา กล่าว



