
ทำมาหากิน : 'จัดรูปที่ดิน' เต็มรูปแบบ
ทำมาหากิน : ปรับพื้นที่นาปรังลุ่มเจ้าพระยา สู่งาน 'จัดรูปที่ดิน' เต็มรูปแบบ
กข.1 เป็นพันธุ์ข้าวเจ้าคู่ผสมระหว่าง เหลืองทองนาปรัง กับ IR8 ซึ่งมี วรวิทย์ พาณิชพัฒน์ เป็นผู้ปรับปรุงพันธุ์ภายในสถานีทดลองข้าว บางเขน จนได้สายพันธุ์ BKN 617-56-1-2 และได้รับการรับรองพันธุ์เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2512 หรือ 40 กว่าปีที่แล้วนั้น ได้กลายเป็นต้นกำเนิดของพันธุ์ข้าวนาปรังมาจนปัจจุบัน เพราะเป็นข้าวเจ้าพันธุ์ผสมพันธุ์แรกที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังจะอยู่ในพื้นที่ภาคกลางเขตลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งออกแบบเป็นแหล่งปลูกข้าวใหญ่ของประเทศ เพราะเป็นเขตพื้นที่ระบบชลประทานเข้าถึง จึงมีผลผลิตที่ค่อนข้างสมบูรณ์
นอกจากพื้นที่ชลประทานทั่วไปแล้ว ลุ่มเจ้าพระยาช่วงนั้นกำลังดำเนินการพัฒนาระบบชลประทานในระดับไร่นา (On Farm Irrigation) หรือที่เรียกว่า Supper Irrigation หมายถึง การพัฒนาระบบแพร่กระจายน้ำเข้าสู่ไร่นาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการก่อสร้างคูส่งน้ำ คูระบายน้ำ และเส้นทางลำเลียง ในไร่นา พร้อมทั้งปรับระดับแปลง และจัดรูปแปลงที่ดินใหม่ รวมเรียกว่า การจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
"การทำนาในลุ่มเจ้าพระยาถือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ข้าวไทย ไม่ว่าในแง่พื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการทำนาปลูกข้าว เพื่อเพิ่มผลผลิตอย่างเป็นล่ำเป็นสัน หรือการก่อกำเนิดของข้าวนาปรัง ซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่ในโครงการจัดรูปที่ดินที่เริ่มต้นขับเคลื่อนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นแห่งแรก"
เอกจิต ไตรภาควาสิน ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทานย้อนที่มาว่า การจัดรูปที่ดินแปลงตัวอย่างเริ่มต้นแห่งแรกในประเทศไทยในท้องที่ ต.พักทัน (ปัจจุบันคือ ต.สระแจง) อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ขนาดพื้นที่ 1,000 ไร่ แล้วเสร็จในปี 2512 ซึ่งเป็นช่วงประวัติศาสตร์ควบคู่กับการทำนาปรังในลุ่มเจ้าพระยา โดยลำพังพื้นที่ชลประทานจะมีการออกแบบเพื่อทำนาอย่างน้อย 2 ครั้งอยู่แล้ว คือเป็นนาปีคู่กับนาปรัง แต่ความสมบูรณ์ของน้ำในแง่ความทั่วถึง และเป็นธรรมสำหรับเกษตรกรอาจไม่เข้มข้นนัก แต่เมื่อเป็นพื้นที่จัดรูปที่ดิน สิทธิแห่งการเข้าถึงน้ำจะสมบูรณ์ยิ่งกว่า ทำให้เกษตรกรมีโอกาสมากกว่า
"ผลผลิตข้าวในพื้นที่ชลประทานทั่วไปอยู่ที่ 70-80 ถังต่อไร่ หากเป็นพื้นที่จัดรูปที่ดิน ผลผลิตเฉลี่ยจะสูงถึง 80-120 ถังต่อไร่ ทีเดียว ไม่นับรวมความสะดวกในการเข้าถึงแปลงไร่นาที่สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา ไม่มีปัญหาที่ดินตาบอดเลย การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแทนการใช้แรงงานคนที่นับวันหายากและราคาแพง เหล่านี้รวมกันเป็นการลดต้นทุนการผลิตลงนั่นเอง" ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กล่าว
เอกจิต ยังระบุอีกว่า โครงการพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนอย่างเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เป็นไปเพื่อตอบสนองโจทย์การเพิ่มผลผลิตข้าวเช่นเดียวกับโครงการจัดรูปที่ดิน ซึ่งเป็นการต่อยอดพื้นที่ชลประทาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตข้าว ทั้งสองโครงการล้วนได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากธนาคารโลก เพื่อหวังให้ลุ่มเจ้าพระยาเป็นแหล่งผลิตข้าว ตอบสนองความต้องการอาหารของประชากรโลก
"ถ้าไม่มีโครงการดังกล่าว คำว่า อู่ข้าว อู่น้ำ และครัวไทย ครัวโลก ยากที่จะเกิดขึ้นหรือแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เลย" ผอ.สำนักงานการจัดรูปที่ดินกลาง ย้ำชัด
อาจกล่าวได้ว่า การจัดรูปที่ดินนอกจากมีคุณูปการสำคัญในการอนุรักษ์พื้นที่การเกษตรไปในตัว ไม่ให้เปลี่ยนมือไปใช้เพื่อกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรได้ง่ายๆ แล้ว กระนั้นราคาที่ดินในพื้นที่จัดรูปก็ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ หลายเท่าตัว อันเป็นผลมาจากศักยภาพในการผลิตสูงนั่นเอง



