บุก'รอยัล อินเดีย'ลิ้มรสอาหารภารต
บุก'รอยัล อินเดีย'ลิ้มรสอาหารภารต : คอลัมน์ชวนชิม
นัดแนะออกไปกินอาหารนอกบ้านทีไร นอกจากร้านอาหารไทยแล้ว คงหนีไม่พ้นอาหารจากฝั่งเอเชียตะวันออกอย่างจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่น ที่ปรุงรสจนหลายคนพร้อมใจกันยกนิ้วให้ แถมแห่เข้ามาโกยเงินคนไทยชนิดต้องเข้าแถวจองโต๊ะกันยาวเหยียด หากจะว่าด้วยเรื่องของอาหารฟากเอเชียตะวันตกอย่างอาหารอินเดียกันบ้าง ชาวอินเดียให้ความสำคัญกับการปรุงอาหารไม่แพ้ชาติใดในโลก และความมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้มีเสน่ห์ และสร้างความต่างได้อย่างไม่น่าเชื่อ และความอร่อยนี้ยังสืบทอดต่อกันมานับพันปี พร้อมที่จะแตกแขนงออกเป็นเมนูต่างๆ รวมไปถึงการปรับแต่งให้ถูกปากใครต่อใคร
แต่สำหรับบ้านเราต้องยอมรับว่าสำรับกับข้าวจากชมพูทวีปอาจยังไม่แพร่หลายนัก ด้วยเอกลักษณ์ของการใช้เครื่องเทศทำให้กลิ่นค่อนข้างรุนแรง ซึ่งจริงๆ แล้วเครื่องเทศสารพัดชนิดที่นำมาปรุงนั้นนอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติและทำให้เจริญอาหารแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยย่อยด้วย ฉะนั้น หากใครยังไม่เคยลองชิมอาหารอินเดียมาก่อนก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจตัดออกจากลิสต์อาหารจานโปรดไปเสียก่อน
ผ่านไปเดินเล่นห้างหรูใจกลางกรุง หลังจากช็อปจนได้ของเต็มไม้เต็มมือ ท้องก็เริ่มร้องเป็นจังหวะฟ้องว่าต้องหาอะไรไปกระตุ้นให้น้ำย่อยเดินเครื่องทำงาน ด้วยความที่ได้ยินชื่อเสียงของร้านอาหาร "รอยัล อินเดีย บิสโทร" จนติดหูตั้งแต่สมัยให้บริการในย่านพาหุรัดเมื่อ 45 ปีก่อน จนเพิ่มสาขามาเสิร์ฟความอร่อยใจกลางแหล่งช็อปปิ้ง พอมีโอกาสปุ๊บ!! จึงต้องขอลองลิ้มรสความอร่อยสักครั้ง ว่าแล้วก็สาวเท้าเข้าไปนั่งในร้านโดยพลัน บรรยากาศร้านตกแต่งเรียบง่าย ไม่ได้อิงกลิ่นอายภารตมากจนเกินไป ทำให้รู้สึกสบายๆ ไม่อึดอัด มีให้เลือกทั้งแบบนั่งรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า หรือจะเลือกนั่งในส่วนที่จัดเป็นเคาน์เตอร์ใกล้บริเวณครัวก็ได้แล้วแต่ชอบ
สอดส่ายสายตาสำรวจรายการจานอร่อยในเมนู สารภาพตามตรงว่าไม่คุ้นเคยนัก งานนี้จึงต้องพึ่งพนักงานให้ช่วยแนะนำ ซึ่งเมนูแรกพนักงานบอกว่า มาแล้วต้องลอง "ชิกเก้น ติกก้า" ไก่ย่างชิ้นโตหมักโยเกิร์ตและเครื่องเทศ ก่อนนำไปย่างบนเตาเทนดูร์ (เตาถ่านดินเผา) ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวล เพิ่มรสชาติความอร่อยด้วยมิ้นท์ซอส ด้วยส่วนผสมหลักจากโยเกิร์ตและใบสะระแหน่รสชาติจึงออกเผ็ดหวาน จานถัดมาแนะนำให้สั่งจานหลักขึ้นชื่ออย่าง "ข้าวหมกแพะ" ส่วนของข้าวหมกร้านเลือกใช้เมล็ดข้าวยาวนำเข้าจากอินเดีย ขณะที่แพะคัดสรรเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อน่องนุ่มๆ มาปรุงกับเครื่องแกงมาซาล่า (เครื่องเทศแห้ง อาทิ กระวาน อบเชย กานพลู ใบผักชี ใบฟีนูกรีก ใบสะระแหน่ ใบยี่หร่า ขมิ้น)
สำหรับบรรดาชีสเลิฟเวอร์ รับรองต้องยกนิ้วให้ "ปาลักปานี" ฟังแค่ชื่อคงเดายากสักนิด เป็นผักโขมบดผสมกับชีส และโรยด้วยก้อนชีสทำจากโยเกิร์ต กินคู่กับแป้งนาน หรือ "กาลิกนาน" อร่อยจนวางช้อนไม่ลงทีเดียว อีกเมนูอร่อยต้องยกให้ "ชิกเก้น โด พิซซ่า" ที่ยกมาเป็นชุดให้ได้อร่อยครบครันทั้งแกงกะหรี่ไก่ปรุงด้วยซอสเข้มข้น เสิร์ฟคู่ข้าวอินเดียหุงแล้วผัดใส่มาซาล่า และกาลิกนาน แต่ถ้าใครไม่ชอบเนื้อหรือไก่ จะเลือกสั่ง "พอร์น เคอร์รี่ มาซาล่า" หรือแกงกะหรี่กุ้งน้ำข้นก็อร่อยไม่แพ้กัน
ลองอาหารคาวมาหลายเมนู ถึงคราวของหวานกันบ้าง "กุหลาบ จามุน" ถือเป็นสุดยอดของที่นี่ ด้วยส่วนผสมของแป้งและโยเกิร์ต นำมาราดน้ำเชื่อม ดูแล้วหน้าตาธรรมดามากๆ แต่ถ้าได้ชิมบอกเลยว่ารสชาติสวนทางกับหน้าตาจริงๆ เชื่อไม่เชื่อคงต้องหาโอกาสแวะมาด้วยตัวเอง
บรรยายความอร่อยมาหลายเมนู เอาเป็นว่าว่างเมื่อไหร่ไปลองกันเลย ร้านหาไม่ยาก อยู่ที่ชั้นจี ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้ายาวไปจนถึง 4 ทุ่ม ยกหูโทรสอบถามก่อนก็ได้ที่ 0-2610-7667 จ้า...
......................
(บุก 'รอยัล อินเดีย' ลิ้มรสอาหารภารต : คอลัมน์ชวนชิม)



