
ภูมิศาสตร์ตลาดโทรศัพท์มือถือไทยในปี 2556
15 ธ.ค. 2556
ภูมิศาสตร์ตลาดโทรศัพท์มือถือไทยในปี 2556
ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรราว 67 ล้านคน แต่มีประชากรโทรศัพท์มือถือราว 90 ล้านเครื่อง และในส่วนนี้เป็นสมาร์ทโฟน 36% เพิ่มขึ้นจาก 17% ในปี 2555 ขณะเดียวกันการขยายเครือข่ายสัญญาณ 3 จี และการเริ่มต้นเครือข่าย 4 จีในประเทศไทยก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในภูมิศาสตร์ตลาดโทรศัพท์มือถือในดินแดนขวานทองแห่งสุวรรณภูมิ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือไทย เป็นประเทศที่มีจำนวนโทรศัพท์มือถือมากกว่าประชากร และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งระบบการสื่อสารไร้สาย โดยมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ
เทเลนอร์ กรุ๊ป ได้ทำรายงานสภาพภูมิศาสตร์ตลาดโทรศัพท์มือถือของไทยอย่าครอบคลุมถึงสภาพการณ์ของตลาดที่แท้จริง โดยมีตัวเลขหลักๆ ที่น่าสนใจดังนี้ จำนวนสมาร์ทโฟนในประเทศไทยกำลังเพิ่มขึ้น ตัวเลขเมื่อช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2556 พบว่าจำนวนสมาร์ทโฟนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 7.1 ล้านเครื่องเป็น 8.0 ล้านเครื่อง คิดเป็นอัตราการขยายตัว 29.1% และโทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางการเข้าถึงสื่อดิจิตอลหลักของไทย แม้ว่าสื่อดิจิตอลส่วนใหญ่ในประเทศไทยยังไม่รองรับการเข้าถึงผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือก็ตาม
สำหรับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของคนไทยนั้น 56% ไม่ได้ใช้มือถือเพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือการค้นหาข้อมูล และอีก 39% ใช้มือถือในการค้นหาข้อมูลและเปิดเว็บไซต์ต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือจะเน้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบไว-ไฟเป็นหลัก
ผู้ใช้ส่วนใหญ่นิยมใช้มือถือแบบสมาร์ทโฟนเพื่ออัพโหลด หรือดาวน์โหลดรูปภาพเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต และใช้ฟังเพลง และเล่นเกม
ด้านพฤติกรรมการซื้อโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนของคนไทยส่วนใหญ่ยังคงเน้นหนักไปที่ความเชื่อถือในแบรนด์สินค้า และใช้ปัจจัย 18 ประการในการร่วมตัดสินใจ เช่น ราคา อายุการใช้งานแบตเตอรี่ แบรนด์ และความหลากหลายของแอพพลิเคชั่นเป็นปัจจัยหลัก
คนไทยให้ความสำคัญกับแบรนด์สินค้ามากกว่าค่าเฉลี่ยของการตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนโดยอาศัยแบรนด์สินค้าเฉลี่ยของผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกถึง 30% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยยังยึดติดกับแบรนด์อย่างเหนียวแน่น จึงไม่น่าแปลกใจที่สมาร์ทโฟนของแอปเปิล และซัมซุง ที่สร้างชื่อขึ้นมาจนเป็นแถวหน้าของสมาร์ทโฟนในประเทศไทย จึงได้รับความนิยมากเช่นนี้
และด้วยความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้า คนไทยจึงยอมทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนราคาแพง โดยสะท้อนจากผลการศึกษาของเทเลนอร์ที่ระบุว่าคนไทยให้ความสำคัญกับราคามาเป็นอันดับรอง
ขณะที่ศักยภาพของสมาร์ทโฟนในประเทศไทยนั้น อยุ่ในจุดที่พร้อมจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในทันที เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนเพียง 36% ในประเทศ แต่คนไทยตั้งเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งว่าสมาร์ทโฟนที่จะเลือกซื้อมานั้นต้องตอบสนองการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมาก
นอกจากนั้นคนไทยยังรู้จักการใช้งานการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนน้อยมาก 49% บอกว่าไม่ต้องการใช้งานโมบาย แบงกิ้ง ขณะที่กลุ่มที่รู้จักและใช้งานบริการดังกล่าวจะเป็นกลุ่มของคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 16-30 ปี ที่คิดเป็นสัดส่วน 20-23% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งประเทศ แต่คนไทยจะเน้นการใช้งานสมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่อเข้ากับโลกโซเชียลมีเดีย โดย 49% บอกว่าใช้สมาร์ทโฟนในการเข้าถึงโลกโซเชียลมีเดียทุกวัน ส่วน 19% ระบุว่าใช้ทั้งสมาร์ทโฟน และฟีเจอร์โฟน เข้าถึงโลกโซเชียลมีเดียเป็นประจำทุกวัน
ด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทย ผ่านระบบสาย มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการขยายตัวในปี 2555 เพิ่มขึ้นราว 26.5% สูงกว่าตัวเลข 18.2% เมื่อปี 2551 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น และเชื่อได้ว่ามีความคาดหวังว่าจะใช้สมาร์ทโฟน หรือฟีเจอร์โฟนผ่านเครือข่ายไร้สายได้โดยมีความเร็วมากขึ้นตามไปด้วย
ปัจจุบันสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์เป็นเจ้าตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย รองลงมาได้แก่ ไอโอเอสของแอปเปิล แต่ในรายงานของเทเลนอร์ระบุว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ (โอเอส) แอนดรอยด์ และไอโอเอส มีแนวโน้มยอดขายลดลงในอนาคต และจะถูกเบียดด้วยสมาร์ทโฟนที่ใช้โอเอส วินโดวส์ โมบายล์ และ แบล็คเบอร์รี่ ในปี 2556 นี้มากขึ้น
ส่วนระดับราคาเฉลี่ยของโทรศัพท์มือถือที่ผู้บริโภคนิยมซื้ออยู่ที่ 5,000 บาทต่อเครื่อง และ มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3,000 บาทต่อเครื่องในปี 2556 นี้ ข้อมูลในส่วนนี้ได้มาจากบริษัทวิจัย จีเอฟเค และหัวเหว่ย ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำแห่งจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เปิดเผยระหว่างการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในประเทศไทย



