ไลฟ์สไตล์

หนังสือที่เธอถือมา : อารมณ์ร่วม

หนังสือที่เธอถือมา : อารมณ์ร่วม

15 ธ.ค. 2556

หนังสือที่เธอถือมา : อารมณ์ร่วม : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

 
                            ในเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕  ขณะอยู่บ้านดีๆ  พอได้ยินคำว่า ‘เสียสัตย์ เพื่อชาติ’ ทางโทรทัศน์  ผมกับคนในบ้านก็พากันออกไปบนท้องถนนทันที
 
                            ออกไปแล้ว  ได้พบฝูงชนมากมายในอารมณ์ร่วมเดียวกัน  โดยเฉพาะผู้คนจำนวนไม่น้อยที่พบหน้าทักทายกัน  เป็นคนรู้จักมักคุ้นแทบจะทุกรุ่นในแวดวงเดียวกัน  ทุกคนต่างบอกประมาณว่า  ‘ทนไม่ได้’
 
                            แม้ไม่เหมือนกันกับเหตุการณ์ทางการเมืองในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ๒๕๕๖ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร  แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นคล้ายกันก็คือ  หลังคืนวันที่ ๓๑ ตุลาคม  ต่อเช้าวันที่ ๑ พฤศจิกายน  ผู้คนก็พากันออกจากบ้านไปบนท้องถนนอย่างมากมายมหาศาล  ทั้งมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน  ที่สบประมาทว่าคนต่อต้านไม่น่าจะเกินหมื่นคน  กลับกลายเป็นมากกว่าล้านคน  จนฝ่ายรัฐบาลตั้งตัวไม่ติด  ต้องถอน  ต้องถอย  ต้องยุบ  เพื่อตั้งรับ  แล้วเตรียมจะรุกอีกตามยุทธศาสตร์ทางการเมือง
 
                            อารมณ์ร่วมหนึ่งที่ทำให้ประชาชนออกไปแสดงพลังต่อต้านมากจนเกิดคำว่า ‘มวลมหาประชาชน’  ก็เพราะรับไม่ได้ ‘พ.ร.บ. นิรโทษกรรม’  หรือ ‘กฎหมายล้างผิด’  หรือ ‘กฎหมายลักหลับ’  ที่เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรพยายามจะเอาสิ่งที่พรรคพวกตัวเองต้องการให้ได้ในยามดึกดื่นที่ผู้คนกำลังหลับ บวกกับปมสั่งสมอื่นๆ ทั้งปล่อยให้ ‘ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ’  ทั้งพฤติกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือไว้วางใจของนายกรัฐมนตรี  ทั้งพฤติกรรมวาจาของคณะบุคคลในรัฐบาล  ทั้งการเร่งแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งการประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ  ทั้งการกระทำผิดซ้ำซ้อนอย่างไม่มีการยอมรับผิดหรือขอโทษ รวมกันแล้วมันกลายเป็นมวลความไม่ชอบธรรมอันมหาศาลของรัฐบาลที่ปรากฏชัดแจ้ง กระทั่งปลุกให้ผู้คนที่มีขีดความอดทนจำกัด  ทนไม่ได้  รับไม่ได้  ปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปไม่ได้  
 
                            คนไทยที่มีอารมณ์ร่วม  คนไทยที่ทนไม่ได้  มีทุกรุ่นทุกวัย  ทุกกลุ่มสาขาอาชีพ  เรียกว่าเป็นการที่ประชาชนออกมาประท้วงรัฐบาล  ด้วยผู้คนจำนวนมากและหลากหลายที่สุดในประวัติศาสตร์  แม้เด็กนักเรียนนักศึกษาที่ว่าเหมือนจะอยู่กับสังคมฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไปวันๆ เขาก็ตื่นตัวขึ้นมา  แม้กลุ่มคนที่ไม่สนใจการบ้านการเมืองมากนักมาก่อนเขาก็รู้สึกว่าอย่างนี้มันบ้าเกินไปแล้ว  โดยเฉพาะในประเด็นการออกกฎหมายล้างผิดให้พรรคพวกตน  หรือที่ว่า  ‘ล้างผิดคนโกง  ล้างผิดคนฆ่า  ล้างผิดคนเผา’  อันเป็นผลพวงจากเหตุการณ์ทางการเมืองในปี ๒๕๕๓  
 
                            ขณะคนที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าประชาชนในปีนั้น  กลับประกาศตัวเป็นแกนนำในการ ‘คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ในปีนี้  พอคนออกมาแสดงพลังกันมากๆ  ก็ถูกมองว่าออกมา ‘เดินตามก้นแกนนำ’  หลงเชื่อคำชักจูงแกนนำ  หรือเป็นมวลชนสนับสนุนพรรคการเมืองของแกนนำ  ย่อขั้วข้างเหลือแค่การชิงอำนาจทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน  แกนนำถูกโจมตีด้วยเรื่องส่วนตัว  ด้วยเรื่องเก่าสมัยเคยเป็นรัฐบาล  แม้ตอนหลังนักการเมืองพรรคนี้จะพากันลาออกจากการเป็น ส.ส.ยกพรรคแล้วก็ตาม
 
                            แต่สิ่งหนึ่งที่มองเห็นก็คือ แม้จะมีคนจำนวนหนึ่งออกมาเพราะพรรคการเมืองนั้น นิยมชมชอบแกนนำคนนั้น  แต่เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ออกมาด้วยอารมณ์ร่วมทนไม่ได้กับการกระทำอันไม่ชอบธรรมของรัฐบาล  แม้แต่ฝ่ายที่เคยสนับสนุนรัฐบาลมาก่อน  บางส่วนก็ยังออกมาต่อต้านสิ่งที่รัฐบาลกระทำ  
 
                            อารมณ์ร่วมในความถูกต้องยุติธรรม  ยังเป็นของมนุษย์  เหนือฝ่ายเหนือพรรคเหนือกลุ่ม  ยังเป็นพลังบริสุทธิ์ที่จะให้บทเรียนครั้งสำคัญ  ในโรงเรียนสังคมประชาธิปไตย  ไม่ว่าฝ่ายไหนจะแพ้หรือชนะ  บทเรียนนี้ประชาชนทั้งประเทศต้องเรียนรู้ร่วมกัน  นักการเมืองทุกฝ่ายต้องเรียนรู้ร่วมกัน  มิใช่อ้างแต่คำว่าเลือกตั้ง  มิใช่อ้างแต่คำว่าประชาธิปไตย  แล้วก็กระทำลุแก่อำนาจอย่างไม่เห็นหัวประชาชน  
 
                            ใน ‘อารมณ์ร่วม’  ยังมี ‘แนวร่วม’   บางคนอาจรู้สึกคับข้องใจมานาน  เมื่อถูกสะกิดให้ได้เห็นได้เข้าใจในจังหวะเวลา  มันก็เกิดการ ‘จุดติด’  และสิ่งหนึ่งที่ปลุกอารมณ์ร่วม  หรือที่ว่า ‘เรียกแขก’ ได้อย่างดียิ่ง  ก็คือ ‘วจีกรรม’  คำแถลงโดยผู้บริหารบ้านเมือง  คำพูดยั่วยุใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายอื่นโดยฝ่ายมีอำนาจ  การพูดมากปากพล่อยของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล  หลายครั้งที่มันกลายเป็นการปลุกอารมณ์ร่วมให้คนเกลียดรัฐบาล
 
                            แทบทุกครั้ง  เมื่อมีแถลงการณ์ของผู้ที่ถูกเรียกว่าผู้นำ  ผู้คนที่อยู่เฉยๆ ก็มักจะทนไม่ได้มากขึ้น  คนที่มีวาจาสิทธิ์  พูดแล้วทำให้คนเกิดอารมณ์ร่วม ‘ทนไม่ได้’ มากมายนั้น  ดูจะเป็นคนไม่ธรรมดาทีเดียว!
 
 
 
-------------------------
 
 
 
(หนังสือที่เธอถือมา : อารมณ์ร่วม : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)