ไลฟ์สไตล์

'โรงเรียนชาวนา'พึ่งตนเองปลูก-กิน-ขาย

'โรงเรียนชาวนา'พึ่งตนเองปลูก-กิน-ขาย

16 ธ.ค. 2556

สอนให้พึ่งตนเองตั้งแต่ปลูก-กิน-ขาย ครูใหญ่โรงเรียนชาวนา ต.หินกอง : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

 

                            "ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2557 เป็นต้นไป ผมจะนำเด็กตั้งแต่ป.4 โรงเรียนบ้านโพนดวนมีอยู่ 40 คนมาเรียนการทำนาแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีตั้งแต่เริ่มต้นขบวนการ ไปจนถึงการทำนาที่ใช้ต้นทุนต่ำ โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้กับการดำรงชีวิตให้กับเยาวชนและเกษตรกรในตำบลหินกอง หันกลับมาใช้วิถีการทำนาแบบดั้งเดิม และสอนการคัดพันธุกรรมข้าว การผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ การทำน้ำหมักใช้ในครัวเรือนต่างๆ เพื่อให้เด็กๆเหล่านั้นไปโน้มน้าว พ่อ แม่ ให้หันมาทำนาแบบอินทรีย์ ซึ่งเป็นการทำเกษตรที่ยั่งยืน ผลผลิตข้าวได้คุณภาพ อนุรักษ์วิถีการทำนาแบบดั่งเดิมไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้สืบไป" ช่วย สาสุข  กล่าว

                            "ช่วย สาสุข"  วัย 69 ปี เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2556 ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้กับการดำรงชีวิต ทำนาแบบดั่งเดิมที่ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีในการผลิต เป็นการทำนาแบบอินทรีย์ ซึ่งเป็นการทำเกษตรที่ยั่งยืน ผลผลิตข้าวได้คุณภาพ และทุกปีจะแบ่งที่นาส่วนหนึ่งไว้สำหรับการคัดพันธุกรรมข้าวไว้ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 120 สายพันธุ์ จากนั้นจะแปรรูปไปจำหน่ายเองภายใต้ชื่อ "บุญช่วยข้าวอินทรีย์ " 

                            ล่าสุด กฤษณะ  แสนสำโรง  นายกเทศมนตรีตำบลหินกอง ได้เปิดโครงการ “โรงเรียนชาวนา” ในที่นาสวน ของนายช่วย สาสุข ตั้งอยู่หมู่ 12 ต.หินกอง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 53 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีการทำนาปลูกข้าวแบบดั่งเดิม อีกทั้งเป็นแหล่งศึกษา  เรียนรู้พันธุกรรมข้าว โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนลูกหลานเกษตรกร นักเรียน และชาวนาที่สนใจเข้าร่วมโครงการได้ โดยมีนายช่วย เป็นครูใหญ่โรงเรียนชาวนาที่ตั้งขึ้น พร้อมทั้งเป็นวิทยากรช่วยสอนการทำนาอินทรีย์อีกด้วย

                            "ผมยึดหลักการพึ่งพาตนเอง พึ่งพาผู้อื่นให้น้อยที่สุด และจะใช้หลักการนี้ในการสอนนักเรียนด้วย การทำนาอินทรีย์ เราไม่พึ่งสารเคมีเลย ปุ๋ยก็ทำขึ้นมาเอง ข้าวอินทรีย์ พอปลูกเสร็จ ก็จะใช้โรงสีข้าวเล็กๆ ที่มีอยู่สีเพื่อรับประทานเอง ส่วนหนึ่งก็แปรรูปขาย มีงานโอท็อป งานเกษตรอินทรีย์ ก็ไปออกร้าน หรือมีคนสั่งซื้อมาก็ไปส่งให้ทางไปรษณีย์ เก็บเงินค่าส่งปลายทาง สั่งมา 1  กิโล 2 กิโล ผมก็ส่ง เหนือ ใต้ ออก ตก ส่งหมด เราทำเองขายเอง ไม่ต้องพึ่งพาจำนำข้าว ปลาก็เลี้ยงไว้กิน เป็ดก็เลี้ยง หมูก็เลี้ยงหมูหลุม สิ่งปฏิกูลที่เกิดขึ้นก็ไม่ต้องทิ้งนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ได้ ทุกอย่างที่ปลูกก็ต้องกินได้ แบบนี้เกษตรกรก็อยู่ได้ ใครสนใจแนวทางเกษตรอินทรีย์ก็มาเรียนได้ผมจะสอนให้" ครูใหญ่โรงเรียนชาวนา ต.หินกอง กล่าว

                            ในช่วงวัยหนุ่ม นายช่วยมาขายแรงงานในเมืองหลวงด้วยการรับจ้างทำอิฐบล็อก เพราะจบแค่ ป.4 แต่อาศัยความขยันจึงสร้างตัวได้ กระทั่งฟองสบู่แตกในปี 2540 เขาจึงกลับบ้านเกิดพร้อมเงินเก็บ 8 แสนบาทกับรถยนต์ 2 คัน ไปทำนาที่เคยซื้อไว้ 30 ไร่ เมื่อปี 2516 ในราคา 3 หมื่นบาท เริ่มต้นทำนาด้วยสารเคมีเหมือนชาวนาทั่วไป กระทั่งปี 2544 มีเครือข่ายเกษตรกรทางเลือกทุ่งกุลา เกิดขึ้นและมีการอบรมให้ความรู้การทำนาอินทรีย์ไม่พึ่งสารเคมี จึงได้เข้ารับการอบรมและเปลี่ยนมาทำนาแบบอินทรีย์ตั้งแต่นั้นมาและต่อมาปี 2545 ซื้อเพิ่มอีก 10 ไร่ และ 12 ไร่ในปีต่อๆ มา ปัจจุบันมี 53 ไร่

                            "แรกๆ ทำนาแบบอินทรีย์ต้องลงทุนสูง เพราะที่นาใช้สารเคมีมาก่อนต้องปรับปรุงดินด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ถึง 300 กิโลต่อไร่ตกกิโลละ 5 บาทเฉลี่ยไร่ละ 15,000 บาท ปีที่ 2 จะลดลงเหลือ 250 กิโล ปีที่ 3 ลดเหลือ 200 กิโล ลดลงเรื่อยๆ กระทั่งปีที่ 6-7 แทบไม่ต้องใช้เลยเพราะที่ดินได้มีรับการปรับปรุงจนมีสภาพดีแล้วหรือถ้าใช้ก็ปริมาณน้อยลง ปัจจุบันลงลงทุนไร่ละ 2,000 บาทเท่านั้น เป็นการลดต้นทุนไปเรื่อยๆ และเราก็ทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ข้าวก็เอาสีกินเอง และแปรรูปขายเอง ทำให้ต้นทุนในการผลิตจะต่ำลงไปด้วย ซึ่งเกษตรกรรายย่อยก็สามารถทำได้โดยใช้โรงสีข้าวขนาดเล็กสีข้าวกินเองได้" นายช่วย กล่าว

                            ปัจจุบัน นายช่วยคัดพันธุ์ข้าวเก็บไว้ทุกๆ ปีจำนวน 120 สายพันธุ์ และมีพันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกอีก อาทิ ข้าว(เหนียว)หอมนางนวล, ข้าวมะลิ 105, ข้าวโสมาลี, ข้าวมะลิดำเม็ดขาว, ข้าวมะลิแดง, ข้าวพันธุกรรมพ่อหลวง, ข้าวมะลิดั้งเดิม และข้าวหินกอง 1 เป็นพันธุ์ผสมระหว่างนางนวลกับสันป่าตอง ซึ่งเกษตรกรที่ต้องการพันธุ์ข้าวสามารถสั่งจองไว้ล่วงหน้า 1 ปี ปัจจุบันเขาทำนาเกษตรอินทรีย์กับลูกสาวและลูกชาย 2 คน เพราะคู่ชีวิตได้จากไปหลายปีแล้ว นายช่วยบอกว่าจะทำนาไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะมีความสุขกับการทำนา

 

 

-------------------------

(สอนให้พึ่งตนเองตั้งแต่ปลูก-กิน-ขาย ครูใหญ่โรงเรียนชาวนา ต.หินกอง : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ)