ไลฟ์สไตล์

'ราม'ตั้งศูนย์รับแจ้งผู้ได้รับบาดเจ็บ

'ราม'ตั้งศูนย์รับแจ้งผู้ได้รับบาดเจ็บ

11 ธ.ค. 2556

ม.ร.ตั้งศูนย์ รับแจ้งข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บและหลักฐานจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ม.ร. พร้อมเปิดกองทุนช่วยเหลือนศ.

               เมื่อเวลา 14.10 น.วันที่ 11 ธันวาคม ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีม.ร. แถลงข่าวการให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาม.ร.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ณ บริเวณ ม.ร.เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา จนทำให้นักศึกษาได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต ว่า จากการเก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 64 ราย และเสียชีวิต 4 ราย โดยเป็นนักศึกษาม.ร. 1 ราย และในจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ มีนักศึกษาม.ร.ที่กำลังศึกษาอยู่ 15 ราย ส่วนที่เหลือเป็นนักศึกษาศิษย์เก่า นักศึกษาจากสถาบันอื่นๆ และประชาชนทั่วไป

               ซึ่งตลอดเวลาที่เกิดเหตุการณ์และหลังเหตุการณ์ มหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเยี่ยมผู้เจ็บปวดที่รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล และขณะนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บและหลักฐานจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ม.ร.เพื่อรับแจ้งข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตภายใน ม.ร. รวมถึงรับหลักฐานเอกสารต่างๆ อาทิ ภาพถ่าย วีดีทัศน์ และอื่นๆ รวมถึงเป็นศูนย์ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยได้ประสานไปยังสภาทนายความในการดูแล ผู้ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์รับแจ้งฯ บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าม.ร. หรือที่งานประชาสัมพันธ์ ม.ร. อาคารสุโขทัย ชั้น 2 โทร. 02-310-8778

               อธิการบดี ม.ร.กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มาเก็บรวบรวมหลักฐาน และตนได้เป็นผู้ให้ถ้อยคำแก่คณะกรรมการป.ป.ช. เท่าที่ตนรับทราบ ดังนั้น ถ้าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ มีข้อมูล หรือมีหลักฐาน ขอให้ส่งมาที่มหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดการพิจารณาสอบสวนที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งศูนย์รับแจ้งฯ นี้ จะมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง

               นอกจากนั้น ม.ร.ได้จัดตั้งกองทุน พร้อมเปิดบัญชี ม.ร.เงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ธนาคารกรุงเทพ สาขารามคำแหง เลขที่ 9-067-022-005 เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาม.ร. ผู้ประสบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริเวณ ม.ร.เท่านั้น เนื่องจากต้องยอมรับว่า ม.ร.ไม่ได้เตรียมการเรื่องงบประมาณสำหรับเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน มีนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์มีทั้งนักศึกษาที่มีฐานะยากจน หรือครอบครัวอยู่ที่ต่างจังหวัด

               “หลังจากเกิดเหตุการณ์ บางเรื่องที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พูดถึงรามคำแหงนั้น ผมไม่อยากตอบโต้ แต่อยากขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่เก็บหลักฐานเฉพาะลูกกระสุนเท่านั้น แต่ควรดูภาพรวมทั้งหมดด้วย ขณะเดียวกันจะเสนอสภามหาวิทยาลัย ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นหลักฐาน เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่พูดปากต่อปาก และอยากทำความเข้าใจต่อผู้สื่อข่าวที่อาจเข้าใจผิด เขียนข่าวในทำนองที่ว่า อธิการบดีจัดตั้งเวทีของนักศึกษาม.ร.นั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงอธิการบดีไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งเวที นักศึกษา จัดตั้งขึ้นเอง ส่วนกรณีที่ต้องเปิดประตูให้แก่นักศึกษา ม.ร. เพื่อให้นักศึกษาได้รับความปลอดภัย”ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าว

               ทั้งนี้ สำหรับในส่วนการช่วยเหลือจากทางกระทรวงศึกษาธิการนั้น ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาจนถึงตอนนี้ ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ มีเพียงการติดต่อประสานจากนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรมช.ศึกษาธิการ ช่วงแรกๆ เท่านั้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ ไม่เคยติดต่อหรือประสานใดๆ มา มีเพียงนางปวีณา หงสกุล อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ติดต่อว่า จะเข้ามาช่วยเหลือเยียวยานักศึกษาม.ร. อยากฝากอดีตรมว.ศึกษาธิการ ให้นำพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดี มาใช้ด้วย

               นายนราเมศวร์ ธีระรังสิกุล บิดาของนายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจพ่อผู้เสียชีวิตในการชุมนุม กล่าวว่า ขอขอบคุณทางอธิการบดี ม.ร. นักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่า และเจ้าหน้าที่บุคลากรของม.ร.รวมถึงประชาชนทุกคน ที่ตลอดระยะเวลา 7 วัน ที่จัดงานศพของลูกชาย ได้เข้าไปให้กำลังใจตลอด และขอยืนยันว่า นายทวีศักดิ์ ลูกชายนั้น เป็นนักศึกษาม.ร. โดยกำลังศึกษาอยู่ในคณะบริหารธุรกิจ โครงการพี -ดีกรีโปรแกรม ที่สามารถให้นักศึกษากำลังเรียนม.ปลาย หรือใช้วุฒิ มัธยมศึกษาปีที่ 3 มาเรียนเพื่อสะสมหน่วยกิตได้

               “ตอนแรกที่รู้เรื่องลูกชายโดนยิง เสียชีวิต เราก็มึนๆ ชาๆ และเสียใจมาก แต่ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้น เพราะได้ทบทวนเหตุการณ์ คำบอกเล่าของเพื่อนๆ ลูกชาย ที่เขาบอกว่าลูกชายเราโทรมาหา บอกว่าต้อง ช่วย เนื่องจากมีผู้เข้ามาทำลายสัญลักษณ์ของม.รามคำแหง และทำให้เขาเสียชีวิตจากการโดนยิง ซึ่งทำให้เราภูมิใจที่ลูกของเราทำอะไรที่มีประโยชน์บ้าง และอยากให้การเสียชีวิตของลูกชาย เป็นอุทาหรณ์ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในประเทศได้ฉุกคิดว่าบ้านเมืองเราย้ำแย่แล้ว เราน่าจะทำอะไรให้บ้านเมืองเจริญขึ้น แผ่นดินนี้สูงขึ้น เป็นปึกแผ่น ดังนั้น ไม่เสียใจเลยที่ลูกชายเรียน ม.รามคำแหง สถาบันนี้เข้มแข็งมาก และขอยืนยันว่า ทางครอบครัวไม่ได้เดือนร้อนเรื่องเงิน ลูกของผมไม่ได้รับจ้างใครมาชุมนุม เขารักชาติบ้านเมืองเหมือนคนอื่น และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ที่เกี่ยวข้องขอให้สอบสวนให้ความเป็นธรรม ไม่บิดเบือนหรือทำอะไรให้ไม่ตรงกับความเป็นจริง ผลสอบสวนเป็นอย่างไรขอให้ยอมรับ และให้เกียรติคนตายบ้าง ถึงแม้ลูกชายผมจะเป็นเด็ก ไม่ได้เรียนสูงเหมือนลูกคนอื่น ไม่ได้เข้าคณะดีๆ แต่ลูกผมก็เป็นคน ๆหนึ่ง ที่ได้ทำในสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนต้องภาคภูมิใจ เพราะไม่มีงานศพที่ไหน ที่จะเห็นผู้คนมาเต็มวัด มาไหว้ มาให้กำลังใจพวกผม”นายนราเมศวร์ กล่าว

               นอกจากนั้น ในงานแถลงข่าว ผศ.วุฒิศักดิ์ อธิการบดี ม.ร. ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น แก่นายนราเมศวร์ และดร.สุรีย์ ธีระรังสิกุล บิดามารดาของนายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ ที่เสียชีวิตในการชุมนุม เป็นจำนวน 50,000 บาท และเดินทางไปเยี่ยมนายเสน่ห์ จันทร์เกิด ศิษย์เก่าม.ร. ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่อาคารซี ห้อง 3618 โรงพยาบาลรามคำแหง