
หนังสือที่เธอถือมา : อารมณ์กลอน
08 ธ.ค. 2556
หนังสือที่เธอถือมา : อารมณ์กลอน : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม
ในสังคมบ้านเมืองยามนี้ อารมณ์และเหตุผลกำลังปีนเกลียวกันอย่างรุนแรงในทุกพื้นที่ ทั้งในเวทีปราศรัย ในสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งในวงสนทนาใหญ่น้อยทั่วไป
สิ่งหนึ่งที่ปรากฏออกมาในสถานการณ์เช่นนี้ คือความเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน สะท้อนอารมณ์รู้สึกนึกคิด จะเป็นกลอนหรือไม่เป็นกลอนมาก่อน ดูเหมือนกลอนได้กลายเป็นเครื่องมือสื่อแสดงพลังอย่างหนึ่ง
ผู้คนขึ้นเวทีพูดจากปราศรัย ไม่ว่าจากสาขาอาชีพใด มักเริ่มต้นด้วยกลอนหรือปิดท้ายด้วยกลอน และกลอนในกระแสอารมณ์ร้อนแรง จะเป็นกลอนฉันทลักษณ์คล้องของแบบไทยๆ ทั้งไม่ใช่กลอนโรแมนติกไพเราะอ่อนหวานซ่านซึ้งใจอะไร หากเป็นกลอนปลุกเร้าอารมณ์ให้ฮึกเหิมต่อสู้ เรียกว่าเป็นการพวยพุ่งของอารมณ์ก็ว่าได้ เอากันแบบสดๆ ดิบๆ เลย ผิดฉันทลักษณ์บ้างช่างมันก่อน เอาลีลาเนื้อหาอารมณ์การเปล่งเสียงอ่านเข้าไว้ก่อน
ฟังแล้ว ก็รู้สึกคึกคักตามไปด้วยไม่น้อย ทำให้เห็นว่าคนทั่วไปยังมีพื้นฐานโคลงกลอน มีอารมณ์กลอน มีความเชื่อว่ากลอนมีพลังสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่งได้
ในสื่อสังคมออนไลน์เช่นกัน มีไม่น้อยที่ปกติก็เขียนข้อความแสดงความเห็นทั่วไป แต่ในยามสถานการณ์เข้มข้นแหลมคน หลายคนยังร่ายลีลาอารมณ์กลอนออกมา ได้รู้เห็นว่าบางคนไม่นึกว่าเป็นกลอนก็เป็นกลอน แม้บางทีจะเป็นเหมือนการเรียบเรียงความคิดส่วนตัวลงไปในรูปแบบกลอนเท่านั้น
ไหนยังจะมีคนที่เป็นกลอนอยู่แล้วจำนวนมาก หลายคนแต่งกลอนดี มีประเด็น แม้จะร้อนแรงด้วยอารมณ์ แต่ก็มีเหตุผลรองรับในเรื่องราวนั้น กลอนดุๆ เด็ดๆ แบบ ‘พี่คนดี กวีสมัครเล่น’ ที่เผยแพร่อย่างต่อเนื่อง มักได้รับการแบ่งปันสถานะและแสดงความคิดเห็นร่วมอย่างแพร่หลาย
หรือกลอนสั้นๆ ชัดๆ ของ ‘อภิชาติ ดำดี’ คนผู้เป็นกลอนอยู่แล้ว ยิ่งมีผู้นำไปเผยแพร่ต่อ โดยการตัดบางบทไปประกอบภาพต่างๆ กระทั่งบางทีเห็นและจำกันแต่ตัวกลอน หลุดชื่อคนแต่งไปก็มี อาทิ
‘นี่ไม่ใช่ ประเทศ ชินวัตร
ไม่ใช่ สาธารณรัฐ ของทักษิณ
ไม่ใช่ทรัพย์ ส่วนตัว ครอบครัวชิน
ที่นี่...คือแผ่นดิน ประเทศไทย
กูจะติด ธงชาติ ประกาศกล้า
อย่าหมายมา หยามหลู่ ห้ามกูได้
กูจะเป่า นกหวีด กรีดหัวใจ
เพื่อทวงคืน ประเทศไทย กลับคืนมา’
กลอนสองบทนี้ จะตัดไปใช้แยกกัน ก็ดูจะลงตัวในแต่ละบท มีเนื้อหาอารมณ์ชัดเจนในตัวมันเอง สำหรับคนชอบกลอนแล้ว ย่อมรู้จักว่าผู้แต่งเป็นมือกลอนเก่าแก่ ที่เป็นนักพูดฝีปากกล้าด้วย
ผมเอง หลายครั้งที่อยากคิดเขียนอะไรเป็นข้อความธรรมดา แต่แบบคนเป็นโคลงเป็นกลอนอยู่บ้าง บางอารมณ์ต้องใช้กลอน น่าสังเกตว่ากลอนที่แต่งออกไปสดๆ คมๆ ชัดๆ แรงๆ มักได้รับการแบ่งปันสถานะเร็วและมาก มีผู้ถูกใจและแสดงความคิดเห็นร่วมหลากหลาย แสดงถึงว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังอยู่ในอารมณ์อัดอั้นตันใจ เมื่ออ่านพบเจอกลอนที่ให้อารมณ์ร่วม ก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนองฉับพลัน เหมือนเมื่อครั้งที่ผมเคยเผยแพร่กลอนเรื่อง ‘เจ็ดล้านเจ็ด’ และ ‘ขอเลียทักษิณจนสิ้นชาติ’ จนเกิดวิวาทะร้อน ทั้งชอบใจและไม่ชอบใจมาแล้ว
จะว่าไป ในวัยที่มากขึ้น ผมคงแต่งกลอนเกรี้ยวกราดฟาดไฟได้ยากขึ้น เพราะมิใช่สักแต่ว่าอยากด่าใครก็ด่าอาฆาตมาดร้าย มันต้องตะล่อมด้วยประเด็นเนื้อหาเหตุผลไม่น้อยเลย บางภาวะการแต่งกลอนจึงรู้สึกฝืดๆ ฝืนๆ แข็งๆ ชอบกล หลายครั้งที่ผมแต่งกลอนแล้วลบทิ้ง เพราะอ่านแล้วไม่ได้อารมณ์
แน่นอน, กลอนต้องมีอารมณ์กลอน ส่วนจะอารมณ์รู้สึกนึกคิดแค่ไหนแบบไหนอย่างไร แม้คนเป็นกลอนแล้ว ก็ต้องเรียนรู้อยู่เสมอ ในพื้นที่อารมณ์และเหตุผลที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา!
-------------------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : อารมณ์กลอน : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)



