ไลฟ์สไตล์

'a-chieve'แนะเด็กม.ปลาย เลือกอนาคตได้ด้วยมือเรา

'a-chieve'แนะเด็กม.ปลาย เลือกอนาคตได้ด้วยมือเรา

07 ธ.ค. 2556

'a-chieve'แนะเด็กม.ปลาย เลือกอนาคตได้ด้วยมือเรา : โดย...ศิรินภา วิระศรี

               "โตแล้วไปไหน" หัวข้อคำถามยอดนิยมสำหรับเด็กชั้นมัธยมปลายที่จะต้องก้าวสู้โลกของการทำงานจริงในอีกไม่ช้า ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่คือไม่รู้ ทั้งที่เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่เด็กไม่รู้ว่าสิ่งที่ชอบคืออะไร สิ่งที่เลือกใช่หรือไม่กับความต้องการของตนเองและอนาคตโตไปจะทำอะไร เป็นที่มาของกลุ่ม a-chieve (อา-ชีพ) หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาจากโครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ที่มองปัญหาการไม่รู้อนาคตของเด็กเป็นเรื่องใหญ่ และมุ่งจะสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเด็กเพื่อให้เข้าใจและได้สัมผัสโลกของการทำงานจริงด้วยการจัดทำโครงการช็อปชาโด้ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ชั้นมัธยมศึกษาที่อยากเรียนรู้อาชีพที่ตนเองสนใจเรียนในอนาคต

               ได้ทดลองทำงานในสายงานที่สนใจเพื่อให้ได้เรียนรู้และค้นหาความชอบที่แท้จริงของตนเอง และเป็นแนวทางในการแสวงหาความชอบ ความถนัดเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เหมือนเป็นการแนะแนวการศึกษาและอีกทั้งเป็นการตอบโจทย์ความต้องการเรียนต่อในสายที่อยากเรียนและตรงตามความถนัด ขจัดปัญหาการเปลี่ยนงานบ่อย การทำงานที่ไม่มีเป้าหมาย ซึ่งเน้นให้น้องได้เรียนรู้หลักการทำงานจริงด้วยการเข้าไปฝึกปฏิบัติงานในสถานที่จริง ฝึกให้กล้าคิดกล้าทำ ฝึกให้น้องรู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ที่น้องสามารถนำมาคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยงกันว่าจะจัดการกับสิ่งที่เจออยู่อย่างไร เพื่อให้น้องเติบโตเป็นผู้ที่มีทั้งความพร้อม ความสามารถและความรับผิดชอบต่องานและคนรอบข้าง

               "เอิร์ธ" ภูมิสิทธิ์ ศิระศุรฤกษ์ชัย นักศึกษาปริญญาโท สาขาบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม a-chieve กล่าวว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ผมกับเพื่อนร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา เพราะเราเจอกันในการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ก็อยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้างนะครับ เหตุผลที่เลือกประเด็นการศึกษา พอดีมีคำถามที่ว่าโตขึ้นไปแล้วจะไปทำอะไร ไปเป็นอะไร แล้วเราก็ตอบไม่ได้ ไม่รู้ เจอมากับตัวเอง

               ซึ่งมันเป็นประเด็นและเป็นคำถามมานานมาก มองเผินๆ ก็เหมือนจะไม่เป็นปัญหาใหญ่นะแต่มันส่งผลต่อหลายอย่าง ทั้งมุมของการใช้เวลากับการเรียนของเด็ก การที่เขาขวนขวายพัฒนาตนเอง ใส่ใจการเรียน หรือถ้าโตขึ้นมาหน่อยก็เป็นเรื่องของการหางานที่ตรงกับเขา ตรงกับที่ชอบและที่เขาต้องการ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนงานบ่อย ทำงานไปก็ไม่มีความสุข หรือแม้กระทั่งว่าเขาจะเห็นคุณค่าของงานและแบ่งปันให้แก่คนรอบข้าง อันนี้มันเป็นผลจากการเลือกเรียนเลือกความชอบเลือกสายที่ใช้ทั้งหมด

               "น้องอร" อรอารยา วรวราชัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสตรีวิทยา ผู้ผ่านการเข้าร่วมโครงการ เล่าว่า เห็นประชาสัมพันธ์โครงการจากนิตยสารทำให้เกิดความสนใจ และส่งใบสมัครเข้ามาในสาขาการตลาด เพราะคิดว่าตัวเองเหมาะที่จะเรียนเลยอยากลองศึกษาดูว่าเป็นแบบไหน หลังจากที่ได้ลองเข้าร่วมก็ได้ไปทำงานจริง ซึ่งได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องการตลาด การวิเคราะห์หลักการตลาด หลักการของบัญชีขั้นต้น โดยที่ตามความเป็นจริงแล้วจะได้เรียนในระดับปริญญาตรี ทำให้ได้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายทั้งยังต้องคุยงานกับลูกค้า ติดต่อฝ่ายต่างๆ ซึ่งการทำงานจริงมันไม่เหมือนตอนเรียน

                "หนูไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร เด็กส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ว่าเรียนแล้วจะดีไหม เรียนแล้วจะเป็นยังไง หนูเลือกเกี่ยวกับที่ปรึกษาด้านธุรกิจเขาก็จะให้เรียนโปรแกรมก่อนแล้วพี่เขาก็ให้เรียนเกี่ยวกับการตลาดเรื่องการวิเคราะห์การตลาด เรียนเรื่องการบัญชี ได้คุยงานกับลูกค้า ทั้งยังได้ติดต่อกับฝ่ายต่างๆ เพื่อประสานงาน หนูไม่สามารถทำงานแทนพี่ๆ เขาได้ แต่หนูก็ได้เรียนรู้และเข้าใจมากขึ้น เพราะหนูว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่สิ่งที่ได้คือหนูมีความมั่นใจมากขึ้น โรงเรียนแนะแนวก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะส่วนมากก็ตอบได้แค่แบบสอบถามเป็นส่วนใหญ่ แต่ช็อปชาโด้ ได้ทำจริงเรียนรู้จริงว่าโลกการทำงานมันยาก โลกของผู้ใหญ่มันโหดร้ายยังไง"

               ความไม่รู้หากมองให้ลึกนั้นคือปัญหา อนาคตไม่ใช่เรื่องเล็กๆ การวางอนาคตเป็นเรื่องสำคัญ เด็กคือผู้ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ อย่าให้ความไม่รู้นั้นเป็นปมที่แก้ไม่ได้ จงมุ่งมองหาเพื่อพัฒนาและเรียนรู้เพื่ออนาคตจะดีกว่า อยากลองออกไปสัมผัสโลกการทำงานของอาชีพที่ตนใฝ่ฝัน ได้ใช้ชีวิต...ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.a-chieve.org/.

               
.......................

 (เลือกอนาคตได้ด้วยมือเรา : โดย...ศิรินภา วิระศรี)