ไลฟ์สไตล์

'ข้าวไทย'ใต้ร่มพระบารมี

'ข้าวไทย'ใต้ร่มพระบารมี

08 ธ.ค. 2556

'ข้าวไทย'ใต้ร่มพระบารมี : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม

               ข้าว อาหารหลักของคนไทย ขณะเดียวกันไทยก็เป็นผู้ปลูกข้าว และพ่อค้าข้าวรายใหญ่ในเวทีระหว่างประเทศ และก็ข้าวอีกเหมือนกัน ที่เป็นเรื่องร้อนๆ ในสภา นอกสภา จากการใช้เงินมหาศาลไปในโครงการรับจำนำข้าว

               ในภาวะนี้ มีหลายรายเป็นชาวนาร่ำรวย โดยที่ไม่ได้เข้าโครงการรับจำนำข้าว แต่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าว ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมี และหันมาผลิตปุ๋ยคอกไว้ใช้เอง นำเรื่องไร่นาสวนผสมเข้ามาแทนการปลูกข้าวอย่างเดียว โดยมีต้นแบบที่ดี ที่วิจัย ทดลอง และแบ่งปัน จนวันนี้ชาวนาหลายคนบอกว่า ลืมตาอ้าปากได้มากกว่าแต่ก่อนหลังปรับเปลี่ยนวิถีการทำมาหากิน ในขณะที่บางชุมชนถึงขั้นรวมกลุ่มกัน มีโรงสีข้าวชุมชน มีธนาคารข้าว อย่างน้อยก็ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ครัวเรือนมากขึ้น

                ต้นแบบ หรือแบบอย่างที่ดีนี้ ก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์จะช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถพึ่งตนเองได้ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ดำเนินการทางด้านการเกษตรต่างๆ เพื่อเป็นตัวอย่างและเป็นแหล่งความรู้ ทรงทุ่มเทเพื่อการศึกษาวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะการทดลองเกี่ยวกับการผลิตข้าวอย่างครบวงจร ภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

               ในแปลงนา ภายในสวนจิตรลดา จะมีการนำข้าวพันธุ์ต่างๆ มาปลูกทดลอง ตั้งแต่เตรียมแปลงนา ไปจนปลูก และเก็บเกี่ยว จนได้ข้าวพันธุ์ดี จึงได้ส่งเสริมให้ชาวนาปลูกในภาคต่างๆ

                ด้วยสภาพพื้นที่ ภูมิประเทศของไทย มีที่ราบลุ่ม ที่อุดมสมบูรณ์ทั้งน้ำและดิน เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรม รวมถึงการปลูกข้าว แต่ขณะเดียวกันเพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่ชาวเขา หรือคนพื้นที่สูง ให้หันมาปลูกข้าว ทำพืชไร่ เป็นหลักแหล่ง แทนการทำไร่เลื่อนลอย จึงมีแปลงทดลองในพื้นที่สูงด้วยเช่นกัน เพราะทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญ และเคยมีพระราชดำรัสไว้ เมื่อเสด็จฯ ทอดพระเนตรแปลงทดลองข้าว ณ สถานีทดลองข้าวสันป่าตอง วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2519

                "ในอนาคต...ข้าวไร่มีบทบาทมาก เพราะไม่ต้องใช้น้ำมาก และอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ สำหรับพวกข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ให้เป็นพืชเสริมสำหรับแปรรูป เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชาวเขาและเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง"

                ข้าว พืชที่ปลูกมาเป็นพันๆ ปี มีหลักฐาน พบรอยแกลบข้าว ซึ่งเป็นส่วนผสมของดินที่ใช้ปั้นภาชนะดินเผาที่โนนนกทา ต.บ้านโคก อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นหลักฐานที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเก่าแก่ที่สุด คือ ประมาณ 3,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช หลักฐานอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกข้าวมาแต่โบราณ อาทิ เมล็ดข้าวที่ขุดพบที่ถ้ำปุงฮุง จ.แม่ฮ่องสอน หรือแหล่งโบราณคดีที่บ้านเชียง จ.อุดรธานี พบรอยแกลบข้าวผสมอยู่กับดินที่นำมาปั้นภาชนะดินเผา แม้แต่ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม อ.โขงเจียม จ. อุบลราชธานี

                แม้วันนี้ ข้าวที่รับจำนำมาเหมือนจะระบายไม่ออก จะด้วยเพราะอะไรก็แล้วแต่ แต่ข้าวในท้องตลาดมีราคาแพง และเมื่อทั่วโลกยังจำเป็นต้องบริโภค ในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกลดลง ว่ากันว่าอนาคตประเทศที่ส่งออกอาหารได้มากก็จะมีรายได้มาก เป็นมหาอำนาจได้ทีเดียว และผู้หนึ่งที่เล็งเห็นเมื่อนานมาแล้วก็ไม่พ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                "ข้าวต้องปลูก เพราะอีก 20 ปีประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก" กระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (2536)

 

.........................

 ('ข้าวไทย'ใต้ร่มพระบารมี : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม )