
เครื่องสำอาง'โปรตีนไหม'
เครื่องสำอาง'โปรตีนไหม' ผลิตผลจาก มมส.-ลุยต่างแดน : โดย...ปัญญาพร สายทอง
หลังจากผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้สินค้าที่ผลิตมาจากธรรมชาติมากขึ้น หนึ่งนั้นคือ โปรตีนไหม ที่ได้รับการยอมรับว่าดีต่อสุขภาพผิว ดังนั้นทีมวิจัยจากศูนย์นวัตกรรมไหม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) จึงต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้หม่อนไหม ด้วยการวิจัยพัฒนา เครื่องสำอางจากโปรตีนไหม และพัฒนาจนได้รับอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ปี 2552 รวมถึงทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
"จิรภา บุดีมาลย์" หัวหน้าโครงการพัฒนานักวิจัยเครื่องสำอางจากโปรตีนไหม มมส. กล่าวว่า ด้วยมหาสารคามเป็นจังหวัดหนึ่งที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอันดับต้นของประเทศ จึงก่อให้เกิดแนวคิดจะเพิ่มผลิตผลที่ได้จากหม่อนไหมให้แก่ชุมชน โดยเฉพาะการนำโปรตีนไหมมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยได้รับงบสนับสนุนจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เมื่อปี 2549
"ในต่างประเทศมีการนำโปรตีนไหมมาใช้อย่างกว้างขวาง อย่าง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี จึงหันมามองไหมไทย และเห็นว่ามีคุณสมบัติที่เด่นมาก โดยเฉพาะที่มีสีเหลือง ซึ่งอัตราส่วนของโปรตีนไหมที่สกัดได้จากรังไหม ประกอบด้วย โปรตีนเซริซินที่มีถึง 10-25 เปอร์เซ็นต์ เป็นสารที่ช่วยป้องกันผิวแห้ง ลดการเจริญเติบโตของไวรัส อีกทั้งมีกรดอะมิโน 16-18 ชนิด จากการวิจัยพบว่า เซริซินมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการทำลายเซลล์ ต้านเชื้อแบคทีเรียบางชนิดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง ช่วยรักษาแผล กำจัดสิ่งสกปรก และยืดอายุเซลล์ รวมไปถึงสารโปรตีนไฟโบรอินที่มีถึง 70-75 เปอร์เซ็นต์"
ทั้ง 2 โปรตีนนี้ จิรภา บอกว่า มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับกรดอะมิโนของผิวและผม จึงถือได้ว่าเป็นคุณสมบัติชั้นเลิศในการเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ เพราะสามารถสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่เอามาเป็นสาระสำคัญในเครื่องสำอางที่ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ บิ้วตี้ บาย ซิล (Beauty by Silk) โดยทีมวิจัยได้ผลิตผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดทั้งหมด 11 ตัว อาทิ สบู่โปรตีนไหม สเปรย์เซรั่ม อายเจล ครีมบำรุงหน้า บอดี้โลชั่น เป็นต้น และจัดจำหน่ายในรูปแบบแพ็กเกจ ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ปัจจุบันได้นำสินค้าออกสู่ตลาดต่างประเทศบ้างแล้ว อาทิ เยอรมนี จีน
"เตรียมจะไปศึกษาต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องของโปรตีนไหม ที่จะนำมาใช้กับผู้ที่เป็นโรค คาดว่าจะพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านไหม เพื่อให้ผู้ที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีกำลังใจที่จะดำเนินกิจการต่อไป ไม่เฉพาะแค่เรื่องเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียวแต่อยากให้รวมไปถึงในเรื่องยา ตอนนี้ได้รับทุนวิจัยจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติมาพัฒนาอาหารเสริมของผู้ป่วยเบาหวานและป้องกันสิว ซึ่งมีความตั้งใจจะพัฒนาไหมไทยให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมจากโปรตีนไหมที่ดีต่อไป" จิรภา กล่าว
ด้าน นางพัชรา ขวัญเมือง ผจก.ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า MSU Outlet มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ทางศูนย์นวัตกรรมไหมมุ่งเน้นกิจกรรมร่วมกับชุมชนด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่หม่อนและไหม เป็นการสร้างให้เศรษฐกิจชุมชนเข้มเข็งมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ออกสู่ตลาด ผลิตภัณฑ์จากโปรตีนไหมที่ทางศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า MSU นำออกมาจำหน่าย อย่างสบู่ ขายในราคา 70 บาท สเปรย์เซรั่ม กระชับรูขุมขน ใบหน้านุ่ม ราคา 220 บาท และอายเจล ทาดวงตา ซึ่งปกติจะราคาแพง แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามต้องการให้รู้จักคุณค่าของความเป็นภูมิปัญญาไทย ราคาอยู่ที่ 300 บาท เป็นต้น
ท่านที่สนใจผลิตภัณฑ์จากโปรตีนไหม สามารถซื้อได้ที่ศูนย์แสดงสินค้า MSU Outlet มมส. และร้านยามหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ส่วนผู้ที่สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์แสดงสินค้า MSU โทร.08-1532-5075 และ 0-4375-4015
......................
( เครื่องสำอาง'โปรตีนไหม' ผลิตผลจาก มมส.-ลุยต่างแดน : โดย...ปัญญาพร สายทอง )



