ไลฟ์สไตล์

สูบน้ำด้วยไฟฟ้าพื้นที่เกษตรกรรม

สูบน้ำด้วยไฟฟ้าพื้นที่เกษตรกรรม

03 ธ.ค. 2556

ทำมาหากิน : สูบน้ำด้วยไฟฟ้าพื้นที่เกษตรกรรม นำร่อง 'รางสาลี่' สู่พื้นที่ภาคอีสาน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 

                              แม้พื้นที่ชลประทานส่วนใหญ่เป็นที่ราบ เมื่อจะส่งน้ำผ่านระบบชลประทานคือบรรดาคลองสายใหญ่ สายซอย เข้าพื้นที่การเกษตรก็ใช้การส่งน้ำด้วยวิธีอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นตัวช่วย โดยปล่อยจากที่สูงกระจายลงสู่ที่ต่ำในพื้นที่การเกษตร ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้ถือว่ามีต้นทุนต่ำและประหยัดที่สุด

                              ทว่าในพื้นที่เกษตรกรรมบางแห่ง แหล่งน้ำต้นทุนที่เป็นลำน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง กลับอยู่ต่ำกว่าพื้นที่การเกษตรหรือพูดง่ายๆ พื้นที่การเกษตรอยู่สูงกว่าแหล่งน้ำ ดังนั้นการส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงจึงกระทำไม่ได้ เว้นแต่ต้องใช้วิธีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขึ้นไปเท่านั้น

                              "ในอดีตระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำเป็นงานของกรมการพัฒนาพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งต่อมาโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเหล่านี้ได้ถ่ายโอนให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบทั้งหมดกว่า 2,000 โครงการ"

                              เอกจิต ไตรภาควาสิน ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทานเผยระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมโครงการรางสาลี่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นโครงการนำร่องต้นแบบที่ใช้ระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า อาศัยน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติจากแม่น้ำแควน้อย สูบผ่านท่อขึ้นไปบนที่ราบสูงด้วยระยะทางยาว 3 กิโลเมตร บนพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 1,500 ไร่ นอกจากลดภาระค่าน้ำมันที่ใช้สูบน้ำเข้าแปลงนาได้ 100% เหลือเพียงค่าไฟฟ้าที่ใช้สูบน้ำจากแม่น้ำแควน้อยที่เฉลี่ยกันจ่ายแล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง  สามารถทำนาเพิ่มเป็นปีละ 2 ครั้ง โดยมีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มถึง 80-100 ถัง     

                              "พื้นที่ราบในเขตชลประทาน ซึ่งทำการจัดรูปอยู่แล้วก็ทำกันต่อไป  แต่พื้นที่ราบสูงที่อาศัยระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเป็นเรื่องที่สำนักงานจัดรูปที่ดินกลางให้ความสนใจเป็นพิเศษ"  

                              ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กล่าวถึงภารกิจองค์กรประการแรกเกษตรกรในพื้นที่สูบน้ำด้วยไฟฟ้าจะต้องการได้รับน้ำอย่างทั่วถึงเป็นธรรม โดยมีคูส่งน้ำ คูระบายน้ำ และเส้นทางลำเลียง เป็นคำตอบให้เกษตรกรได้ แถมเป็นการลดต้นทุนการสูบน้ำเข้าที่นาตัวเอง โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดเป็นศูนย์ในทันที หรือไม่ต้องจ่ายเลย

                              ประการต่อมาเกษตรกรผู้ใช้น้ำที่รวมตัวเข้มแข็งระดับหนึ่งจะต้องร่วมลงขันจ่ายค่าไฟฟ้าสำหรับสูบน้ำ จะทำให้การจัดรูปที่ดินเป็นไปได้ง่ายกว่ากรณีทั่วไป อีกทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายจากการสูบน้ำเข้าที่นาตัวเองและประการสุดท้ายน้ำต้นทุน โดยปกติการมีระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ย่อมหมายถึงการมีแหล่งน้ำต้นทุนอยู่แล้ว จากแหล่งน้ำธรรมชาติไม่ต้องไปหาหรือสร้างแหล่งน้ำต้นทุนใหม่ ทำให้ลดปัญหาแย่งน้ำระหว่างเกษตรกร และเป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

                              “พื้นที่สูบน้ำด้วยไฟฟ้าอาจมีขนาด 1,000 ไร่ขึ้นไป แม้จะไม่ผืนใหญ่นัก แต่เป็นการกระจายงานจัดรูปที่ดินเข้าสู่พื้นที่ของเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงที่สุด และยังได้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดตั้งแต่ต้นทุนการผลิต จำนวนรอบการผลิต และผลผลิตที่เพิ่มขึ้น”

                              เอกจิตย้ำด้วยว่าสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางจะใช้ความสำเร็จของโครงการจัดรูปที่ดินรางสาลี่ เป็นแม่แบบ (Model) ในการนำไปพัฒนาพื้นที่โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในภาคอีสาน ซึ่งมีโครงการดั้งเดิมอยู่จำนวนมาก ไม่นับโครงการใหม่ที่กรมชลประทานกำลังเตรียมขยายโครงการเพิ่มเติมในลุ่มน้ำมูลตอนล่างอีก 750,000 ไร่

                              “ตอนนี้เราขยายผลโครงการ ไปยังแปลงตัวอย่างจัดรูปที่ดิน จ.ศรีสะเกษ ให้เกษตรกรอีสานสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้โดยง่าย   เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นความสำเร็จและความคุ้มค่าในการจัดรูปที่ดินในพื้นที่สูบน้ำด้วยไฟฟ้าของพวกเขา”

                              การจัดรูปที่ดินในโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า นอกจากเป็นมิติใหม่ของสำนักงานจัดรูปที่ดินกลางในการขยายพื้นที่จัดรูปที่ดินจากที่ดำเนินการมาร่วม 2 ล้านไร่แล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรโดยเฉพาะในภาคอีสานได้ลืมตาอ้าปาก จากการมีน้ำต้นทุนทำกินได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

 

 

-----------------------------

(ทำมาหากิน : สูบน้ำด้วยไฟฟ้าพื้นที่เกษตรกรรม นำร่อง 'รางสาลี่' สู่พื้นที่ภาคอีสาน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)