
'รพ.สธ.'เปิดบริการตามปกติ!
'หมอณรงค์' ย้ำ 'รพ.สธ.' เปิดบริการตามปกติ เตรียมพร้อมทีมแพทย์ฉุกเฉิน 40 ทีม จิตแพทย์ ชี้การรายงานสถานการณ์จริงของสื่อ ช่วยลดภาวะตึงเครียด-กังวล
2 ธ.ค. 56 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงพยาบาลสงฆ์ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการแพทย์และสาธารณสุขส่วนหน้ากระทรวงสาธารณสุข ว่า โรงพยาบาล (รพ.) สังกัด สธ.เปิดทำการปกติทุกแห่ง และการดูแลผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการชุมนุม สธ.ทำงานประสานการปฏิบัติการร่วมกับศูนย์เอราวัณเป็นอย่างดี ซึ่งตามแผนเอราวัณ 2 โดย สธ.รับผิดชอบที่กระทรวงการคลัง จุดรับผู้ป่วยที่ลานจอดรถโรงพยาบาลรามาธิบดี , นางเลิ้ง จุดรับผู้ป่วยบริเวณทางขึ้นทางด่วนยมราช และศูนย์ราชการ จุดรับผู้ป่วยที่ห้างแมคโคร แจ้งวัฒนะ ซึ่ง สธ.มีการเตรียมพร้อมทีมแพทย์ฉุกเฉิน 40 ทีม จาก 25 จังหวัด โดยได้มอบหมายให้กรมสุขภาพจิตดำเนินการบูรณาการทีมสุขภาพจิต ซึ่งจะประเมินตามสถานการณ์ รวมถึง อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ อาทิ น้ำเกลือ ยาหยอดตา และผงถ่าน โดยมี รพ.สงฆ์เป็นศูนย์ในการกระจายและขอให้ใช้ประโยชน์ให้ได้สูงสุด ซึ่งได้มีการจัดส่งไปให้บริการที่จุดให้บริการทางการแพทย์ในพื่นที่ที่มีการชุมนุมประสานได้ที่ 086-624-5154
นพ.ณรงค์ กล่าวด้วยว่า ข้อมูล ณ เวลา 08.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. 56 จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจาก 2 สถานการณ์ คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และการใช้แก๊สน้ำตา มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 127 ราย จากเหตุการณ์ ม.ราม 71 ราย ยังพักรักษาตัวในรพ. 26 ราย และการใช้แก๊สน้ำตา 56 ราย ยังพักรักษาตัวในรพ. 3 ราย โดยผู้ที่ยังพักรักษาตัวในรพ.มีทั้งอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ มีการผ่าตัด ระคายเคือง และหลอดลมตีบ เป็นต้น ที่สำคัญ ขอย้ำว่าการรายงานผู้เสียชีวิตต้องยืนยันจากการพบร่างผู้เสียชีวิตจริงเท่านั้น ส่วนการพิสูจน์กระดูกที่มีรายงานว่าพบในรถบัสที่ถูกเผาบริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถาน เป็นความรับผิดชอบของหน่วยความมั่นคง
"สารสีม่วงที่มีการฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรหรือไม่ ยังไม่ทราบข้อมูลว่าเป็นอะไร ต้องรอการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ในการดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อถูกแก๊สน้ำตา หรือสารเคมีที่ยังไม่ทราบชนิด ให้ใช้น้ำสะอาดล้าง ถอด-เปลี่ยนเสื้อผ้า และใช้น้ำเกลือล้างบริเวณดวงตา ซึ่งอาการจากการถูกแก๊สน้ำตา จะระคายเคืองต่อเยื่อบุต่างๆ ทั้งตา ทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ผิวหนัง คลื่นไส้ อาเจียน หลอดลมตีบตัน หากเป็นผู้ป่วยภูมิแพ้ จะกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้น"
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือการเข้าถึงการรับรู้ข่าวสาร ซึ่งจากการสำรวจและประเมินผล พบว่า ข้อจำกัดการรับรู้สถานการณ์จริงทำให้เกิดความตึกเครียดและกังวลมากขึ้น เพราะฉะนั้นการรายงานสถานนการณ์จริงของสื่อมวลชนมีความสำคัญมาก ทั้งนี้ ประชาชนต้องมีระยะเวลาในการผ่อนคลายตัวเองอย่าดู หรือรับรู้เรื่องราวตลอดเวลา นอกจากนี้ ต้องดูแลคนใกล้ชิดด้วย โดยการพูดคุยระหว่างกันช่วยลดภาวะตึงเครียดได้มาก



