ไลฟ์สไตล์

เมียงม่านย่างกุ้ง

เมียงม่านย่างกุ้ง

01 ธ.ค. 2556

เมียงม่าน ย่างกุ้ง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์

                   นับตั้งแต่พม่าเริ่มเปิดประเทศ การลงทุน ธุรกิจต่างๆ เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่พม่ามากขึ้น นักท่องเที่ยวเองก็หลั่งไหลเข้าสู่พม่ามากขึ้น ยิ่งวันที่ 11 ธันวาคมนี้ จะมีการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของพม่า ด้วยแล้ว ทำให้พม่าคึกคักมากขึ้น แต่การเข้าพม่ายังต้องขอวีซ่า
 
                   การเดินทางไปมาหาสู่พม่าเดี๋ยวนี้ก็สะดวกขึ้น จะโดยทางรถยนต์ผ่านช่องทางสะพานมิตรภาพไทย-พม่า หรือให้สะดวกมากขึ้นก็นั่งเครื่องบินไป ฉันเองก็เลยถือโอกาสไปเมียงมองเพื่อนบ้านเราเสียหน่อย 
 
                   ฉันนั่งนกแอร์ จากดอนเมืองแต่เช้าบรื๋อ ไปลงที่ย่างกุ้ง ได้เวลาอาหารเช้าพอดี เติมกระเพาะให้อิ่ม แล้วเริ่มตระเวนชมเมือง 
 
 
เมียงม่านย่างกุ้ง
 
 
                   ย่างกุ้ง (Yangon) แปลว่า ที่สิ้นสุดสงคราม เป็นเมืองหลวงเก่าของพม่า อยู่ค่อนมาทางตอนใต้ของประเทศ ก่อนจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่กรุงเนปิดอว์ ตอนกลางของประเทศ หากแต่ความสะดวกสบายก็ยังหลั่งไหลมาอยู่ที่นี่ จนกลายเป็นเมืองใหญ่มีประชากรหนาแน่นที่สุด และความแออัดก็เริ่มตามมา การจราจรติดขัด เพราะปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นมาก รถป้ายแดงก็เยอะ ซึ่งไม่ได้หมายถึงรถใหม่นะ แต่ป้ายแดงที่พม่าคือรถแท็กซี่ต่างหาก
 
                   ไปย่างกุ้งตอนนี้ เราเลยได้เห็นภาพของการเริ่มก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การขยับขยายถนน รวมถึงมีสะพานลอยข้ามแยกแห่งแรกของประเทศไปไม่นาน รวมถึงการขึ้นป้ายการแข่งขันซีเกมส์ มีนกฮูกเป็นมาสคอต เพราะกีฬาบางประเภทยังต้องมาใช้สนามในนครย่างกุ้งจัดการแข่งขัน
 
                   หากใครเคยไปเมืองมะละแหม่ง ในรัฐมอญ ฝั่งตรงข้ามแม่สอด ที่อยู่ตอนใต้ลงไปอีก ที่นั่นหลายๆ อย่างยังดูเนิบๆ ช้าๆ สบายๆ แต่ถ้ามาย่างกุ้ง คุณอาจจะเผชิญกับความรีบเร่งจนคิดไม่ถึงทีเดียว แต่ในความรีบเร่งนั้นยังแฝงด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรม และความเนิบช้า ในท้องถนนรถเมล์ รถเก๋งอาจจะแล่นเข้ามาใกล้ๆ เหมือนไม่รู้จักเบรก แต่ขณะเดียวกันสามล้อถีบก็ยังเคลื่อนกายเนิบๆ ผ่านไปช้าๆ ผู้ชายยังนิยมนุ่งโสร่ง ผู้หญิงก็นุ่งซิ่น ดูสวยงาม 
 
 
 
เมียงม่านย่างกุ้ง
 
 
 
                   ไปถึงย่างกุ้ง ฉันเลยไปตั้งต้นเดินเที่ยวเมือง ที่ เจดีย์สุเล เจดีย์แปดเหลี่ยมลงรักปิดทอง สวยงามโดดเด่นอยู่กลางใจเมือง จนมีคำเปรียบเทียบว่า หากชเวดากองเป็นจิตวิญญาณของชาวพม่า เจดีย์สุเลก็คือหัวใจย่างกุ้ง เสียดายว่าไม่ได้เข้าไปชมใกล้ๆ เพราะวันที่ไปกำลังบูรณะที่ชั้นล่างของเจดีย์
 
                   เจดีย์สุเลอยู่แทบใจกลางเมือง เยื้องๆ กันกับศาลาว่าการนครย่างกุ้ง เป็นอาคารสีขาวโดดเด่นที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่แล้ว ครึ่งบนมีลวดลายศิลปะแบบพม่า ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเป็นบริเวณสวนสาธารณะ มีลานน้ำพุ และเป็นที่ตั้ง อนุสาวรีย์อิสรภาพ ที่พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษวันที่ 4 มกราคม 2411 โดดเด่นอยู่ใจกลาง แถวนี้นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นที่นั่งเล่น นัดพบปะของชาวพม่าเองด้วย 
 
                   ย่านใจกลางเมืองนี้ มีตึกเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในยุคอาณานิคมของอังกฤษ ที่ยังรักษาไว้เหมือนเดิม บางคนเรียกว่าเป็นอาคารโคโลเนียลสไตล์ อาจดูสวยงาม อายุเก่าแก่ แต่ก็เป็นความเจ็บปวดลึกๆ ในใจของคนพม่า เพราะอาคารเหล่านี้บ่งบอกถึงความที่เคยตกเป็นเมืองขึ้น จากสวนสาธารณะ เดินไปทางโบสถ์แบ๊บติสต์ เลยไปเรื่อยๆ จะเห็นทั้งอาคารศาลสูง ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข กรมสรรพากร หอสมุดประชาชน แถวนี้กำลังเริ่มทำทางเท้าใหม่ มีร้านขายหนังสือแบกะดินเรียงเป็นแถว นึกถึงบรรยากาศร้านหนังสือสนามหลวงสมัยก่อนขึ้นมาทันที 
 
                   หนังสือมีทั้งภาษาพม่า ภาษาอังกฤษ เดี๋ยวนี้หนังสือที่เกี่ยวกับ ออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญที่เคยเป็นบุคคลต้องห้าม ก็วางขายกันอย่างเปิดเผย ผู้คนพูดถึงเธอได้สะดวกปากขึ้น ส่วนจะชื่นชมแค่ไหนต้องถามใจคนพม่า เพราะที่นั่นจะมีเลือกตั้งครั้งใหญ่ในปี 2558 หรืออีกราว 2 ปีข้างหน้า  
 
 
เมียงม่านย่างกุ้ง
 
 
 
                   ผ่านแผงขายหนังสือ ไปสุดถนน อีกฝั่งเป็นท่าเรือย่างกุ้ง ย่านนี้เป็นถนนเก่าแก่ เป็นที่ตั้งของการท่าเรือ และโรงแรมสแตรนด์ เจ้าของเดียวกับที่ทำโรงแรมราฟเฟิล ในสิงคโปร์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของคนอังกฤษชั้นสูงตั้งแต่สมัยนั้น เลยไปก็เป็นย่านธนาคาร ส่วนสองข้างถนนมีร้านเล็กๆ กางร่ม โต๊ะเตี้ยๆ วางเป็นแถว มีทั้งร้านน้ำชา และร้านขายขนมจีนพม่า ที่เรียกกันว่า โมฮิงกาห์ ฉันก็เลยได้มีโอกาสชิมอาหารรสชาติแบบย่างกุ้งแท้ๆ ที่ร้านขึ้นชื่อของเมืองเขาซะหน่อย รสชาติไม่ต่างจากอาหารไทยมากนัก แต่ทุกอย่างมีรสเค็มนำและมันจริงๆ
 
                   ความเจริญที่ส่งผ่านเข้ามาสู่ย่างกุ้ง โดยเฉพาะเมื่อการเมืองมีการพัฒนาไปในทางที่ดี มีการเปิดประเทศมากขึ้น คนเริ่มนำเงินออกมาใช้ ธุรกิจต่างๆ เริ่มคึกคัก เด็กรุ่นใหม่ในพม่าฮิตเรียนภาษาต่างประเทศกันมากขึ้น โดยเฉพาะภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีนกำลังฮิต รองลงมาคือ ภาษาเกาหลี และไทย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไปคือ การแต่งกาย และการเข้าวัดเข้าวา 
 
                   วัดและเจดีย์นี่แหละ ที่มีกลิ่นอายและศิลปะที่บ่งบอกความเป็นพม่าอย่างเด่นชัด ฉันเลือกไปที่ วัดพระธาตุโบตาตาว ซึ่งประดิษฐานพระเกศาธาตุไว้ 1 องค์ โดยพระสงฆ์ชาวอินเดียนำมาที่นี่เมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้ว ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพร พระธาตุโบตาตาวสร้างในสมัยพระเจ้ามินดง เป็นพระพุทธรูประทับบนบัลลังก์ที่จำลองมาจากบัลลังก์กษัตริย์ และที่วัดนี้เอง คนไทยที่ไปพม่าก็มักจะไปกัน เพื่อไปขอพรจาก เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ว่ากันว่ามักจะสมปรารถนา แต่ขอได้เพียง 1 อย่าง และเทพอีกองค์หนึ่งที่ชาวพม่านิยมไปขอพรกัน คือ เทพกระซิบ อะมาดอว์เมียะ ตามตำนานเล่าว่า เป็นธิดาของพญานาคที่ศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบ ต้องไปกระซิบเบาๆ ที่หูซ้ายครั้งหนึ่ง แล้วก็หูขวาห้ามคนอื่นได้ยิน ก่อนจะถวายเครื่องบูชาเทพ 
 
 
เมียงม่านย่างกุ้ง
 
 
                   ไปถึงย่างกุ้ง ไม่ไป ชเวดากอง ก็เหมือนเข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของชาวพม่า เป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งประดิษฐานพระเกศาธาตุ 8 เส้นของพระพุทธเจ้า องค์เจดีย์สวยงามสุกอร่าม เพราะทำจากทองคำที่ตีเป็นแผ่นๆ ขนาด 1.1 ฟุต หนา 2 มม. และบนยอดสูงสุดประดับเพชรขนาด 76 กะรัต เจดีย์นี้อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ร่ำลือกันว่า สมัยที่อังกฤษเข้าปกครองพยายามจะขุดเอาทรัพย์สินไปแต่ไม่สำเร็จ พอขุดเช้าถึงค่ำ พอเช้ามาทางที่ขุดไว้ก็ปิด ต้องเริ่มทำงานกันใหม่ เป็นแบบนี้ไปเรื่อย จนละความพยายามไป ที่นี่เปิดให้คนขึ้นไปไหว้พระ 04.00-22.00 น. เพื่อให้คนไปไหว้พระก่อนไปทำงาน หรือเลิกงานแล้วก็มาไหว้พระได้ 
 
                   ฉันปิดท้ายในการเมียงมองเพื่อนบ้านในย่านตลาดสด ทั้งย่านคนจีน คนอินเดีย จริงๆ ก็ต้องบอกว่า ไม่ต่างจากตลาดสดบ้านเราเท่าไหร่นัก รวมถึงตลาดใหญ่ที่สุดในย่างกุ้ง คือตลาดโบโย๊กอองซาน (โบโย๊กแปลว่า นายพล) หรือตลาดสกอต ที่มีสินค้าสารพัดของฝากและอัญมณี โดยเฉพาะหยก 
 
                   ความพลุกพล่าน ความรีบเร่ง ความอ้อยอิ่ง ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับวิถีผู้คน ทำให้ฉันหลงรักย่างกุ้งได้ง่ายดาย
 
 
..........................
 
(เมียงม่าน ย่างกุ้ง : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์ )