
สุดยอดนวัตกรรมในรอบปี
01 ธ.ค. 2556
สุดยอดนวัตกรรมในรอบปี : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า
เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์ไทม์ส ได้นำเสนอบทความเรื่อง "25 สุดยอดนวัตกรรมปี 2556 (The 25 Best Inventions of the Year 2013)" พร้อมโปรยหัวเรื่องว่า อะไรที่ทำให้นวัตกรรมนั้นยิ่งใหญ่ ซึ่งคำตอบส่วนหนึ่ง ก็คือ นวัตกรรมที่ช่วยให้มนุษย์แก้ปัญหาความยุ่งยากในบางเรื่องที่ไม่เคยคาดว่าจะเอาชนะได้ หรือยิ่งกว่านั้น ก็คือ ช่วยไขปัญหาที่คุณไม่เคยตระหนักถึงมาก่อน
ทั้งนี้ บทความดังกล่าสรวบรวมนวัตกรรมเด่นที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในรอบปีนี้ไว้ 25 ผลงาน อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่คอลัมน์ จึงขออนุญาตเลือกบางนวัตกรรมที่น่าสนใจและไม่ไกลตัวมาเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่นขอเริ่มจาก นวัตกรรมที่จัดอยู่ในกลุ่ม "เปลี่ยนโลก" โดยเฉพาะอุปกรณ์เสมือนประสาทตา "อาร์กัส ทู (The Argus II) เพราะเป็นครั้งแรกที่คนตาบอด จะสามารถมองเห็นภาพจากตัวอักษรเบรลล์ที่พวกเขาอ่านโดยการใช้มือสัมผัสได้ โดยการฝังอุปกรณ์นี้ซึ่งติดกล้องเล็กๆ ไว้ที่แว่นตาลงไปให้คนตาบอด ข้อมูลจากกล้องจะถูกส่งไปที่หน่วยประมวลผลแบบพกพา เพื่อเปลี่ยนสัญญาณให้อยู่ในรูปการกระตุ้นทางไฟฟ้า และส่งไปยังไมโครชิพที่มีขั้วอิเล็กโทรดที่นักวิจัยได้ฝังไว้โดยตรงที่เรตินาของคนตาบอด
"ตับอ่อนเทียม" ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แรกที่ผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) จากคุณสมบัติในการช่วยตรวจจับระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อไม่ให้อยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป จนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
นวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดิน "รีวอล์ก (Rewalk)" พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอล ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาตท่อนล่างกลับมาเดินได้อีกครั้ง โดยเป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยส่วนที่ยึดติดกับขาทั้งสอง มีข้อต่อแบบมอเตอร์ เซ็นเซอร์ที่ช่วยรักษาความสมดุลของการเคลื่อนไหวร่างกายผู้ป่วย และแปลงสัญญาณลงไปเป็นการช่วยให้ยืนหรือเคลื่อนไหวได้ ปัจจุบันมีวางขายในยุโรปแล้ว และอยู่ระหว่างขออนุมัติจากเอฟดีเอ เพื่อขยายตลาดไปยังสหรัฐ
พูดกันถึงอุปกรณ์ไฮเทค (เพื่อชีวิตทีดีขึ้น) มาแยะแล้ว ขอมาที่เรื่องเบาๆ ใกล้ตัวสุดๆ อย่างอาหารการกินกันบ้าง โดยอาหารประเภทใหม่ที่ได้รับการยกย่องให้ติดโผสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี 2556 ก็คือ "โครนัท (Cronut) เป็นการนำแป้งครัวซองท์มาทอดแบบโดนัทนั่นเอง พร้อมเพิ่มท็อปปิ้งสูตรพิเศษ ความแรงของขนมเมนูใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อกลางปี ก็คือ แม้ทุกวันนี้ชาวนิวยอร์ก (คาดว่าต้องมีนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ด้วย) ก็ยังยอมเข้าคิวนานเป็นชั่วโมงเพื่อรอซื้อ ราคาหน้าร้านแค่ชิ้นละ 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 150 บาท) แต่ด้วยความคลั่งไคล้ของนักชิม มีตลาดมืดที่ซื้อมาขายต่อให้คนที่ไม่อยากรอ ในราคาชิ้นละ 40 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,200 บาท)
หากใครอยากรู้มากกว่านี้เข้าไปอ่านได้ที่ http://techland.time.com/2013/11/14/the-25-best-inventions-of-the-year-2013/?iid=tl-page-lead\
........................
(สุดยอดนวัตกรรมในรอบปี : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)



