
เปิดวิสัยทัศน์ : 42ปีม.รามฯ'ตลาดวิชา'
เปิดวิสัยทัศน์ : 42 ปี ม.รามฯ 'ตลาดวิชา' ผุด 'วิชาจิตสาธารณะ' ปี 57 : เรื่อง...ทีมข่าวการศึกษา / ภาพ...วิทยา ธนาฤกษ์มงคล
ครบรอบ 42 ปี วันสถาปนามหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) ไปเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 "ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์" อธิการบดี ม.ร. จัดงานยิ่งใหญ่ มีพิธีบวงสรวง และพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะองค์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พร้อมทั้งมอบรางวัลเกียรติยศ “ศิษย์เก่าดีเด่น” ให้แก่ศิษย์เก่าที่ได้ใช้ความรู้คู่คุณธรรมในการทำงานจนประสบความสำเร็จในอาชีพ และมีจิตสาธารณะและอุทิศตนรับใช้สังคม
"ผมขอแสดงความยินดีกับศิษย์เก่าดีเด่น 13 คน ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม เป็นคนดี มีคุณธรรม มีจิตสาธารณะและอุทิศตนรับใช้สังคม รับใช้บ้านเมือง เหมือนดังเมล็ดพันธุ์ของดอกสุพรรณิการ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่สามารถเจริญเติบโตได้ทุกที่ทุกถิ่น" ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าว
เพื่อเป็นการต่อยอดการเรียนรู้คู่ "คุณธรรม" ของม.ร. ผศ.วุฒิศักดิ์ เปิดเผยว่า ปีการศึกษา 2557 นี้ ม.ร.จะเปิดวิชาใหม่ เรียกว่า "วิชาจิตสาธารณะ" ในเบื้องต้นจะให้เป็นวิชาเลือกทุกคณะ วิชานี้เน้นทำกิจกรรมเป็นหลัก การทำกิจกรรมนั้นต้องมานั่งถกเถียงแลกเปลี่ยนความรู้กัน ซึ่งจะทำให้ได้รับประโยชน์จากเรียนรู้จากกิจกรรมอย่างเต็มที่ สรุปคือการออกไปสู่สังคมภายนอก พาลูกศิษย์ไปสัมผัสกับปัญหาที่เป็นจริงในสังคมภายนอก
"วิชาจิตสาธารณะอาจจะไม่ใช่วิชาที่ลงทะเบียนแล้วเรียนจบภายใน 1 ภาคการศึกษา แต่เป็นวิชาที่ลงทะเบียน 1 ภาคการศึกษา แต่อาจใช้เวลาทำกิจกรรม 2 ภาคการศึกษา ผมได้ประสานงานกับหน่วยงานที่พร้อมจะสนับสนุน เช่น ศูนย์พิทักษ์คุณธรรม หรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่พร้อมจะให้การสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในวิชานี้" ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าว
ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าต่อว่า อยากให้นักศึกษาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ มีจิตสำนึกสาธารณะ นักศึกษาต้องมีจิตอาสา มีสำนึกต่อสาธารณชน ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง เช่น ไปช่วยแก้ปัญหาบางเรื่องให้แก่ชุมชน กิจกรรมประเภทนี้ยังมีน้อย ในปีการศึกษา 2557 จะเน้นให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมจิตอาสาให้มากขึ้น
42 ปี "มหาวิทยาลัยตลาดวิชา" ได้เปิดโอกาสให้คนได้มีที่เรียน ได้เลือกเรียนในสาขาที่ตรงตามความต้องการ มีศิษย์เก่า 800,000 คน นับเป็น "จุดแข็ง" แต่ปัจจุบันคนมีทางเลือกเรียนมากขึ้น
"ขณะนี้ต้องยอมรับว่า นโยบายการศึกษาระดับชาติมีการเปลี่ยนแปลง เป็นนโยบายที่ไม่เอื้อสำหรับมหาวิทยาลัยตลาดวิชาอีกต่อไป ด้วยยกตัวอย่างเช่น รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการหลายท่านที่ผ่านมา มีความเห็นว่า อยากจะให้สังคมไทยเน้นที่ระบบอาชีวศึกษามากขึ้น เมื่อเน้นที่ระบบอาชีวศึกษามากขึ้นเป็น 60:40 ทำให้มหาวิทยาลัยที่มีความเข้มแข็งด้านสังคมศาสตร์ ได้รับความกระทบกระเทือนด้วย อย่างรามคำแหง สาขาวิชาในสายสังคมศาสตร์ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้แน่นอน เด็กจำนวนหนึ่งจะถูกดึงไปศึกษาทางด้านสายอาชีพ"
ก้าวต่อไปของ "ม.ร." ต้องมาคิดว่าจะปรับตัวอย่างไร ไม่เพียงสถานการณ์หรือบริบทในประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องคำนึงถึงบริบทอาเซียน และบริบทสากลอีกด้วย
พื้นฐาน ม.ร.มีจุดแข็งมากมาย ข้อแรก คณาจารย์มาจากหลากหลายสถาบันการศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ใช่อเมริกาหรือฝรั่งเศส เพียงประเทศเดียว แต่มาจากหลายประเทศด้วยกัน ตรงนี้เป็นจุดแข็ง ที่สามารถบูรณาการองค์ความรู้เข้าด้วยกันและพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการได้
ข้อ 2 คงความเป็นตลาดวิชา นักศึกษาไม่จำเป็นต้องเข้าชั้นเรียนทุกครั้ง มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนแบบ e-Learning หรือระบบการเรียนการสอนทางไกลที่ต้องทำให้เป็น interactive มากขึ้น จุดนี้คนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้เทคโนโลยีสนใจเข้ามาเรียนมากขึ้น ข้อ 3 ค่าหน่วยกิตถูก ตอบสนองผู้คนที่ต้องการมาเรียนหนังสือ แต่ไม่มีสตางค์ เหล่านี้เป็นจุดแข็งที่เรามีอยู่
เพื่อให้ "ม.ร." เป็นสถาบันการศึกษาที่ยังคงยืนหยัดอยู่แถวหน้า "ผศ.วุฒิศักดิ์" กล่าวว่า ในภาวะของการแข่งขันสูง เราพร้อมจะสู้อยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันเราไม่ควรหยุดอยู่เพียงเท่านี้ สิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องคือ ด้านความเป็นเลิศทางวิชาการ ต้องพัฒนาบัณฑิตรามฯ ให้เป็นผู้ที่มีความสามารถ มีความพร้อมที่จะแข่งขันทุกโอกาส ทุกสถานการณ์ นอกเหนือไปจากเรื่องความมีคุณธรรม ที่เราบ่มเพาะและเน้นมาตลอด
เหนืออื่นใด การเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนก็สำคัญ "ผศ.วุฒิศักดิ์" กล่าวว่า หลายคนมองภาพว่า ถ้าถึงปี 2558 ในภูมิภาคแถบนี้จะมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอย่างเสรีและจะคล้ายกับสหภาพยุโรป ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นจำกัดเฉพาะบางสาขาวิชาชีพเท่านั้นเอง ไม่ใช่ทุกสาขาวิชา ดังนั้นต้องเน้นเตรียมความพร้อมให้ถูกจุด เช่น ถ้าในสาขาอาชีพวิศวกรจะเปิดเสรี ก็ต้องเน้นด้านภาษามากขึ้น หรือวิชาชีพด้านบัญชีต้องมีปรับ ให้มีการเรียนหรือศึกษาด้านภาษาเพิ่มเติม อาจจะเป็นทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้านในอาเซียน และในปีต่อไปจะมีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ซึ่งมีการจัดงบประมาณไว้แล้ว เป็นโครงการแลกเปลี่ยนหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ กัมพูชา สปป.ลาว ฯลฯ
การอบรมภาษาที่สองให้แก่บุคลากร เจ้าหน้าที่ ม.ร. เพื่อรับอาเซียน "ผศ.วุฒิศักดิ์" กล่าวว่า เราทำอย่างต่อเนื่องเน้นอบรมแล้วต้องสื่อสารได้จริง ใช้งานได้ อ่านออก พูดได้หรือไม่ เชื่อว่าในอนาคตบางคณะอาจมีคนโทรศัพท์เข้ามา เช่น คณะวิศวะ หากมีต่างชาติประสงค์มาเรียน เราพร้อมไหมที่จะรับเข้ามาเรียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษได้
"ผมฝากบุคลากรของรามคำแหง จากนี้ไปทุกคนต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้สถาบันของเรามีความเข้มแข็ง ยืนหยัดต่อสู้ในบรรยากาศการศึกษาที่มีการแข่งขันกันสูงให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นสายสนับสนุนหรือสายวิชาการก็ตาม ทุกคนต้องทำงานให้หนักขึ้น" ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
-------------------------
(เปิดวิสัยทัศน์ : 42 ปี ม.รามฯ 'ตลาดวิชา' ผุด 'วิชาจิตสาธารณะ' ปี 57 : เรื่อง...ทีมข่าวการศึกษา / ภาพ...วิทยา ธนาฤกษ์มงคล)



