ไลฟ์สไตล์

การออกแบบบ่มเพาะอัตลักษณ์ชุมชนสู่การปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืน

การออกแบบบ่มเพาะอัตลักษณ์ชุมชนสู่การปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืน

30 พ.ย. 2556

การออกแบบบ่มเพาะอัตลักษณ์ชุมชนสู่การปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืน : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง



    
          แนวคิดที่เกิดจากความรอบคอบ รอบด้าน รอบตัว เป็นผู้ชนะมากกว่า 10 ทิศ  การคำนึงถึงปัจจัยทุกเรื่องครบถ้วน ทุกทิศแล้วนำมาประกอบร่างสร้างความคิดเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่ส่งผลสู่ความสำเร็จ หาจุดบกพร่องได้น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็ได้พบอัตลักษณ์ตัวเองที่แท้จริงได้ง่ายที่สุด มีความเป็นตัวตนของตัวเอง โดยไม่ต้องเลียนแบบใคร สามารถต่อยอดสู่ความรุ่งเรืองมั่งคั่งอย่างมีทิศทาง มีเป้าหมายชัดเจนเป็นบ่อเกิดจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วผลปลายทางก็ย่อมดีด้วยเช่นกันครับ
    
          แนวคิดในลักษณะ 360 องศา สามารถใช้ได้กับทุกองค์กร ทุกระบบ ทุกหน่วยงานทั้งเอกชนและภาคราชการ และสามารถจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วย องค์กรเอกชนหลายแห่งประสบความสำเร็จกับการออกแบบในลักษณะนี้มานักต่อนัก แต่บางองค์กรก็ไม่ได้ทำซึ่งมีผลให้ค่อยๆ ล่มสลายกินบุญเก่าขาดการประยุกต์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับปัจจุบันและอนาคต หน่วยงานราชการที่ใช้ภาษีประชาชนจึงควรรอบคอบ รอบคิด รอบทิศมากที่สุด เพราะทุกบาททุกสตางค์ต้องไม่สูญเสีย ผลงานแห่งรัฐต้องเป็นประโยชน์ในทางบวกกับมวลมหาประชาชนมากที่สุด งดงามที่สุด คุ้มค่าที่สุด หลักสำคัญอยู่ที่ความศรัทธาในการสร้างสรรค์ครับ
    
          การกำหนดอัตลักษณ์แห่งชุมชน สังคม นำมาซึ่งการพัฒนาอย่างมีทิศทาง มีเป้าหมายชัดเจนงดงาม ไม่แกว่งไปแกว่งมา การออกแบบอัตลักษณ์อย่างเหมาะสมจากแนวคิด 360 องศาสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีคุณภาพได้ 360 องศาด้วยเช่นกัน โดยค่าน้ำหนักของแต่ละองศา อาจไม่เท่ากันก็ได้ อยู่ที่จุดเน้นจุดเด่นของแต่ละชุมชน สังคม องค์กร อยู่ที่ความถนัด ความสามารถเฉพาะตัว อยู่ที่ลักษณะทางกายภาพและสภาพแวดล้อมรอบตัวที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน
    
          อัตลักษณ์เฉพาะตัวคือ จุดขายจุดเด่น ประจำตัวที่ใครจะมาลอกเลียนแบบมิได้ และเราจะไปลอกเลียนอัตลักษณ์ของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองก็ไม่ได้เช่นกัน อัตลักษณ์ชุมชนจะต้องอยู่ในเวลาและสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีการพัฒนามาโดยตลอด ซึ่งแต่ละช่วงเวลาอาจมีการพัฒนาอัตลักษณ์ไปด้วย เช่น จะเอาอัตลักษณ์จากอดีตมาบอกว่าเป็นอัตลักษณ์ปัจจุบันมิได้ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว โดยจะต้องเป็นอัตลักษณ์ในทางบวกที่งดงามเท่านั้น
    
          การพัฒนาต่อยอดจากอดีตจึงมีความจำเป็นเพราะโลกหมุนอยู่ตลอดไม่หยุดนิ่ง วัฒนธรรมก็หมุนเปลี่ยนไม่หยุดนิ่งแต่ต้องมีพื้นฐานต้นกำเนิดซึ่งมีความแกต่างกัน บ่มเพาะอัตลักษณ์จากถิ่นเกิด ณ ช่วงเวลาที่แตกต่างจนออกมาเป็นตัวตนของตัวเอง
    
          ถ้าสังเกตดีๆ จากสิ่งที่เป็นธรรมชาติรอบตัวทุกอย่างต่างมีเอกลักษณ์อัตลักษณ์ทั้งหมด จะไม่มีอะไรเหมือนกันแม้สายพันธุ์เดียวกัน ฝาแฝดก็ไม่เหมือนกัน พิมพ์ลายนิ้วมือของมนุษย์เห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างกันทุกคนจนแยกอัตลักษณ์ตัวบุคคลได้ ในระบบธุรกิจก็เหมือนกันแม้ขายสินค้าในประเภทเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันไปทั้งหมด และเมื่อสินค้าประเภทเดียวกันก็ยิ่งต้องหาความแตกต่างออกไปให้มากที่สุด เพื่อสร้างจุดขายทางเลือกที่ชัดเจน
    
          อัตลักษณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกกิจการองค์กร สินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีความแข็งแกร่งไม่สะเปะสะปะ หนทางสู่ความสำเร็จจะแม่นยำมากขึ้นนั่นเอง ในประเทศไทยเรามีทรัพย์สิน มีมูลค่าทางปัญญามหาศาล เรามีมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษมากมายภายใต้แผ่นดินสุวรรณปุระแห่งนี้ ทำให้แต่ละชุมชนต่างมีลักษณะเฉพาะในสยามประเทศเดียวกัน ความสามารถในการนำสิ่งที่มีค่าเหล่านี้มาพัฒนาต่อยอดประยุกต์ให้ร่วมสมัยจึงเป็นคุณลักษณะเฉพาะของผู้นำชุมชน ตลอดจนผู้บริหารบ้านเมืองและผู้นำประเทศที่ต้องมีหลักคิดสำคัญเหล่านี้สู่การพัฒนาเต็มรูปแบบ พลังและคุณค่าของอัตลักษณ์ชุมชนจะนำพาชาติไทยพัฒนาครบถ้วนทุกมิติ ทั้งสังคมและเศรษฐกิจเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ เกิดมูลค่าการแปรรูปอย่างมากมายมหาศาล ถ้ามองรอบด้านจะเห็นได้ว่าทุกชุมชนสามารถประยุกต์จากสิ่งที่เป็น จากสิ่งที่มีอยู่ได้ล้นหลาม
    
          ยกตัวอย่าง การแปรรูปจนเกิดอัตลักษณ์ เช่น ชุมชนแห่งหนึ่งมีผ้าไหมที่ทอลายสวยสีสันสดใส จากพืชพันธุ์ต้นไม้ดอกไม้ย้อมสี มีชุมชนหัตถกรรมจากรากฐาน มีโรงงานทอผ้าประจำชุมชน มีสภาพแวดล้อมทางการเกษตรได้ชื่อว่าเป็นผ้าไทยมัดหมี่ ที่โดดเด่นเฉพาะใครไปใครมาก็รู้จัก การเป็นอยู่ของชุมชนสามารถมั่งคั่งได้ด้วยความถนัดที่เกิดขึ้นจากบรรพบุรุษส่งทอดสู่ลูกหลาน  แต่อาจขาดการต่อยอดทางความคิดจึงบ่มเพาะในการออกแบบอัตลักษณ์ให้ร่วมสมัย มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบน่าสนใจกว่าเดิม ใส่ใจไอเดีย นวัตกรรม เข้าไปในชุมชน ส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ใช้สอยได้ดี เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภค มีความงดงามขนส่งสะดวก และมีการบริหารจัดการทั้งต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ให้เหมาะสมสวยงาม
    
          การจัดการให้สินค้ามีมูลค่า ประยุกต์สู่ตลาดโลก ในขณะเดียวกันกับการออกแบบสภาพแวดล้อมในชุมชนนั้นให้มีอัตลักษณ์มีคุณภาพชีวิตที่ดี  บ้านเรือนมีสีสันงดงามเหมือนแพรไหม มีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ ออกแบบชุมชนต้นแบบ ศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ประจำชุมชน  การออกแบบบรรยากาศชุมชนให้มีเสน่ห์ โดยมี “ผ้าไทย” เป็นศูนย์กลาง “พลิ้วไหวงดงามกันทั้งเมือง” เป็นตัวอย่างวิธีการประยุกต์ใน 1 ชุมชน ทั้งประเทศยังมีอีกเยอะมากมายครับ ถ้าผู้นำเข้าใจ  มีสติปัญญาในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์  ประเทศเราก็จะมีมรดกต่อยอดมหาศาล จนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว พัฒนาทั้งปัญญาความคิด และเศรษฐกิจไปพร้อมกันแบบ 360 องศานั่นเอง

.......................................
(หมายเหตุ การออกแบบบ่มเพาะอัตลักษณ์ชุมชนสู่การปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืน : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง)