
นมแม่พื้นฐานชีวิต ทั้งร่างกายและจิตใจ
นมแม่พื้นฐานชีวิต ทั้งร่างกายและจิตใจ : โดย...ศิรินภา วิระศรี
"เคยได้ยินคนอื่นบอกว่านมแม่เป็นสิ่งแรกที่ลูกจะได้รับ เพราะเป็นพื้นฐานของการเตรียมพร้อมร่างกายและจิตใจ พอได้มาเป็นแม่จริงๆ ก็รู้เลยว่าทำไมต้องให้เขากินนมจากอกเรา เพราะนอกจากจะได้เห็นหน้าลูกบ่อยๆ แล้วน้ำนมของเรายังสร้างภูมิต้านทานให้กับลูก เสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆมากมายลูกได้กินอิ่มนอนหลับ คิดว่าจะให้เขากินนมเราไปจนกว่าจะหย่านมเลย" อำไพ ยิ่งยง มารดาวัย 31 ปี อาชีพช่างเสริมสวยชาวจังหวัดลำพูน คุณแม่มือใหม่ของโรงพยาบาลลำพูน บอกด้วยความดีใจที่ได้ให้นมลูกด้วยตัวเอง
อำไพ เล่าว่า ก่อนนี้ไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนมแม่เท่าไหร่คิดว่าจะให้ลูกกินนมผง แต่เมื่อ "โครงการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่" โรงพยาบาลจังหวัดลำพูน ของ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ที่เข้ามาส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อผลักดันให้แม่ได้รู้ถึงความสำคัญของนมแม่ คุณประโยชน์ของนมแม่ พร้อมทั้งให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติ ความเชื่อ เรื่องการเลี้ยงด้วยนมแม่ว่ามีประโยชน์อันมหาสารต่อลูกทั้งร่างกายและจิตใจ
ประกอบกับพอได้ฝากครรภ์ คุณหมอเริ่มแนะนำให้ความรู้เรื่องอาหาร การดูแลตัวเอง ทั้งก่อนและหลังคลอด จึงเปลี่ยนความคิดมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะมีคุณค่าหลายอย่าง ทั้งช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค มีสารอาหารที่ครบถ้วน ทำให้ลูกเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ เสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกายและสมองให้แก่ลูก สดใหม่ สะอาดและปลอดภัย เป็นการช่วยให้แม่กับลูกได้มีสายใยรักที่แน่นแฟ้นมากขึ้น หลังจากคลอดก็ให้ความรู้และสอนวิธีการให้นมลูกที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกดูดนมแม่ได้ดีขึ้นและได้รับน้ำนมที่ต่อเนื่องและเต็มที่
ส่วน เอี่ยมทิพย์ บริสุทธิ์ คุณแม่วัย 32 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ริมปิง อ.เมือง จ.ลำพูน คุณแม่ผู้ผ่านประสบการณ์เลี้ยงลูกมา 2 คน เล่าให้ฟังว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นวิธีการเลี้ยงมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่พอสังคมเปลี่ยนไปเริ่มมีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วย คุณแม่ส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้านและหันมาใช้นมผงในการเลี้ยงลูกมากขึ้น ทำให้ลูกไม่มีภูมิต้านทาน เช่น ท้องเสีย ป่วยบ่อย ร้องไห้โยเย เป็นต้น
"ลูกคนแรกเคยให้กินนมผงควบไปกับนมแม่ เพราะเราทำงานอกบ้าน ไม่มีเวลา แต่ลูกจะป่วยบ่อยเพราะระบบขับถ่ายลูกยังไม่แข็งแรง มีท้องอืด ท้องเสีย ก็เลยเปลี่ยนให้กินนมเราอย่างเดียวปรากฏว่าลูกมีภูมิต้านทานโรคมากขึ้น ร่างกายแข็งแรง ระบบขับถ่ายก็ดีเพราะถ่ายเป็นเวลา แล้วก็ไม่ค่อยงอแง ทั้งยังไม่ต้องซื้อนมผงในระยะแรกๆ"
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีหลายวิธี การบีบน้ำนมเก็บไว้เป็นวิธีที่คุณแม่ใช้บ่อยและแพร่หลายที่สุด เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้าน เพราะนอกจากแม่เป็นหัวใจหลักในการเลี้ยงลูกด้วยนมแล้ว ยังต้องอาศัยครอบครัวและสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญอีกด้วย เพราะความร่วมมือของครอบครัวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จ
อนุสนธิ์ ภูมิจาโร อายุ 38 ปี คุณพ่อลูก 1 ครูสอนภาษาและเจ้าของธุรกิจส่วนตัว จ.เชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า ภรรยาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่แพทเทิร์นของบริษัท ไทยสปอร์ตการ์เมนต์ จำกัด ไม่ค่อยมีเวลาว่างในการให้นมลูก จึงใช้วิธีบีบน้ำนมเก็บไว้ การเลี้ยงลูกก็ช่วยกันเลี้ยงกับคุณแม่ ในแบบพื้นบ้านปล่อยให้เล่นตามปกติ ควบคู่ไปกับการศึกษาเรื่องของวิชาการไปด้วยในด้านของการเลี้ยงดู ซึ่งนมแม่นั้นถือว่าเป็นพื้นฐานที่ลูกจะได้อยู่แล้ว จึงให้เลี้ยงด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งที่ทำงานของภรรยาก็ส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาเรื่องการเลี้ยงด้วยนมแม่
พญ.ยุพยง แห่งเชาวนิช เลขาธิการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เด็กทารกในระยะ 6 เดือนแรก ระบบอวัยวะในร่างการยังทำงานได้ไม่ดี นมแม่จึงเป็นอาหารที่สำคัญที่สุด การให้นมแม่เพียงอย่างเดียว ต้องเริ่มจากหลังคลอดจนถึงระยะ 6 เดือน จากนั้นอาจจะมีอาหารเสริมมาบ้าง แต่นมแม่ยังต้องเป็นอาหารหลักเหมือนเดิม หลังจาก 1 ปี ขึ้นไปจึงให้อาหารธรรมดาที่กินกันในครอบครัวเป็นอาหารหลัก นมแม่เป็นอาหารเสริม ในช่วง 2 ปีแรก เป็นเวลาที่ร่างกายและสมองของลูกเติบโตอย่างรวดเร็ว และภูมิต้านทานยังน้อย จึงควรได้รับอาหารและภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมสำหรับลูกมากที่สุด สารอาหาร ปริมาณ และภูมิคุ้มกันโรคในน้ำนมแม่จะปรับเปลี่ยนไปตามวัย และสภาพแวดล้อม เพื่อให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
..........................
(นมแม่พื้นฐานชีวิต ทั้งร่างกายและจิตใจ : โดย...ศิรินภา วิระศรี)



