ไลฟ์สไตล์

ทำมาหากิน : ศูนย์กระดาษสา'จินนาลักษณ์'

ทำมาหากิน : ศูนย์กระดาษสา'จินนาลักษณ์'

29 พ.ย. 2556

ทำมาหากิน : ศูนย์กระดาษสา 'จินนาลักษณ์' พัฒนาต่อยอดแหล่งเที่ยวเมือง : โดย...ธานี กุลแพทย์

 

                          กว่า 20 ปีกับกิจการผลิตกระดาษสาของ บริษัท จินนาลักษณ์ มัลเบอร์รี่สาเปเปอร์ จำกัด ที่นำโดย นางจินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล กลยุทธ์การตลาดก็ได้เปลี่ยนไปตามสภาวะเศรษฐกิจประเทศ จากที่ผลิตเป็นแผ่นจำหน่าย แบรนด์ "จินนาลักษณ์" ก็ได้พัฒนาต่อยอดด้วยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กระดาษสาหลากสไตล์ ล่าสุด ได้ยกระดับพื้นที่ผลิตเป็นแหล่งท่องเที่ยว ในโครงการพัฒนาขีดความสามารถของกระทรวงอุตสาหกรรม

                          "จินนาลักษณ์" บอกว่า บริษัทจินนาลักษณ์ มัลเบอร์รี่สาเปเปอร์ จำกัด ตั้งขึ้นเมื่อปี 2534 อยู่ที่ 235 หมู่ 1 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เริ่มจากทำธุรกิจผลิตกระดาษสาก่อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา ต่อด้วยผลิตภัณฑ์กระดาษจากหญ้าแฝก ในหลากหลายสไตล์ทั้งกล่องกระดาษ ถุงกระดาษ หมวก เสื้อผ้า ฯลฯ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กว่า 3,000 รายการ

                          "เรามีพนักงานประจำ 20 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว และกระจายงานสู่ชาวบ้านตามความถนัดเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ขณะที่การทำตลาดเน้นผลิตเพื่อค้าส่ง 70% และค้าปลีก 30% ทว่า ปี 2555 ที่ผ่านมา เราเน้นทำตลาดค้าปลีกมากขึ้น โดยได้เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่สวนโคมตุง บริเวณถนนคนเดิน จ.เชียงราย โดยใช้ยี่ห้อว่า "จินนาลักษณ์" เน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทยผสานความเป็นล้านนา"

                          ทว่า เธอยอมรับว่าการรังสรรค์ชิ้นงานที่ผ่านมา เป็นไปค่อนข้างไร้ทิศทาง โดยไม่ได้มองเรื่องดีมานด์ซัพพลายของตลาดเท่าที่ควร ผลที่ตามมาคือมีสินค้าเหลือในสต็อกอันเป็นปัญหาต่อเนื่อง กระทั่ง ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ตามนโยบาย One Province One Agro-Industrial หรือ OPOAI ของกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อต้นปี 2556 ซึ่งบริษัทเข้าร่วม โดยเลือกแผน 6 คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาดเพื่อการขยายตลาดให้เพิ่มมากขึ้น

                          จากที่ทีมที่ปรึกษาโครงการ เข้าสำรวจสถานประกอบการและเก็บข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ พบปัญหา 4 เรื่อง คือ ไม่มีการทำตลาดชัดเจน ทีมงานขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดการจดสิทธิบัตรด้านเทคนิคการผลิต และ เป้าหมายการขายของบริษัทยังไม่ชัดเจน ดังนั้น ทีมที่ปรึกษาจึงได้วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาดในระยะสั้น กลาง และยาว ด้วยจัดอบรมหลักสูตร "ขอบเขต บทบาท และเทคนิคการตลาด" แก่ทีมงานเพื่อให้ได้รับรู้ เข้าใจในโครงสร้างต้นทุน ตลาด สภาวะการแข่งขัน ประเมินคู่ค้าและองค์กร ฯลฯ

                          โดยการปฏิบัติ "จินนาลักษณ์" บอกว่าดำเนินไปใน 3 แผนการตลาด คือ พัฒนาสินค้าใหม่ เช่น ประยุกต์ใช้สินค้าค้างสต็อก โดยนำมาพัฒนาเป็นที่ ครอบแก้วกาแฟ ซึ่งคาดจะมียอดขายถึงธันวาคม 2556 จำนวน 4.8 หมื่นชิ้น คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้น 1.44 แสนบาท การปรับปรุงโชว์รูมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยจัดโปรแกรมนำเสนอการผลิตการะดาษสา เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญนักท่องเที่ยวได้ลงมือสร้างสินค้าด้วยตัวเอง โดยคิดค่าบริการคนละ 299 บาท คาดจะเพิ่มรายได้ปีละเกือบ 1.8 ล้านบาท โดยคิดผู้สนใจ 6,000 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยว/ปี กว่า 2.9 ล้านคนที่ไปเที่ยวเชียงราย และ การทำตลาดออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ คาดเพิ่มยอดขายได้ 1,500 แผ่น ของกระดาษสาแผ่น หรือ 1.8 หมื่นแผ่น/ปี คิดเป็นมูลค่า 4.5 แสนบาท/ปี

                          จากการเข้าร่วมโครงการ เธอย้ำนอกจากจะเพิ่มยอดขายให้บริษัทได้กว่า 2.3 ล้านบาท/ปีแล้ว ยังมั่นใจแนวโน้มผลิตภัณฑ์ "จินนาลักษณ์" จะสดใสมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม สนใจผลิตภัณฑ์ในทุกบริบท แวะเยี่ยมชมได้ที่บริษัท หรือ โทร.09-0750-8432 และ 0-5367-5395

 

 

-------------------------

(ทำมาหากิน : ศูนย์กระดาษสา 'จินนาลักษณ์' พัฒนาต่อยอดแหล่งเที่ยวเมือง : โดย...ธานี กุลแพทย์)