
หลากปมรุมเร้าฟลัดเวย์ถึงทางตัน
หลากปมรุมเร้าฟลัดเวย์ถึงทางตัน : กัมปนาท ขันตระกูล/สายชล ศรีนวลจันทร์รายงาน
ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศไทย นับตั้งแต่สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ตลอดจนถึงสมุทรสงครามมีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขาแนวตะเข็บประเทศพม่า ส่งผลให้เกิดคูคลองขึ้นมามากมาย โดยเฉพาะที่ราชบุรีและสมุทรสงครามนั้นมีคลองสาขารวมกันหลายร้อยคลอง ถ้าหากพื้นที่แห่งนี้ต้องรองรับน้ำอีกวินาทีละ 1,400 ลูกบาศก์เมตรหรือหนึ่งเท่าตัวกับที่ไหลในช่วงน้ำหลาก ผลกระทบกับลุ่มน้ำแห่งนี้ย่อมต้องกินวงกว้างอย่างไม่ต้องสงสัย
หากแต่พิมพ์เขียวโครงการฟลัดเวย์กลับระบุเอาไว้เพียงว่า จ.ราชบุรีจะได้รับผลกระทบจากโครงการเพียง 10 ตำบลของอ.เมือง และ 1 ตำบลของ อ.ดำเนินสะดวกเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นความไม่รอบคอบของการศึกษาโครงการ
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้จัดเวทีรับฟังความเห็นโครงการก่อสร้างทางผันน้ำ หรือฟลัดเวย์ตามโมดูลเอ 5 ขึ้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี แต่การรับฟังความเห็นไม่สามารถดำเนินต่อไปถึงขั้นตอนการรับฟังความเห็นในกลุ่มย่อยในภาคบ่ายที่เป็นไปเป้าหมายของผู้จัดได้ เพราะผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 10,000 คน ทั้งจากราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงคือสมุทรสงคราม นครปฐม และกาญจนบุรี ต่างมีท่าทีตรงกันคือไม่ให้ความเห็นชอบโครงการนี้
เมื่อผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นได้สอบถามความกระจ่างถึงเหตุผลที่กบอ.ระบุพื้นที่ได้รับผลกระทบเอาไว้เพียงเท่านั้น สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่า ซึ่งยิ่งไปสู่ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ
ด้วยเหตุที่พื้นที่จ.ราชบุรียังมีลำน้ำสาขาอีกมากมายนับตั้งแต่บ้านโป่ง โพธาราม เมือง ดำเนินสะดวก โดยเฉพาะในที่อ.วัดเพลง ปากท่อและยังลึกเลยไปถึงต้นน้ำที่อ.สวนผึ้งอีกด้วยนั้น มีสายน้ำต่อเชื่อมกับแม่กลองและคลองแควอ้อม (แม่กลองสายเก่า) อยู่มากมาย ทางฝั่งตะวันตกของแม่กลอง เขตติดต่อระหว่างอ.เมืองกับปากท่อยังเป็นแหล่งโบราณสถานบ้านคูบัว เช่นเดียวกับบ้านคุ้งกระถินที่มีแม่กลองและคลองแควอ้อมโอบรอบอยู่บนเกาะเดียวกันกับอ.บางคนที สมุทรสงคราม อาณาบริเวณเหล่านี้จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่มากผิดปกติ
คลองดำเนินสะดวก สัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของสังคมเกษตรกรรมแห่งยุครัตนโกสินทร์คือเส้นทางคมนาคมต่อเชื่อมระหว่างจังหวัดพระนครกับหัวเมืองตะวันตก โดยคลองภาษีเจริญเริ่มจากปากคลองที่เจ้าพระยาไปสิ้นสุดลงที่แม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามกับปากคลองดำเนินสะดวกตรงที่เรียกว่าย่านคลองเตย ยาวตลอดแนวไปถึงต.บางนกแขวก อ.บางคนที เชื่อม 3 ลุ่มน้ำเข้าด้วยกัน เจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลอง นี่ก็เป็นอีกข้อปุจฉาหนึ่งว่า กบอ.ศึกษา "น้ำบ่า" เอาไว้อย่างไร
และการขุดลอกลำน้ำแม่กลองให้ลึกลงตลอดระยะทาง 34 กิโลเมตรตั้งแต่ท่าม่วงลงไปจนถึงปากน้ำแควอ้อม อันจะส่งผลกระทบต่อสภาพทางภูมิศาสตร์ของตลิ่ง และความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอย่างแน่นอน
นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ซึ่งรับหน้าที่เป็นประธานการเปิดเวทีได้รับมอบรายชื่อประชาชนกว่า 10,000 คนที่ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการทำโครงการฟลัดเวย์และการทำทางผันน้ำแม่กลอง ที่จะต้องขุดแม่น้ำสายใหม่ เพราะเห็นว่าโครงการนี้ ขาดกระบวนการศึกษาที่รัดกุม มุ่งเน้นมองแต่ผลในทางบวก แต่ไม่ให้รายละเอียดของผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่จะเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัว และการขุดคลองให้ลึกไปจากเดิมโดยที่ไม่มีการขยายแนวตลิ่งทั้งสองฝั่ง
ยังมีความอึมครึมที่ "นักวิชาการ" ของกบอ. ยังไม่สามารถให้ความกระจ่าง รวมทั้งข้อกังขาของภาคประชาชนในเรื่องของการชดเชยและเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ
ขณะเดียวกัน จากการจัดอันดับความสำคัญของลุ่มน้ำในภาคกลาง พบว่าลุ่มน้ำที่มีปัญหามลภาวะสูงสุด คือลุ่มน้ำเจ้าพระยา รองลงมาคือ ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำเพชรบุรีตามลำดับ ขณะที่ลุ่มน้ำแม่กลองยังถือว่ามีคุณภาพน้ำสูงสุด สมควรที่จะอนุรักษ์แหล่งน้ำเอาไว้ ด้วยการหลีกเลี่ยงการลงทุนหรือกิจกรรมใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำของลุ่มน้ำแม่กลอง
"วันนี้ชัดเจนแล้วว่ารัฐมุ่งเน้นแต่การนำเสนอผลดีต่อโครงการนี้เท่านั้น แต่ไม่มีคำตอบในเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการทำระบบนิเวศของสายน้ำที่สำคัญ" ผู้เข้าร่วมเวทีกล่าว ทั้งเสนอความเห็นประชดประชันเช่นว่า เมื่อครั้งกรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ราชบุรีเป็นพื้นที่รองรับผู้อพยพจากกรุงเทพฯ ดังนั้นหากถามกลับกันว่า ถ้าราชบุรีเกิดน้ำท่วมใหญ่เพราะฟลัดเวย์ กรุงเทพฯ จะสามารถรองรับผู้เดือดร้อนจากราชบุรีได้หรือไม่
"ประเด็นเหล่านี้อยากให้รัฐเอาไปคิด อย่ามุ่งที่จะแก้ปัญหาให้บางพื้นที่แต่ละเลยพื้นที่อื่นที่จะได้รับผลกระทบตามมา วันนี้ชัดเจนแล้วว่า รัฐทำโครงการขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงมาถามความเห็นของคนในพื้นที่ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่จริงใจ และที่สำคัญกระบวนการรับฟังดังกล่าว เกิดขึ้นโดยที่ศาลสั่ง ไม่ได้มาจากรัฐบาลโดยตรง"
เครือข่ายภาคประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ได้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีว่า ไม่ควรให้การรับรองกระบวนการรับฟังความคิดเห็นนี้ เพราะวิทยากรที่มาทำหน้าที่ไม่สามารถตอบคำถามในประเด็นผลกระทบได้
ในขั้นตอนของการให้ผู้เข้าร่วมรับฟังได้แสดงจุดยืน ปรากฏว่ามีเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้น
ไม่ให้ผ่านโครงการนี้!
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีรับปากว่า การรับฟังความเห็นในวันนี้ถือว่าสิ้นสุดลง และไม่สามารถให้ดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากมีการทักท้วงจากภาคประชาชน ในหลายประเด็นที่ไม่สามารถอธิบายได้ และขอรับมอบรายชื่อประชาชนรวม 10,000 คน ที่คัดค้านโครงการนี้ เสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป
นายยุคล กำเนิดแฝก ตัวแทนสมัชชาคนรักแม่กลอง จ.ราชบุรี กล่าวว่า การแสดงพลังของประชาชนในวันนี้ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกของภาคประชาชน ที่สะท้อนท่าทีว่าไม่ต้องการโครงการลงทุนของรัฐ ที่จะนำมาซึ่งการทำลายระบบนิเวศวิทยา อย่างไรก็ตามภารกิจของภาคประชาชน ต่อการคัดค้านโครงการนี้ ยังไม่สิ้นสุดลง และจะยังคงจัดกิจกรรมให้ความรู้กับประชาชนเพื่อขยายการมีส่วนร่วมให้มากยิ่งขึ้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า การรับฟังความเห็นวันนี้ถือว่ายุติลงด้วยดี และทางคณะผู้จัดเองก็ยอมรับในประเด็นที่ไม่สามารถให้คำอธิบายในทางวิชาการ ที่จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคประชาชนได้
"รายชื่อที่รับมอบมา 10,000 รายชื่อ ในส่วนของทางจังหวัดจะได้นำเสนอต่อทางรัฐบาลและกบอ.ต่อไปว่า นี่คือความรู้สึกของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการทำฟลัดเวย์" พ่อเมืองราชบุรีช่วยยืนยันอีกแรง
.............................
(หมายเหตุ : หลากปมรุมเร้าฟลัดเวย์ถึงทางตัน : กัมปนาท ขันตระกูล/สายชล ศรีนวลจันทร์รายงาน)



