ไลฟ์สไตล์

ทำมาหากิน : เจลมาส์กหน้า'สาหร่ายเตา'

ทำมาหากิน : เจลมาส์กหน้า'สาหร่ายเตา'

26 พ.ย. 2556

ทำมาหากิน : เจลมาส์กหน้า 'สาหร่ายเตา' สองรางวัลงานวิจัยเด่น ม.แม่โจ้ : โดย...ประภาภรณ์ เครืองิ้ว

 

                           "เตา" หรือเทาน้ำ (Spirogyra  spp.) เป็นสาหร่ายน้ำจืดสีเขียว ลักษณะเป็นเส้นสายซึ่งพบเจริญได้ดีในแถบภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศไทย โดยชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นอาหารพื้นบ้านมาเป็นเวลานาน เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อันประกอบด้วย คาร์โบไฮเดต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ และด้วยสรรพคุณดังกล่าว ส่งผลให้ ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ และรศ.ดร.วิวัฒน์ หวังเจริญ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมทีมงาน ได้ทำการค้นคว้าวิจัยสรรพคุณของเตา จนทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ภายใต้งานวิจัย "เจลมาส์กหน้าสาหร่ายเตา"

                           ดร.ดวงพร กล่าวถึงที่มาของผลงานวิจัยชิ้นนี้ว่า เกิดจากการเล็งเห็นว่า เตา เป็นพืชที่น่าจะมีสรรพคุณทางวิทยาศาสตร์ จึงมีการศึกษาทางพฤกษเคมี พบว่า เตา มีสารประกอบกลุ่มฟีโนลิกและโพลีแซคคาไรด์ มีประโยชน์ต่อผิว และยังพบว่า สารสกัดน้ำของสาหร่ายเตามีสารกลุ่มฟีโนลิก ได้แก่ คาเทชิน กรดแกลลิก กรดแทนนิก รูตินและเคอร์ซิติน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านการอักเสบและฤทธิ์ในการต้านเอนไซม์ไทโรสิเนส ซึ่งเอนไซม์ชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกระ ฝ้า และจุดด่างดำ โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว จึงมีการพัฒนามาเป็นเจลมาส์กหน้าสาหร่ายเตา เพื่อเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยที่ได้ศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสาหร่ายน้ำจืด

                           เจ้าของผลงานวิจัยชิ้นนี้เปิดเผยต่อว่า เจลมาส์กหน้าสาหร่ายเตาถูกผลิตมาจากวัตถุดิบหลักจากสาหร่ายเตาธรรมชาติ ประกอบกับกระบวนการผลิตตามมาตรฐานเครื่องสำอางเพื่อลดอันตรายจากการใช้สารเคมี ที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงของผู้ใช้ในระยะยาวได้ โดยพัฒนาเป็น 2 แบบ ให้เหมาะสมกับใบหน้าสำหรับเพศหญิงและเพศชาย ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งรูปร่างและส่วนผสมที่ใช้ คณะผู้วิจัยได้พัฒนานวัตกรรมนี้ โดยยึดหลักให้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและหลักการของเสียเหลือศูนย์ (zero waste) โดยหลังการใช้แล้ว สามารถนำเจลไปปลูกต้นไม้ได้ จะเห็นได้ว่าเจลมาส์กหน้าสาหร่ายเตาเป็นนวัตกรรมที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการนำไปใช้ประโยชน์ของสาหร่ายเตาพื้นบ้านให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางได้ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติได้

                           หลังจากนี้คณะผู้วิจัยจะมีการนำสาหร่ายเตาไปทำการศึกษาวิจัยสรรพคุณด้านการแพทย์ต่อ เนื่องจากพบว่าสาหร่ายเตามีสรรพคุณในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ให้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งจะมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยต่อไป ขณะเดียวจากการศึกษาวิจัยที่มีแนวโน้มความต้องการสาหร่ายเตามากขึ้น ทางคณะวิจัยจึงมีความต้องการเตา เพื่อมาสร้างผลิตภัณฑ์ เบื้องต้นมีการส่งเสริมเกษตรกรบ้านนาคูหา ต.สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่ ให้มีการดำเนินการตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงเตาขึ้น โดยจะมีการรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 100-200 บาท ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

                           เนื่องจากในอนาคตสาหร่ายเตาจะเป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้นด้วย รวมทั้งทางคณะผู้วิจัยยังได้ดำเนินการนำสาหร่ายชนิดอื่นๆ มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอีกหลายชนิด ทั้งครีมสคับขัดผิวกาย ซึ่งเป็นสูตรที่ผสมผสานสาหร่านสไปรูลิน่า และวิตามินอี ที่จะเพิ่มความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ลดเลือนริ้วรอย ช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยในการสร้างเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส, ลิปปาล์ม ด้วยสูตรพิเศษจากไขผึ้งและน้ำมันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ หลายชนิด จะช่วยบำรุงริมฝีปากให้มีความชุ่มชื่น ป้องกันริมฝีปากแห้งแตกได้เป็นอย่างดี

                           สำหรับผลงานวิจัยชิ้นนี้ยังได้รับ 2 รางวัล ในการประกวดผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ในงานระดับนานาชาติ Korea International Women’s Invention Exposition 2013 (KIWIE 2013) อีกด้วย สนใจผลิตภัณฑ์สาหร่ายเตา หรือ ต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงเตา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร.0-5387-3470-2 หรือ ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล 08-6654-6966 ในวันและเวลาราชการ

 

 

---------------------------

(ทำมาหากิน : เจลมาส์กหน้า 'สาหร่ายเตา' สองรางวัลงานวิจัยเด่น ม.แม่โจ้ : โดย...ประภาภรณ์ เครืองิ้ว)