
'ฟลัดเวย์แม่กลอง'ป่วน!นศ.หวิดปะทะตร.
กลุ่มรักษ์แม่กลองผนึกชาวบ้าน ยื่น 2.2 หมื่นรายชื่อคัดค้าน 'ฟลัดเวย์ตะวันตก' กลางเวทีรับฟังความเห็น ชี้ผลเสียมากมาย เวทีชุลมุนยุติกลางคัน กลุ่ม นศ.หวิดปะทะตร.
กรณีกลุ่มภาคประชาสังคมอนุรักษ์แม่กลองรณรงค์พร้อมล่ารายชื่อคัดค้านโครงการออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย มูลค่า 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล ในส่วนพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม คือ โมดูล เอ5 ที่จะขุดแม่น้ำสายใหม่ (คลองผันน้ำ) จาก อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ผ่าน จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สุพรรณบุรี ลงมาถึง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ความยาวรวม 281 กิโลเมตร มาลงเหนือเขื่อนแม่กลองที่ ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และขยายแม่น้ำแม่กลองช่วงราชบุรี-สมุทรสงคราม โดยมีพื้นที่ 2 จังหวัด 3 อำเภอ และ 20 ตำบลที่อยู่ในแนวของการขุดแม่น้ำสายใหม่ได้รับผลกระทบ โดยนำกลุ่มคัดค้านเข้าร่วมเวทีรับฟังความเห็นของภาครัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น โดยมี นายอภิชาติ อนุกูลอำไพ ประธานคณะอนุกรรมการวิชาการ และวิเคราะห์โครงการ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เป็นตัวแทนชี้แจง มีประชาชนทั้งในพื้นที่สมุทรสงคราม นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ และภาคีเครือข่ายประชาชนด้านอนุรักษ์ในจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟังกว่า 1 หมื่นคน ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) กว่า 200 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย
บรรยากาศเป็นไปอย่างชุลมุนและมีเสียงเป่านกหวีดดังไปทั่ว โดยกลุ่มชาวบ้านถือป้ายคัดค้านจนไม่สามารถเริ่มต้นเปิดเวทีได้ตามกำหนดเวลา เพราะมีกลุ่มรักษ์แม่กลองและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเวทีได้ แต่ที่สุดก็เริ่มเปิดเวทีในเวลา 09.30 น. โดยมี น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ และนายประสาร มฤคพิทักษ์ และนายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม รองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เข้าร่วมสังเกตการณ์
นายอภิชาติชี้แจงโครงการท่ามกลางเสียงนกหวีดคัดค้านตลอดเวลา โดยระบุว่า สมุทรสงครามเป็นพื้นที่โครงการฟลัดเวย์ไดเวอร์ชั่น ซึ่งเป็นโครงการผันน้ำจากแม่น้ำแม่ปิง เพื่อลดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ จ.นครสวรรค์ ไม่ให้เกิน 3,500 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะตัดน้ำแม่ปิงจาก อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ด้วยการตัดคลองใหม่ เพื่อออกทะเลที่แม่กลองในปริมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่การตัดน้ำเพื่อลงคลองใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน จะเกิดเฉพาะในช่วงน้ำมาก เช่นปี 2554 โดยการคำนวณแล้วจะประมาณ 5 ปีต่อครั้ง ทำให้ชาวบ้านที่ห่วงเรื่องผลกระทบไม่ต้องกังวล และหากได้รับผลกระทบก็จะมีการชดเชยค่าเสียหายให้
ภายหลังการชี้แจงโครงการจบลง ชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตและไม่ยอมรับแนวทางผันน้ำจำนวนมากให้มาเข้าสู่พื้นที่ จ.สมุทรสงคราม เพราะเท่ากับว่าจังหวัดจะอยู่ในสภาพพื้นที่รับน้ำขั้นปลาย และกระทบกับอาชีพทำฟาร์มหอย ทำประมงปากแม่น้ำ ทำสวนผลไม้ ซึ่งอาจจะเกิดน้ำท่วมและกระทบต่อนาเกลือของชาวบ้านด้วย ยืนยันว่าคนแม่กลองไม่เอาแม่น้ำสายใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างชี้แจงและซักถาม มีชาวบ้านโห่ร้องและเป่านกหวีดคัดค้านตลอดเวลา จนทำให้เวทีต้องหยุดเป็นระยะ จนที่สุด น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ได้ขึ้นเวทีเพื่อขอให้ตอบคำถามเรื่องใบรับฟังความเห็นไม่เพียงพอ และไม่มีช่องให้แสดงความไม่เห็นด้วย และที่สุดเวทีจบลงเวลา 12.30 น. หลังจากชาวบ้านสมุทรสงครามลงมติยกมือคัดค้านไม่เอาโครงการ และยืนยันไม่ให้จัดกลุ่มย่อยในช่วงบ่าย พร้อมอ่านแถลงการณ์ 1.เวทีไม่มีข้อมูลให้ชาวบ้านเข้าถึงได้ 2.ไม่สามารถชี้แจงชัดเจนเรื่องผลกระทบ จากนั้นได้ยื่นรายชื่อ 22,473 ชื่อคัดค้านโครงการต่อนายอภิชาติ และนายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
นายชนม์ชื่น ระบุว่า ไม่ถือว่าเวทีล้มเหลว แต่เป็นการรับฟังเสียงชาวบ้านจริงๆ และสามารถจัดจนครบกระบวนการตามขั้นตอน ส่วนเวทีกลุ่มย่อยที่ไม่ได้จัด เพราะชาวบ้านไม่ต้องการ โดยความคิดเห็นทั้งหมดจะสรุปและนำเสนอต่อ กบอ.ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเวทีจบลง นายอภิชาติ พร้อมคณะ ก็เดินทางกลับด้วยรถกระบะมีรถตำรวจนำทาง แต่เกิดการเข้าใจผิด นักศึกษาเทคนิคกลุ่มหนึ่งจะนำกล่องใบรับฟังความคิดเห็นมาส่งให้ โดยมีนักศึกษาส่วนหนึ่งยืนปิดกั้นรถเอาไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าจะเข้าไปทำร้าย จึงพยายามขับรถฝ่าออกไป และมีตำรวจปราบจลาจลกว่า 200 นาย คอยกันนักศึกษาไม่ให้เข้าไปใกล้รถ จนเกิดการกระทบกระทั่งเป็นเหตุบานปลาย นักศึกษากลุ่มหนึ่งวิ่งไปปิดประตูวิทยาลัยไม่ให้รถออก ตำรวจต้องไปเปิดและกันนักศึกษาจนขบวนรถกลับไปอย่างปลอดภัย
แต่บรรยากาศหน้าวิทยาลัยยังไม่คลี่คลาย เมื่อนักศึกษาไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรง จึงขว้างขวดน้ำ ขวดแก้วเข้าใส่ตำรวจ และมีผู้ขว้างปาประทัดยักษ์ใส่ทำให้ถูกนายไมตรี ทรายสังข์สมุทร ช่างภาพช่องเอ็นบีที ส่วนกลาง สะเก็ดถูกบริเวณเท้าข้างซ้าย ส่วนตำรวจบาดเจ็บเล็กน้อย 7 นาย จากการถูกขว้างปาสิ่งของใส่ และตำรวจได้ปิดการจราจรถนนเอกชัย หน้าวิทยาลัยเทคนิคประมาณครึ่งชั่วโมงเหตุการณ์จึงยุติลง
ด้าน นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม กล่าวว่า การตัดแม่น้ำสายใหม่ และขุดลอกแม่น้ำแม่กลองท่อนล่าง ระยะทาง 34 กิโลเมตร จาก ต.หนองกลางนา อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ถึงปากคลองแควอ้อม อ.บางคนที อ.อัมพวา เพื่อรับอัตราไหลของน้ำอีกเท่าตัว มารวมกับโครงการขุดคลองลัดในแม่น้ำท่าจีน ส่วนที่คดมาก 3 จุด ได้แก่ คลองลัดงิ้วราย ไทยาวาส และทรงคะนอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม กล่าวโดยสรุปถ้าเป็นตามแผนนี้ แม่กลองจะต้องรับน้ำสูงถึง 2,150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และการขุดลอกให้แม่กลองลึกขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เช่น การพังทลายของตลิ่งที่มาจากความต่างของระดับท้องแม่น้ำกับน้ำนอนคลอง รวมทั้งอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงในแม่น้ำทั้ง 5 สายที่จะไหลออกทะเลบริเวณอ่าวไทย โดยแม่น้ำแม่กลองจะส่งอิทธิพลน้ำเค็มรุกถึงเมืองราชบุรี และน้ำทะเลสวนขึ้นมาทำให้น้ำเต็มตลิ่งอยู่ตลอดเวลาจะเกิดอะไรขึ้นกับสวนลิ้นจี่ที่บางคนที
ส.ว.สงคราม กล่าวอีกว่า ในส่วนประมงพื้นบ้านชายฝั่งจะรับกรรมไปเต็มๆ เพราะปริมาณน้ำจืดที่ผันลงไปอ่าวไทยจนระดับความเค็มลดลงทำให้หอยแครง หอยแมลงภู่ที่เลี้ยงไว้ตาย เรื่องนี้เคยมีบทเรียนในปี 2555 ซึ่งรัฐระบายน้ำจากเขื่อนลงทะเลมากผิดปกติ จนหอยตายจากปากน้ำกลองไปจนถึง ต.บางตะบูน
นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายสร้างพื้นที่ปิดล้อมในเขตชุมชน ซึ่งลักษณะของแม่น้ำแม่กลองมีระบบนิเวศที่แผ่กระจายน้ำออกด้านข้างจากแม่น้ำสู่คลองซอย ลำประโดง และร่องสวน ทำให้น้ำแบน ซึ่งข้อมูลนี้เป็นภูมิปัญญาของคนแม่กลอง ซึ่งโครงการโมดูล เอ5 ใช้งบสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท จึงสุ่มเสี่ยงต่อการตำน้ำพริกละลายน้ำ และเชื่อว่าคนอีก 7 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่โครงการก็ไม่เอาด้วยแน่ๆ
เช่นเดียวกับความเห็นของ นายวิรัตน์ ตันทะวิโกศัย ชาวสวนผลไม้ใน อ.อัมพวา ยอมรับว่า เป็นห่วงต่อผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากบริเวณนี้เราเรียกว่าระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย เมื่อรวมกันทำให้สมุทรสงครามมีความหลากหลายของอาชีพ ทั้งประมงพื้นบ้าน เลี้ยงหอย เลี้ยงกุ้ง ทำโป๊ะปลาทู รวมทั้งยังมีสวนผลไม้ขึ้นชื่อ คือ ลินจี่พันธุ์ค่อม ที่มีแห่งเดียวในเมืองไทย สวนส้มโอ สวนมะพร้าวที่นำไปสู่อาชีพทำน้ำตาลมะพร้าว เป็นต้น
วันเดียวกัน ตำรวจชุดปราบจลาจลกว่า 3 กองร้อย เข้าควบคุมสถานการณ์หน้าหอประชุมประกายทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเวทีรับฟังความเห็นโครงการมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน แต่เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่ม นปช.เพชรบูรณ์ คนเสื้อแดงเพชรบูรณ์ กับภาคประชาชนในนามเครือข่ายคนเพชรบูรณ์ ที่คัดค้านโครงการจัดการน้ำของรัฐบาลและต่อต้านนิรโทษกรรม แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ก่อนที่กลุ่มเครือข่ายคนเพชรบูรณ์จะสลายการชุมนุม สำหรับโครงการในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ มี 2 โครงการอยู่ในโมดูล เอ1 คือ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยท่าพล ต.ท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และ ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ และโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า
ขณะที่ นายพิศิษฐ์ ยินดีวี ผู้ประสานงานประชาสังคมจังหวัดกาญจนบุรี หรือกลุ่มต้นน้ำแคว กล่าวว่า วันที่ 23 พฤศจิกายน จะร่วมจัดกิจกรรมให้ความรู้ชาวบ้านใน ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ที่อยู่ในแผนโมดูล เอ5 โครงการฟลัดเวย์ตะวันตก ซึ่งตรวจสอบแผนที่ของ กบอ.พบว่าจะมีชุมชนที่อาจต้องถูกเวนคืนที่ดินอย่างน้อย 300 ไร่ ในฝั่งหมู่บ้านท่าล้อ ซอย 12 ถนนแสงชูโต และฝั่งตรงข้ามจนถึงริมแม่น้ำแม่กลอง อย่างน้อย 71 ครัวเรือน ทั้งนี้จะจัดทำหลักฐานจีพีเอส และทำแผนที่ 1:4,000 ว่าจะมีชุมชนได้รับผลกระทบเท่าใด เพื่อนำไปเสนอต่อเวทีน้ำที่ กบอ.จะจัดขึ้นที่จังหวัดในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ โดยจุดยืนคือไม่เอาฟลัดเวย์ และไม่อนุญาตให้ปล่อยน้ำออกที่ท่าล้ออย่างแน่นอน



