ไลฟ์สไตล์

อ่างฤาไน ป่าโบราณฝั่งตะวันออก

อ่างฤาไน ป่าโบราณฝั่งตะวันออก

24 พ.ย. 2556

อ่างฤาไน ป่าโบราณฝั่งตะวันออก : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม

                บนถนนสาย 304 มุ่งหน้าบางคล้า พนมสารคาม วังน้ำเขียว ช่วงผ่านแปดริ้ว ชื่อเล่นของเมืองฉะเชิงเทรา คงคุ้นตากันดีกับป้ายบอกทาง "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน"  ที่มุ่งไปทางอ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา แต่ก็มีเพียงคนที่นิยมทางลัด ทางเลี่ยงรถติดเพื่อผ่านไปยังอำเภออื่นๆ และคนที่จดจ่อจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่นี่

                เรื่องราวของป่าอ่างฤาไน คุ้นหูกันดีกับหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กเรื่องราวผจญภัย ของ อ.วัธนา บุญยัง ที่มักพูดถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของผืนป่าแห่งนี้ ป่าที่ความจริงแล้วมีเรื่องราวซับซ้อนทั้งเรื่องพื้นที่ และสัตว์ป่า และแน่นอนว่า "ช้าง" กลายเป็นเจ้าถิ่นแถวนั้นไปโดยไม่รู้ตัว

               เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ไม่ใช่พื้นที่เขาสูง แต่เป็นสังคมป่าที่ราบที่ผนวกพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกเข้าด้วยกัน คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ 1,079 ตารางกิโลเมตร แต่ที่ซับซ้อนไปกว่านั้น คือพื้นที่ป่าแห่งนี้เคยเขตชายขอบของอาณาจักรขอมโบราณ

                จากข้อมูลของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ระบุว่า มีหลักฐานปรากฏการอยู่ร่วมกันของป่าอ่างฤาไนกับมนุษย์โบราณเริ่มตั้งแต่ในยุคของขอมยังเรืองอำนาจในสุวรรณภูมิ ราวพุทธศตวรรษที่ 13 ในขณะที่พื้นที่เขตที่ราบภาคกลางยังเจิ่งนองไปด้วยน้ำและทะเลตม ภาคตะวันออกกลับเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ในภาคตะวันออกของปราสาทขอม 3 แห่ง คือ ปราสาทหินที่วัดสระมรกต อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี, ซากปราสาทที่เมืองพญาเร่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี และปราสาทหินที่อ.ขลุง จ.จันทบุรี ล้วนเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่บ่งบอกว่าในอดีตพี้นที่โดยรอบเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรือง ถึงขนาดที่มีการสร้างปราสาทหินเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมความเชื่อในทางศาสนา หากลากเส้นตรงเชื่อมระหว่างซากปราสาทหินทั้ง 3 แห่ง พี้นที่ที่ได้จะครอบคลุมพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนทั้งหมด และพื้นที่แห่งนี้ ก็ยังเป็นไข่แดงอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนปัจจุบัน ถูกรบกวนน้อยมากเพราะมีการกันพื้นที่ไว้เป็นป่าอนุรักษ์ในช่วงที่สังคมมนุษย์ยังเข้ามาไม่ถึง 

                สภาพของป่าอ่างฤาไน เป็นป่าดิบแล้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำกว่า 300 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เลยเหมือนเป็นช่องแคบหรือร่องเขาระหว่าง ฝั่งหนึ่งที่เป็นเทือกเขาใหญ่ และอีกฝั่งเป็นเทือกเขาจันทบุรี พื้นที่นี้เลยหลบได้ทั้งความชื้นและความหนาวเย็น กลายเป็นบ้านของสัตว์นานาชนิด ซึ่งจากการสำรวจล่าสุด พบว่า ที่นี่แห่งดูนก 1 ใน 10 แห่งที่สำคัญทีเดียว เพราะมีนกบก นกน้ำ และสัตว์ปีกมากกว่า 390 ชนิด มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 132 ชนิด แล้วยังมีการพบจระเข้น้ำจืดในธรรมชาติที่นี่ด้วย   

                และที่ว่า "ช้าง" เป็นเจ้าถิ่น ก็ด้วยเพราะแถบนี้มีโขลงช้างออกหากิน บางทีก็มาเดี่ยว ขนาดข้างถนนช่วงผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายังต้องมีป้ายเตือนระวังช้าง เป็นระวังๆ ด้วยเพราะความที่ช้างที่นี่ถูกรถชน จนกลายเป็นว่า ช้างเห็นรถเหมือนศัตรูไปแล้ว แต่ไม่ใช่ว่า ช้างจะมาดักทำร้าย อยู่ตลอดเวลานะ มันก็หากินตามเส้นทางของมันปกติ เพียงแต่เมื่อเราเข้าเขตเขาก็ควรระมัดระวัง   

               ใครจะไปพักที่อ่างฤาไนมีบ้านพักรับรอง อยู่ริมบึงน้ำใหญ่ ซึ่งก็ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพื่อความสะดวก และปลอดภัย เพราะพี่ใหญ่ อาจจะออกมาทักทายได้ตลอดเวลา

               
ติดต่อ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โทร.0-3831-1234

               
................................

(อ่างฤาไน ป่าโบราณฝั่งตะวันออก : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม)