
'บ้านต้านพายุ'
'บ้านต้านพายุ' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
คงต้องยอมรับกันนะครับว่า “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” ที่มีชื่อว่า “ไห่เยี่ยน” เป็นภาษาจีนกลาง แปลอย่างน่ารักน่าชังว่า “นกนางแอ่นทะเล” ได้นำมาซึ่งความโหดร้ายของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่ปรานีกับ “ฟิลิปปินส์” รุนแรงถึงขนาดที่จนถึงวันนี้ (นับตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา) ก็ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขชัดๆ ว่าทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่ต้องสูญเสียไปกับความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้มีเท่าไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ทางการ “ฟิลิปปินส์” ระบุอย่างเป็นทางการว่ามีประชาชนกว่า 11 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นนี้ และประมาณกันว่ากว่า 10,000 คน ได้สังเวยชีวิตไปกับมหันตภัยทางธรรมชาติในครั้งนี้
พื้นที่ที่ได้รับความรุนแรงมากที่สุดคือเมือง “ทาโคลบาน” ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัด “เลย์เต” ที่ตั้งอยู่ในบริเวณตอนกลางของ “ฟิลิปปินส์” สภาพในปัจจุบันแทบจะไม่เหลือเค้าของเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยคึกคักครึกครื้น เหลือทิ้งไว้แต่เพียงซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน ตลอดจนถนนหนทางรวมทั้งระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เสียหายไปเกือบทั้งหมด เมืองที่เคยมีประชากรกว่า 220,000 คน ปัจจุบันก็พังพินาศสิ้นครับ
ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” จัดได้ว่าเป็น “คลื่นพายุซัดฝั่ง” หรือศัพท์ทางเทคนิคเรียกกันว่า “สตอร์มเซิร์จ” ว่ากันว่ามีความรุนแรงไม่น้อยหน้าคลื่นยักษ์ “สึนามิ” แท้จริงแล้ว “สตอร์มเซิร์จ” เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวคนไทยมากครับ จากการที่ผมเคยได้ขึ้นเวทีบรรยายกับ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช หลายครั้งทำให้ผมได้รับรู้ว่า แหลม “ตะลุมพุก” จังหวัด “นครศรีธรรมราช” บ้านเราก็เคยโดน “สตอร์มเซิร์จ” ถล่มเรียบเป็นหน้ากลองกันมาแล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากครับ
อำนาจการทำลายล้างของ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” ถือได้ว่าเป็นไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์ ด้วยความเร็วลมสูงกว่า 341 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะขึ้นฝั่ง จึงก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากมายมหาศาลเหนือความคาดเดา เพราะว่าก่อนหน้าที่ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” ขึ้นฝั่ง ทางการ “ฟิลิปปินส์” ก็ได้ประกาศกันให้รู้ล่วงหน้า เพราะสามารถเห็นได้ชัดเจนจากการเคลื่อนตัวเข้า “ฟิลิปปินส์” โดยภาพถ่ายทางดาวเทียม จึงได้มีการอพยพผู้คนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ไปตามศูนย์พักพิงหลายแห่ง แต่อนิจจา ก็ไม่ทำให้ยอดของการสูญเสียในชีวิตลดน้อยลง เพราะกว่า 10,000 ชีวิต ได้สูญหายไป เนื่องจากพื้นที่ที่สั่งอพยพนั้นเป็นพื้นที่บริเวณใกล้ริมชายฝั่ง ที่คิดว่าน่าจะอยู่รอดปลอดภัย แต่ที่ไหนได้ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” ได้ถาโถมพัดเข้าไปลึกในผืนดินมากเหลือเกิน
ความรุนแรงของ “สตอร์มเซิร์จ” ในครั้งนี้ทำให้เกิดคลื่นสูงถึง 6 เมตร มีอำนาจในการทำลายล้างอย่างรุนแรงมหาศาล กวาดเมือง “ทาโคลบาน” เรียบเป็นหน้ากลองไปทั้งเมือง พูดง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านว่าแบบ “ถอนรากถอนโคน” ขนาดคนที่อพยพไปอยู่ในศูนย์หลบภัยก็ยังถูก “โคตรพายุ” ลูกนี้พัดพาให้ล้มหายตายจาก ก็คงไม่ต้องพูดถึง “คนรักบ้าน” ชาว “ฟิลิปปินส์” ที่อย่างไรเสียก็จะไม่ยอมละทิ้งบ้านไปอาศัยอยู่ชั่วคราวอยู่ตามศูนย์อพยพจะเป็นตายร้ายดีก็ขออยู่บ้านก็ถูกคลื่นยักษ์พัดกวาดลงทะเลไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน
นอกจากนั้น ผลของการทำลายล้างจาก “สตอร์มเซิร์จ” ลูกนี้ทำให้มี ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยแบบสิ้นเชิงโดยที่ไม่เหลืออะไรติดตัวเลยกว่า 580,000 ราย มีอาคารบ้านเรือนกว่า 41,000 หลัง ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนเกินกว่าจะซ่อมแซม ความเสียหายกินพื้นที่กว้างไกลออกไปอย่างน้อย 6 เกาะ ในตอนกลางของประเทศ เช่น “เลย์เต”, “ซามาร์” และ “เซบู” ฯลฯ เนื่องจากสภาพเป็นหมู่เกาะ ทำให้การช่วยเหลือจากภายนอกเป็นไปอย่างยากลำบาก (นอกจากนั้นยังโชคร้ายซ้ำสองอีกเพราะมีพายุ “ดีเปรสชั่น” อีกลูกหนึ่งได้พัดถล่มซ้ำ “ฟิลิปปินส์” อีกระลอก)
ท่ามกลางสภาพโกลาหลของบรรดาผู้คนนับล้านที่ขาดแคลนปัจจัย 4 ไปทุกด้าน ต่างก็เข้ามาแย่งชิงอาหารน้ำดื่มและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อประทังชีวิตตัวเองและครอบครัว เป็นผลให้เกิดการปล้นสะดมในหลายพื้นที่ นี่ยังไม่นับบรรดาสารพัดโรคระบาดที่มาพร้อมกับน้ำที่ไม่สะอาด เช่น โรคท้องร่วง อหิวาตกโรค ฯลฯ ในสภาพที่บรรดาผู้คนที่ต้องดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดในสภาพเช่นนั้น ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและซากศพที่เริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นไปทั่วบริเวณ ช่างเป็นสภาพที่ชวนให้หดหู่ใจจนเหนือคำบรรยายครับ
ทุกครั้งที่ผมได้ดูข่าวก็ได้แต่เศร้าใจ ที่ทำได้ก็แค่เพียงส่งเงินไปช่วย อยากทำอะไรให้ชาว “ฟิลิปปินส์” ที่ “เพื่อนร่วมทุกข์” ให้มากกว่านี้ แต่เพราะอยู่ห่างกันแสนไกล ก็ได้แต่ภาวนาว่าโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติในลักษณะโหดร้ายแบบสุดๆ นี้ คงไม่เกิดขึ้นในบ้านเรา แต่หากเราไปรบกวนและเบียดเบียน “ธรรมชาติ” มากเท่าไรโอกาสที่ “ธรรมชาติ” จะเล่นตลกและเรียกร้องสิทธิ์ของ “ธรรมชาติ” กับเราก็มีมากขึ้นเท่านั้นครับ ดังนั้น การ “รู้รักษ์ธรรมชาติ” และการเตรียมตัวให้พร้อมโดยไม่ประมาท จึงเป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามเป็นอันขาดครับ
สำหรับในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอรูปแบบ “บ้านไม่บาน” ต้านภัยธรรมชาติที่สามารถก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 3-5 วัน และมีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม ทั้งมีความแข็งแรงทางวิศวกรรมและมีราคาประหยัด รวมทั้งเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมที่ผมได้ออกแบบเตรียมเอาไว้ให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น “สึนามิ” ,“สตอร์มเซิร์จ” อย่าง ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน”, พายุโซนร้อน หรือ แผ่นดินไหว (ขนาด 5-6 ริกเตอร์) ฯลฯ ซึ่งผมได้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยเตรียมการเอาไว้ เพราะอย่างไรก็เชื่อว่าในอนาคตหากมนุษย์ยังตักตวงกอบโกยทรัพยากรทางธรรมชาติแบบไร้สติเช่นในปัจจุบันจนธรรมชาติขาดความสมดุลถึงแม้ว่าไม่อยากใช้ แต่ก็อาจจะมีโอกาสได้ใช้ “บ้านต้านภัยธรรมชาติ” เหล่านี้ครับ สัปดาห์นี้พื้นที่หมด ท่านที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ยอดฮิตของชาว “คนรักบ้าน” www.homeloverthai.com แล้วพบกับสาระน่ารู้กันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'บ้านต้านพายุ' : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว ).



