ไลฟ์สไตล์

เรียนรู้ด้วย'โครงงาน'ฝึกเด็กรู้จักคิด-วิเคราะห์

เรียนรู้ด้วย'โครงงาน'ฝึกเด็กรู้จักคิด-วิเคราะห์

23 พ.ย. 2556

เรียนรู้ด้วย'โครงงาน'ฝึกเด็กรู้จักคิด-วิเคราะห์ : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

               "พวกผมเห็นประเด็นข่าวที่ประเทศพม่าหยุดส่งก๊าซธรรมชาติให้ประเทศไทย เพราะซ่อมบำรุง จึงเกิดคำถามว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้จะทำอย่างไร จึงได้ทำโครงงานเครื่องชาร์จโทรศัพท์มือถือพลังงานลมผลงานสิ่งประดิษฐ์" ด.ช.วรวิทย์ ดอนเกษม ด.ช.พันทธนันต์ พันธุ์อ่อน และ ด.ช.บารมี อดิประเสริฐกุล โรงเรียนวัดพุฒิปรางค์ปราโมทย์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 กล่าว

               โครงงานเครื่องชาร์จโทรศัพท์มือถือพลังงานลม ของพวกเขาเกิดจากการคิดวิเคราะห์ที่เห็นปัญหาใกล้ตัว แล้วอยากแก้ไขจากการเรียนการสอนด้วยการทำโครงงาน ของ "พรจักษ์   อุ่นทิม" ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่หาวิธีให้เด็กได้ปฏิบัติจริง ทดลองทำจริง จากสิ่งที่เด็กสงสัย ผ่านโครงงานซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออก ขาดทักษะ คิดวิเคราะห์ไม่เป็น เด็กเกเรไม่สนใจเรียนได้

               โครงงานเครื่องชาร์จโทรศัพท์มือถือพลังงานลม ใช้อุปกรณ์ใบพัดขนาดเล็กเสียบไปที่แกนของมอเตอร์ DC 12 V แล้วนำวงจรเพิ่มแรงดันต่อเข้ากับมอเตอร์เพื่อเพิ่มแรงดันจากมอเตอร์ไปยังโทรศัพท์มือถือ ประกอบชุดเครื่องชาร์จโทรศัพท์มือถือไปยังพลังงานลม โดยทดสอบความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้ากับพัดลมแต่ละขนาด เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาในการชาร์จโทรศัพท์มือถือนั่นเอง และนำมาเสนอในเวทีการประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติ "การรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา" ประจำปี 2556 ที่โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

               "การเรียนรู้แบบโครงงานเน้นการปฏิบัติ การเรียนรู้นอกห้องเรียน จากปัญหาที่เกิดในวิถีชีวิตใกล้ตัวของเด็ก และใช้เทคนิคการตั้งคำถามตลอดเวลา ให้เด็กตอบช่วยทำให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น เช่น กรณีของ ด.ช.ฐิติสิทธิ์ พูริวัตร์ ย้ายมาจากโรงเรียนเอกชน อ่านหนังสือไม่ออก สอบตกคณิตศาสตร์ ไม่สนใจเรียนเลย แต่เมื่อฟังการโต้ตอบเด็ก พบว่าเด็กมีแนวคิด จึงฝึกให้ทำโครงงาน ฝึกการนำเสนอ ฝึกคิด ผลปรากฏส่งไปแข่งอัจฉริยภาพของเขตพื้นที่ ได้รางวัลที่ 1 จากเด็กที่เรียนไม่เก่ง อ่านหนังสือไม่ออก สามารถพัฒนาได้ด้วยการทำโครงงาน เป็นการเรียนรู้ด้วยการฝึกปฏิบัติ" ครูพรจักษ์ กล่าว

               วันนี้ ด.ช.ฐิติสิทธิ์ พูริวัตร์  จากเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออก สอบตกคณิตศาสตร์ ได้ทำโครงงานอุปกรณ์ดักไขมันสำหรับอ่างล้างจานอย่างง่าย มาโชว์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ด้วยการเรียนรู้ผ่านโครงงานจนได้รับรางวัล บอกว่าการทำโครงงานสนุก เพราะคิดจากสิ่งที่สงสัย ว่าทำไมแม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีสีและกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงไป จึงอยากแก้ไขปัญหา เพราะบ้านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยากให้น้ำใสสะอาด ไม่เน่าเหม็น

                ฐิติศักดิ์ จึงไปสำรวจปัญหาก็พบว่านอกจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม การทิ้งขยะมูลฝอยลงในแม่น้ำแล้ว โดยเฉพาะการปล่อยน้ำเสียที่เกิดจากครัวเรือน เช่น การซักผ้า การทิ้งเศษอาหาร ดังนั้น สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดและทำได้จึงคิดทำอุปกรณ์ดักไขมันสำหรับอ่างล้างจานอย่างง่ายขึ้นมา เพื่อดักไขมัน เศษอาหาร ซึ่งทุกคนสามารถทำขึ้นใช้ได้ในบ้านของตนเอง จะได้ช่วยกันรักษาแม่น้ำให้ใสสะอาดอยู่กับเราตลอดไป

                ส่วน ด.ช.ชัชรินทร์ แสงประดับ และด.ญ.นงนภัส วรรณาหาร ทำโครงงานถ่านอัดแท่งจากขยะรูปทรงเรขาคณิตพิชิตภาวะโลกร้อน ด้วยเพราะปัญหาภาวะโลกร้อนและเห็นว่านับวันจำนวนขยะมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะขยะจากใบไม้ กิ่งไม้ เศษไม้เหลือใช้ พืชผัก และเปลือกผลไม้ ซึ่งเป็นขยะที่เน่าเสีย เมื่อไปศึกษาจึงพบว่าอัตราส่วนของผงถ่านจากขยะกับแป้งมันมีความเหมาะสมต่อการทำถ่านอัดแท่ง ซึ่งการทำถ่านรูปทรงเรขาคณิตให้พลังงานความร้อนมากกกว่าถ่านไม้จากท้องตลาด ทั้งนี้ ได้คิดต่อยอดผลิตภันฑ์ด้วยการวาดเป็นรูปธงชาติของประเทศต่างๆ ในอาเซียนเป็นภาษาอังกฤษ จัดทำถุงบรรจุและมอบให้ครู ผู้ปกครอง และร้านค้าในชุมชนทดลองใช้

               ครูพรจักษ์  บอกว่า การสอนโดยการป้อนคำถามมากๆ ให้เด็กตอบ เท่ากับเป็นการฝึกให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ปัญหาจากคำถาม แล้วไปหาคำตอบด้วยการค้นหา ช่วยให้เด็กเกิดการพัฒนาการเรียนรู้ได้ดีที่สุด ขณะที่น้องๆ ทุกคน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การเรียนรู้ด้วยการทำโครงงาน เป็นการเรียนที่ทำให้ตื่นเต้น ไม่เครียด ยิ่งเรียนยิ่งสนุก เพราะทุกคนมีส่วนร่วมคิด แลกเปลี่ยนกัน ช่วยกันค้นหาข้อมูล ทำให้เห็นภาพของปัญหาชัดเจนขึ้น และโครงงานที่ทำก็สอดแทรกส่วนที่เป็นเนื้อหา สาระอยู่แล้ว แต่แตกต่างจากที่เคยเรียนแบบเปิดหนังสือ ตำราเรียน เราไม่ชอบไม่น่าสนใจ เพราะการเรียนรู้จากโครงงานทำให้เราไปได้เรียนรู้นอกห้องเรียน เห็นอะไรที่เป็นภาพความจริงที่ชัดเจนมากกว่า สนใจเยี่ยมชมโรงเรียนวัดพุฒิปรางค์ปราโมทย์ สอบถามโทร.0-2446-2645

 

 ......................

(เรียนรู้ด้วย'โครงงาน'ฝึกเด็กรู้จักคิด-วิเคราะห์ : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐป