
'สมาร์ท ฟาร์มเมอร์'ยกระดับธุรกิจประมงสู่มืออาชีพ
'สมาร์ท ฟาร์มเมอร์'ยกระดับธุรกิจประมงสู่มืออาชีพ : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง
"สมาร์ท ฟาร์มเมอร์" เป็นกระบวนการเพื่อให้เจ้าของกิจการ หรือเกษตรกรพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งกรมประมงทำมานานแล้ว จนทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งได้อันดับ 1 ของโลก แปรรูปทูน่าเป็นอันดับ 1 ของโลก และจับสัตว์น้ำเป็นอันดับต้นๆ ของโลก พูดง่ายๆ ว่า ชาวประมงมีวิวัฒนาการในทางที่ดีขึ้น พัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ประเทศไทยจะทำสถิติสินค้าประมงบางชนิดติดอันดับ 1 ของโลก ยาวนานนับ 10 ปี ภายใต้หลักการหรือฐานสู่การเป็น "สมาร์ท ฟาร์มเมอร์" คือมีความรู้ในอาชีพ มีข้อมูลในการตัดสินใจ คุณภาพสินค้า ความปลอดภัยของผู้บริโภค เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความภูมิใจในการเป็นเกษตรกร
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง พูดถึง "สมาร์ท ฟาร์มเมอร์" ให้ฟังว่า เป็นการนำแนวความคิดมาจาก สมาร์ท การ์ดสมาร์ท แบงก์ โดยใช้ไอทีคอมพิวเตอร์เป็นตัวประกอบ แต่ในเนื้อของเกษตรกร สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ ต้องมีองค์ความรู้ ยกต้วอย่างง่ายๆ คือ การเลี้ยงกุ้ง ที่ไทยเราพัฒนามาเป็นสิบๆ ปี ต้องมีองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีการเลี้ยงกุ้ง การเตรียมบ่อ ใส่ลูกกุ้ง ชนิดลูกกุ้ง ให้อาหาร ดูแลสีน้ำ ใส่น้ำให้ถูกต้อง ทุกขั้นตอนของการเจริญเติบโต ถูกต้องหรือเปล่า จยถึงวันจับกุ้ง พูดง่ายๆ เกษตรกรต้องรู้ทุกอย่าง ถ้าไม่รู้ เป็นสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ ไม่ได้เด็ดขาด
"การเลี้ยงกุ้งขาว หรือกุ้งขาวอนามัย ไม่ใช่พื้นเพของเมืองไทย แต่มาจากอเมริกาใต้ เกษตรกรต้องเรียนรู้การเลี้ยง ถ้าไม่เรียนรู้ ก็ทำไม่ได้ จะมีปัญหาตามมามากมาย และที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ คือ โรคระบาด เรียกว่า โรคกุ้งตายด่วน (Early Mortality Syndrome: EMS) เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับกุ้ง ที่รู้จักกันในนาม "โรคตายด่วน" ที่แรกๆ ไม่รู้สาเหตุ ต่อมาพอรู้สาเหตุ ก็หาวัคซีนมาช่วยป้องกัน ถ้าบริหารจัดการดี ที่ปัจจุบันใช้คำว่า "อนุบาลลูกกุ้งก่อนปล่อย" ถ้าอนุบาลกุ้งให้รอดตายจากเดือนแรก ก็มีโอกาสรอดมากขึ้น เป็นการแก้ปัญหาในการวางแผนการจัดการ" อธิบดีกรมประมง แจง
ส่วนเรื่องของการค้า อย่างแรกต้องรู้ก่อนว่า ควรจะลงกุ้งเมื่อไร ควรจะเลี้ยงกุ้งเมื่อไร ราคาจะดีตอนไหน ช่วงคริสต์มาส ปีใหม่ ตรุษจีน เกษตรกรต้องทำความเข้าใจก่อนลงมือเลี้ยง เพื่อให้กุ้งออกมามีคุณภาพ จึงจะได้ราคาดี อีกเรื่องที่เป็นเรื่องใหม่สำหรับกรมประมง และเกษตรกร คือ ต้องส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ผู้เลี้ยงกุ้ง รวมตัวกันเป็นชมรม เป็นสมาคม เพื่อให้สมาชิกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความสำเร็จ และความล้มเหลว การตลาด ซึ่งกันและกัน ผู้เลี้ยงกุ้งภาคประมงเป็นการค้าระดับอินเตอร์แล้ว ทุกคนต้องรู้ราคากุ้งที่เชี่ยงไฮ้เป็นยังไง ราคาที่ญี่ปุ่น ราคาที่อเมริกาเป็นยังไง เพื่อวางแผงจับกุ้งขึ้นมาขายตอนไหน จึงจะได้ราคา เหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญเช่นเดียวกัน
นอกจากเรื่องราคาแล้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวอีกว่า ยังมีเรื่องการแปรรูป เพื่อให้เป็นสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ ซึ่งได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคาร โดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ทำการประเมินเกษตรกรเป็นรายๆ ที่จะกู้ยืม และเป็นผู้ประเมินวงเงินหมุนเวียน ส่วนกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้ประเมินองค์ความรู้ ถ้าได้ทั้งสองส่วนมารวมกัน จะกลายเป็น "สมาร์ท ฟาร์มเมอร์" อย่างสมบูรณ์ เป็นความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส.กับ กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งก็มีการแบ่งเกรด เป็นโกลด์ ซิลเวอร์ แพลตินั่ม พอถึงห่วงโซ่อาหารที่จะต้องแปรรูปก็จะมีบริษัทต่างๆ ที่รับซื้อ-ขาย มาประมูล
พร้อมระบุว่า ขณะนี้ การตลาดเจริญก้าวหน้าไปถึงขั้นที่เกษตรกรขายกุ้งที่ฟาร์มตัวเองแล้ว ไม่จำเป็นต้องส่งไปประมูล เนื่องจากสถานการณ์ตลาดไปไกลมาก ความต้องการสูง อีกทั้ง ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม มีปัญหาเรื่องโรคระบาด ทำให้วัตถุดิบไม่มี ไม่พอป้อนโรงงานไปแปรรูป ส่งผลให้ราคากุ้งสูงมาก ไม่เคยเห็นกุ้ง 100 ตัว/กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 250 บาท หรือ ตัวละ 2.50 บาท ก็ได้เห็น อย่างนี้เป็นต้น
ปัจจุบันนี้ สหภาพยุโรปเข้มงวดมากเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย ดังนั้น ชาวประมงจะต้องใช้เครื่องมือประมงที่ถูกต้อง ใช้ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต พื้นที่บางพื้นที่เข้าไม่ได้ เช่น พื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตหวงห้ามพื้นที่ประมงพื้นบ้าน ห้ามเข้าไปทำประมงเด็ดขาด ถ้าปฏิบัติตามกฎระเบียบทุกอย่างแล้ว ก็จะได้รับการแนะนำเรื่องเทคโนโลยีการจ้าง การออกแบบที่ถูกต้อง สามารถจับฝูงปลา จับสัตว์น้ำที่เป็นที่ต้องการของตลาดได้ ได้ขนาดปลาที่โตพอเหมาะกับการตลาด ได้ราคาดี ร่วมทั้งปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบด้วย เป็นจุดนำไปสู่ระบบสมาร์ท ฟาร์มเมอร์
คนที่จะทำการประมงหรือการเกษตร อันดับแรก หรือจะเข้าสู่ระบบสมาร์ท ฟามเมอร์ ต้องไปลงทะเบียนว่า จะประกอบอาชีพการประมง อันดับที่สอง จะทำอะไร เช่น เลี้ยงปลา เลี้ยงจระเข้ เลี้ยงกุ้ง เป็นต้น และสุดท้าย จะมีเจ้าหน้าที่ไปประเมินว่า เป็นเกษตรกรที่ปราดเปรื่อง มีความรู้จริงหรือไม่ พอผ่านครบทุกขั้นตอน ชื่อสมาชิกก็จะไปปรากฏที่ธนาคาร ซึ่งธนาคารกับกระทรวงเกษตรฯ ก็จะร่วมกันประเมินสมาชิกใหม่เพื่อต้อนรับเข้าเป็น สมาร์ท ฟาร์มเมอร์
"ที่ห่วงมากที่สุดคือ ในระบบสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ ใช้ไอทีเป็นตัวสื่อสาร ผมเชื่อว่าเรื่องข้อมูลแต่ละฐาน เขาสามารถดำเนินการได้ชัดเจน ปัจจุบัน สื่อออน ไลน์มีบทบาทมาก กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งมีไลน์เป็นของตัวเอง มีเฟซบุ๊ก มีเว็บไซต์ที่จะโพสต์เข้าไปดำเนินการต่างๆ ได้ เช่น โพสต์ลงทุกวันว่า ขายกุ้งได้เท่าไร ราคาเท่าไร สมมุติว่าเขาอยู่สุราษฎร์เขาโพสต์เข้ามาจังหวัดตากได้ดีกว่า เขาก็จะโพสต์กลับไปเพื่ออาจจะเยาะเย้ยหรืออะไรก็ตามแต่เจตนาก็คือเขาสามารถสื่อสารในเรื่องจริงของข้อมูลได้ชัดเจน"
อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นสมาร์ท ฟาร์มเมอร์นั้น อธิบดีกรมประมง ย้ำว่าอย่างน้อยต้องมี 5 ฐาน ส่วนเกรดจะอยูระดับไหนนั้น ธนาคารจะเป็นผู้ประเมิน โดยถึงขณะนี้สัตว์น้ำที่เริ่มเข้าสู่โครงการดังกล่าวนั้น อาทิ กลุ่มผู้เลี้ยงปลา กลุ่มผู้ลี้ยงปลาสวยงาม กลุ่มเลี้ยงจระเข้ เป็นต้น
ด้าน โครงการไทยแลนด์ซีฟู้ด ฮับ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ความหมายของโครงการก็คือ ศูนย์กลางการค้านำเข้าและส่งออกอาหารทะเล ที่เป็นศูนย์ซีฟู้ด ฮับ จริงๆ และต้องมีการแปรรูปมีการค้าการขาย ส่งไปแล้วก็นำเข้ามา โดยปัจจุบันบ้านเรานำเข้าวัตถุดิบปีละ 5-7แสนตัน ส่วนใหญ่นำมาแปรูปเป็นทูน่ากระป๋อง เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์พวกหัวทูน่า กระดูกทูน่า มันปลาทูน่า ฯลฯ ซึ่งเราส่งออกเป็นรายใหญ่ของโลกไปที่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แอฟริกา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย
โครงการนี้จะมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารทะเลอย่างไรบ้างนั้น อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปกติจะออกโรดโชว์กับกระทรวงพาณิชย์ ส่วนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเน้นเรื่องการดำเนินการด้านวัตถุดิบผ่านด่านต่างๆ ในประเทศคู่ค้า อาทิ พม่า อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว
เรียกว่าการค้าพัฒนาเป็นไทยแลนด์ ซีฟู้ด ฮับ ไม่ได้มองแต่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการมองก้าวไปหาประเทศอื่นๆ หรือข้างเคียงเพื่อนบ้านที่จะมีวัตถุดิบมาให้เราด้วย
นอกจาก กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวเสริมว่า ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ร่วมสนับสนุนในโครงการไทยแลนด์
ซีฟู้ด ฮับ ด้วย อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ สมาคมต่างๆ สมาคมอาหารสำเร็จรูป และทูตานุทูตไทยที่อยู่ในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มอาเซียน ซึ่งเรียกว่า commuty ที่เป็นรัฐมนตรีเกษตรมารวมกันเพื่อดำเนินการต่างๆ ด้านการเกษตรของอาเซียน ให้สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน บนพื้นฐานของความถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว
...........................
('สมาร์ท ฟาร์มเมอร์'ยกระดับธุรกิจประมงสู่มืออาชีพ : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง )



