ไลฟ์สไตล์

กลยุทธ์สร้างคน ของ'เซเว่นฯ'

กลยุทธ์สร้างคน ของ'เซเว่นฯ'

23 พ.ย. 2556

กลยุทธ์สร้างคน ของ'เซเว่นฯ' : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์

               ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ เป็นซีอีโอคนแรกที่ได้รับรางวัล CEO Econmass Award 2013 ในงานสัมมนา "พลังขับเคลื่อนอนาคตไทย : แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2557" ซึ่งจัดโดย "สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ" ในโอกาสครบรอบ 35 ปีของสมาคม

                สมกับที่เป็นซีอีโอของเซเว่นอีเลฟเว่น เพราะในการแสดงวิสัยทัศน์เรื่อง “บทบาทซีอีโอ กับการบริหารธุรกิจ” เขาทักทายผู้ฟังว่า “แขกผู้มีเกียรติ ลูกค้าเซเว่นฯ ทุกท่าน” โดยเกริ่นนำว่า

                ซีพี ออลล์ มีพนักงานทั้งหมด 125,000 คน (ไม่รวมแม็คโคร 1 หมื่นคน) พนักงานในร้านสะดวกซื้อ ร้านละ 10 คน ตอนนี้มี 7,500 สาขา (รวมเป็น 75,000 คน และใน 5 ปีข้างหน้าแพลนว่าจะเปิดครบ 1 หมื่นสาขา) ดูแลลูกค้าวันละ 10 ล้านคน

                ปัจจุบันใครๆ ก็รู้จัก และเป็นลูกค้าร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ นั่นเป็นภาพที่เห็นปัจจุบัน

                ย้อนกลับไปเมื่อปี 2534 ตอนนั้นมีเพียง 27 สาขา เมื่อเขาเข้ามารับตำแหน่งมีปัญหาที่ต้องแก้ไขคือ 1.พนักงานลาออกเดือนละ 15 เปอร์เซ็นต์ 2.ของหายเดือนละ 2.5 เปอร์เซ็นต์

                “สิ่งที่เราวิเคราะห์แล้ว พนักงานอายุน้อย 16-18 ปี การศึกษาไม่สูง บางคนจบ ม.ต้น ม.ปลาย พนักงานเหล่านี้ไม่มีความฝัน ไม่สามารถฝันได้อีกแล้วเกี่ยวกับอนาคต เพื่อนชวนไปทำงานบริษัทอื่น ชวนกลับบ้านไปทำนา ก็ไป เวลาขาดเงิน-หยิบสินค้าในร้านไปขาย ต้องให้พนักงานเหล่านี้มีความฝัน ทำให้เขารู้สึกต้องมีอนาคต”

                นั่นเป็นเหตุให้เขาปรึกษากับกรมอาชีวศึกษา เพื่อขอให้พนักงานทำงานและเรียนไปด้วย โดยเรียนสัปดาห์ละ 2 วัน ทำงาน 4 วัน และใช้ความรู้ในร้านแปรเป็นหน่วยกิตได้

                อีกไม่กี่ปีต่อมา เซเว่นฯ จึงมีพนักงานที่จบ ปวช. ปวส.และปริญญาตรี ตามลำดับ (ระดับปริญญาตรีให้ไปเรียนที่สถาบันราชภัฏสวนดุสิต) ปัจจุบันพนักงานลาออก 4-5 เปอร์เซ็นต์ อัตราของหาย 0.3-0.4 เปอร์เซ็นต์ 

               ยังไม่หมดแค่นั้น สิบปีก่อน "ซีอีโอ" ของซีพี ออลล์ ได้ซื้อโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งและนำมาปรับปรุงตามแนวทางที่เขาวางไว้ ปัจจุบันมีนักศึกษา 1.2 หมื่นคน

                7 ปีที่แล้วได้เริ่มตั้งสถาบันเปิดการสอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทั้งหมดเน้นวิชาการจัดการเป็นหลัก เพื่อสร้างบุคลากรให้แก่องค์กร

                หลักสูตรของที่นี่ทุกสาขาเน้นการปฏิบัติจริง เรียน 3 เดือน ทำงาน 3 เดือน สลับกันไปตลอด 4 ปี

                "เด็กที่ผ่านการเรียนการสอนแบบนี้จะเป็นผู้ใหญ่ เพราะเห็นโลกจริง ไม่เหมือนมหาวิทยาลัยที่เด็กเดินเล่นในรั้ว เราให้เด็กเรียนภาษาจีนพอเริ่มพูดได้ส่งมาฝึกงานที่คิงเพาเวอร์ พูดกับนักท่องเที่ยวจีน เด็กอยากบริการพอเห็นทัวร์ลงก็วิ่งเข้าใส่ เรียนรู้การใช้ภาษาจีนจากทัวริสต์ เราส่งมา 30 คน คิงเพาเวอร์ขอ 300 คน เราไม่รู้จะเอาที่ไหนมาให้ คิงเพาเวอร์ จอง 10 คนให้เงินคืนทุนด้วยซ้ำ..."

               “เราไม่สอนวิชาที่ไม่เกี่ยวกับการจัดการ เช่น รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ผมจบเศรษฐศาสตร์แต่ไม่สอน...วันนี้ถึงขั้นว่าเราจะมีทัวริสต์มือหนัก เราจึงเปิดสาขา luxury product management..นักศึกษาปริญญาโท 15 คน ได้งานเกือบหมด เพราะวงการขาดแคลนคนเรียนด้านนี้”

               “วันนี้เรากำลังต้องการคอร์ปอร์เรท ยูนิเวอร์ซิตี้ องค์กรใหญ่ๆ หลายองค์กรมีโรงงานมากมาย ทั้งสถานที่ทำงาน โรงงาน เป็นห้องเรียนดีที่สุด ดีกว่าท่องตำราในรั้ว ต้องให้นักเรียนออกมาอยู่กับของจริง (ไม่ใช่เรียนแต่ในห้องเรียน) จึงอยากสนับสนุนให้เครือใหญ่ๆ อย่างน้อย 20 เครือแรก กล้าๆ ที่จะตั้งสถาบันอุดมศึกษา...การช่วยเหลือการศึกษาโดยให้ทุน 1,000 ทุนมันง่าย แค่เซ็นเช็คใบเดียว”

               หากบริษัทใหญ่ๆ เห็นด้วยกับไอเดียนี้ และหันมา “ผลิต” บุคลากรเองเพื่อป้อนองค์กรของตน

               แล้วสถาบันการศึกษาที่มีอยู่มากมาย จะให้ทำอะไรดี?

 

....................

 

(กลยุทธ์สร้างคน ของ'เซเว่นฯ' : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)