
ครม.อนุมัติ 9,000ล.ให้ศธ.พัฒนาร.ร.มัธยม
ครม.ผ่านแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาระดับมัธยม ศธ. 4 ปีใช้เงินกว่า 9 พันล้านบาท ตั้งเป้านร.ได้คะแนน โอเน็ต รวม 5 วิชาไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 55 อัตราเรียนต่อม.ปลาย เพิ่มเป็นร้อยละ 95 ออกกลางคันเหลือไม่เกินร้อยละ 2
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ให้ความเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ เพื่อนำมาใช้เป็นแผนแม่บทปรับปรุงการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนขยายโอกาสสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 9,436 โรง ครอบคลุมนักเรียนกว่า 3 ล้านคน ใช้เวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2552-2555
โดยใช้งบประมาณทั้งหมด 9,080 ล้านบาท แยกเป็นงบปี 2552 จำนวน 18 ล้านบาท ปี 2553 จำนวน 3,596 ล้านบาท ปี 2554 จำนวน 3,774 ล้านบาท และปี 2555 จำนวน 1,692 ล้านบาท เมื่อสิ้นสุดแผนใน ปี 2555คาดว่า คุณภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาจะสูงขึ้น โรงเรียนมีความพร้อมในทุกปัจจัย ทั้งอาคาร อุปกรณ์ และครูมีประสิทธิภาพมากขึ้น จำนวนเด็กออกกลางคันต้องเหลือไม่เกินร้อยละ 2 อัตราเรียนต่อ ม.ปลาย ต้องเพิ่มเป็นร้อยละ 95 ขณะเดียวกัน คะแนน โอเน็ตระดับ ม.3 และม.6 ต้องสูงเกินร้อยละ 50 ทั้ง 5 วิชา และต้องได้คะแนนเฉลี่ยรวมทุกวิชาไม่น้อยกว่า ร้อยละ 55
อนึ่งผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ในระดับ ม.3 และ ม.6 มีคะแนนเฉลี่ยค่อนข้างต่ำทั้ง 5 วิชา อัตราการเรียนต่อระดับมัธยมปลายปัจจุบันอยู่ที่ ร้อยละ 91.65 หรือ 603,738 คน ยังไม่สูงจนน่าพอใจ และมีอัตราออกกลางคันสูงถึง 55,079 คน หรือ ร้อยละ 2.43 ในระดับ ม.ต้น และ 21,677 คน หรือ ร้อยละ 2.16 ในระดับ ม.ปลาย ส่งผลให้ประเทศไทยมีประชากรวัยแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาต่ำกว่าบางประเทศในภูมิภาคเดียวกัน จึงต้องมีการขยายโอกาสทางการศึกษา จัดการศึกษาระดับมัธยมให้มีคุณภาพมากขึ้น อบรมพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนในแต่ละรายวิชาทุกคน รวมทั้งปรับปรุงระบบบริหารจัดการใหม่ด้วย



