ไลฟ์สไตล์

แปรรูป'ปลาส้มปลาร้า'ทำเงิน

แปรรูป'ปลาส้มปลาร้า'ทำเงิน

20 พ.ย. 2556

ทำมาหากิน : วิธีถนอมอาหาร 'บ้านห้วยใต้' แปรรูป 'ปลาส้มปลาร้า' ทำเงิน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 

                            ไม่เพียงการปลูกข้าวหอมพันธุ์ดี "ดอกมะลิ 105" ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้อย่างงามให้ชาวบ้านห้วยใต้ ต.บังหุ่ง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ  แต่ทว่าชาวบ้านที่นี่ยังมีอาชีพเสริมที่ทำรายได้อย่างดีไม่แพ้การปลูกข้าวหอมมะลิแต่อย่างใด ด้วยการทำผลิตภัณฑ์ปลาส้ม ปลาร้า จากปลาสารพัดชนิดที่จับมาได้จากแหล่งน้ำเหนือเขื่อนราศีไศล 

                            อรพิน จำปี ประธานกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาส้มปลาร้าบ้านห้วยใต้ย้อนอดีตให้ฟังว่า การรวมกลุ่มปลาร้าปลาส้มของชาวบ้านเริ่มขึ้นเมื่อปี 2540 ตอนนั้นยังไม่มีเขื่อนราษีไศล แต่มีปลาชุกชุมในลำน้ำมูล ชาวบ้านจึงมีอีกอาชีพคือการจับปลาขาย แต่บังเอิญช่วงนั้นปริมาณที่จับได้มีปริมาณมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร รับประทานไม่หมดและขายก็ไม่ได้ราคา หาตลาดไม่ได้ จึงคิดรวมกลุ่มแปรรูปปลาสดเป็นผลิตภัณฑ์ปลาร้าปลาส้ม ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นาน และส่วนของปลาที่ไม่สามารถทำปลาส้มได้เช่น ไส้ปลา ไข่ปลา ก็จะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเพิ่มขึ้นอีก เช่น หม่ำไส้ปลา หม่ำไข่ปลา เป็นต้น

                            "เริ่มต้นความรู้เกี่ยวกับการทำปลาส้ม โดยได้ไปเรียนรู้การทำปลาส้มจากจ.นครสวรรค์ แล้วนำมาทดลองทำตามสูตรและปรับปรุงพัฒนาฝีมือจนเป็นที่ยอมรับของตลาด และได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นในปี 2544 รับซื้อปลาจากชุมชนโดยมีสมาชิกของกลุ่มคือคนที่อยู่ในชุมชน ปัจจุบันมีจำนวน 24 คน ได้ร่วมกันผลิตสินค้าเพื่อส่งขายตลาด"

                            เธอยอมรับว่าช่วงแรกๆ จะผลิตเพื่อรับประทานกันเองในครอบครัว และที่เหลือก็จำหน่ายที่ตลาดในหมู่บ้าน เพราะยังไม่มั่นใจในเรื่องรสชาติความอร่อย แต่หลังจากมีหน่วยราชการเข้ามาส่งเสริมสนับสนุน ทำให้กลุ่มเริ่มมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อำเภอราษีไศล (ธ.ก.ส.) ได้ให้สินเชื่อเพื่อการผลิต และมีสำนักงานบัญชีสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ มาตรวจบัญชีกลุ่มด้วยและปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มยังได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ (อย.) เรียบร้อยแล้ว

                            ส่วนตลาดนั้น เธอบอกว่าขณะนี้ไม่มีปัญหา นอกจากนำออกขายตามงานที่ต่างๆ แล้วยังมีตลาดหลักในตัวเมืองศรีสะเกษและตลาดคลองเตยที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกอาทิตย์ โดยมีพ่อค้าพ่อแม่ค้ารอรับไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง ส่วนราคาส่งอยู่ที่ 70 บาทต่อ 1 กิโลกรัม สำหรับปลาที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตนั้น เช่น ปลาเทโพ ปลาตะเพียน ปลากราย ปลาขาวนาง ปลาสร้อย ปลานิล เป็นต้น โดยแต่ละวันจะมีการผลิตประมาณ 1,500 กิโลกรัม

                            "ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากที่สุดถ้าเป็นปลาส้มก็จะเป็นปลาตะเพียน ส่วนปลาร้าจะเป็นปลานิล ปลาขาวนา ปลาสร้อย ส่วนวิธีการทำเริ่มจากนำปลาตะเพียนมาขอดเกล็ด ล้างให้สะอาดแล้วนำมาตากให้สะเด็ดน้ำ ส่วนประกอบ เกลือ 3 กิโล น้ำตาล 3 กิโล และข้าวเหนียว 3 กิโลต่อปลา 10 กิโล หลังนำมาคลุกเคล้ากับเกลือและน้ำตาลจากนั้นนำข้าวเหนียวมาใส่ท้องก่อนนำไปหมักในถังสเตนเลสประมาณ 1 อาทิตย์ก็จะนำมารับประทานได้ และอยู่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ แต่หากเก็บไว้ในตู้เย็นจะอยู่ได้เป็นเดือน"

                            อรพินยังกล่าวถึงการบริหารจัดการกลุ่ม โดยจะใช้แนวทางการพึ่งพาซึ่งกันและกันและการอยู่ร่วมกันเหมือนพี่กับน้อง มีอะไรก็จะปรึกษาหารือกัน และแบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการในการบริหารงาน มีฝ่ายการผลิต การตลาด ทำให้กลุ่มปลาส้มประสบผลสำเร็จและเป็นที่จัดกันแพร่หลายทั่วทั้งจังหวัด

                            "อย่างปลาตะเพียน เรารับซื้อปลาสดจากชาวบ้านกิโลละ 60 บาท แล้วมาทำปลาส้มขายส่งกิโลละ 70 บาท กำไรก็ไม่เยอะมาก  แต่ละเดือนจะมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์อยู่ที่ประมาณ 1-1.5 แสนบาท หลังหักต้นทุนต่างๆ แล้วก็เหลือให้สมาชิกเฉลี่ยเดือนละ 5-6 พันบาท ซึ่งเป็นรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี" ประธานกลุ่มกล่าวทิ้งท้าย

                            นับเป็นการนำภูมิปัญญาของชาวบ้านในอดีตมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนสร้างรายได้ให้ชุมชน ปลาส้ม ปลาร้าของกลุ่มบ้านห้วยใต้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากอย.มีความสะอาดและผลิตขึ้นใหม่อยู่เสมอ แต่ยังคงคุณภาพเหมือนเดิม  สนใจผลิตภัณฑ์ของกลุ่มโทร.08-7254-1412 ตลอดเวลา

 

 

-----------------------

(ทำมาหากิน : วิธีถนอมอาหาร 'บ้านห้วยใต้' แปรรูป 'ปลาส้มปลาร้า' ทำเงิน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)