
'นศ.วอนรวม3เวทีเป็นหนึ่ง'
17 พ.ย. 2556
'นศ.วอนรวม3เวทีเป็นหนึ่ง'เปิดทางปชช.ร่วมปฏิรูปประเทศ : คอลัมน์ท่องโลกการเรียนรู้ : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
เป็นที่ทราบกันดี เวลานี้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน คือเวทีชุมนุมใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.ประชาธิปัตย์ (ขณะนั้น) ที่เคลื่อนขบวนจากสถานีรถไฟสามเสน มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ก่อนที่จะพลิกโฉมหน้ามาเป็น "ม็อบนกหวีด" ที่เติบโตมาจาก "สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก" เวลานี้ 9 ส.ส. (รวมทั้งสุเทพ) ของประชาธิปัตย์ ลาออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน ทำให้เห็นชัดเจนว่า เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมี "สุเทพ" เป็น "หัวหน้าม็อบ"
ต่อเนื่องกันบนถนนสายเดิม ยังมีกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ หรือ กปท. ที่ปักหลักชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้า นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และกลุ่มกองทัพธรรม นำโดย พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ เป็นแกนนำ ได้ออกเดินทางจากที่ตั้งไปพระบรมมหาราชวัง เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาที่สำนักราชเลขาธิการ ขอพระราชทานสภาประชาชน และให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุติบทบาท เพราะทำหน้าที่ด้วยความผิดพลาดและมีการทุจริต
ใกล้ๆ กันมีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งวันที่ 14 พฤศจิกายน ได้เคลื่อนขบวนจากสะพานมัฆวานฯ มุ่งหน้าไปสีลม เพื่อแสดงพลังคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่เกี่ยวกับการทำข้อตกลงกับต่างประเทศ โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา ไม่ให้สามารถดำเนินการผ่านไปได้ เพราะจะเป็นการให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการดำเนินการใดๆ แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งยากต่อการตรวจสอบร่วมกัน โดยมีประชาชนที่อยู่สองข้างทางเป้านกหวีดให้กำลังใจจำนวนมาก
เรียกว่าได้ว่า ตอนนี้ผู้ชุมนุมทั้ง 3 กลุ่มได้ยึดแนวถนนราชดำเนินเป็นที่ปักหลักจนแทบจะแยกกันไม่ออก ทว่ากลับมีแนวทางการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน..เหตุการณ์ทั้งหมดกลุ่มนักศึกษา ประชาชนมองว่า การต่อสู้ของ 3 เวทีควรรวมเป็นหนึ่งและเปิดกว้างให้นักศึกษา ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนปฏิรูปประเทศ คือการผ่าทางตันของการเมืองในขณะนี้และมีความชอบธรรมลงตัว "บอย" ธัชพงศ์ แกดำ กรรมการศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD) บอกว่า ทุกภาคส่วนน่าจะถือโอกาสนี้ปฏิรูปครั้งใหญ่ของประเทศ เพิ่มอำนาจประชาชน โดยเฉพาะภาคประชาชน คนจน คนด้อยโอกาส ชาวนา แรงงาน นักศึกษา จะได้มีพื้นที่ในการต่อรองผลประโยชน์ของตนมากกว่าการฝากความหวังไว้ที่พรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง อย่างน้อยภาคประชาชนควรมีตัวแทน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นของภาคประชาชน หรือ พรรคการเมืองทางเลือก พรรคการเมืองเชิงอุดมการณ์ ที่เป็นของภาคประชาชนจริงๆ เพราะเชื่อว่า การปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่จะช่วยปลดล็อกความเหลื่อมล้ำที่สะสมมานาน ทั้งเรื่องปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปภาษี ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง ฯลฯ
"อยากให้ทุกภาคส่วนในสังคมให้ความสำคัญกับทางออกของประเทศ คือ การเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เพิ่มอำนาจประชาชน โดยการปฏิรูปประเทศต้องไม่ใช่การทำเป็นพิธีกรรมของชนชั้นนำเพียงอย่างเดียว แต่การปฏิรูปประเทศต้องเกิดจากประชาชน เริ่มต้นโดยประชาชนเพื่อประชาชน ทุกภาคส่วนในสังคมต้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการเมืองภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจต่อรองและมีความเป็นอยู่ดีขึ้น" บอย กล่าว
ขณะที่ "อาร์ม" วศิณ หุ่นกลอย นักศึกษาปี 2 ม.รังสิต บอกว่า อยากให้ทั้ง 3 เวที มีจุดร่วมเดียวกัน หยุดจุดต่าง เพื่อรวมมวลชนเป็นก้อนเดียวกัน อยากให้เป็นเวทีเสียงของประชาชนที่แท้จริง ไม่มีสี ไม่มีพรรคการเมือง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการปฏิรูปประเทศ อยากเห็นความเป็นธรรมในสังคมไทย อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมากกว่า และรัฐบาลควรรับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน ไม่ใช่ตัดสินเองคิดเอง
"ชล" สมภพ ดอนดี นิสิตปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอให้ทุกเวทีควรเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนทุกภาคส่วนได้พูดถึงปัญหาแต่ละพื้นที่เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหา หรือ สิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนมาชุมนุม จึงควรเน้นให้ความสำคัญกับประชาชนอย่างแท้จริง สำหรับภาครัฐควรนำข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ มาปรับใช้ให้เป็นจริง เพราะรัฐบาลไม่ปรับใช้ให้เป็นจริง ทั้งๆ ที่เสียงบประมาณไปมากในการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เพื่อหาทางออก แต่กลับไม่นำไปใช้
"ยา" สัตยา แจ่มสอาด นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เสนอว่า อยากให้ประชาชนมีเวทีที่เป็นกลางกว่านี้ เกรงว่าประชาชนจะตกเป็นเครื่องมือ อยากให้ทั้งภาครัฐและเอกชนแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เสนอให้ทุกเวทีให้ความจริงให้ข้อมูลที่ถูกต้องและควรพูดถึงแนวทางที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปประเทศ เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรพูดให้ประชาชนสับสน หรือ หาคะแนนนิยมให้พวกพ้อง
"หนุ่ย" อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ อดีตนิสิต ม.เกษตรศาสตร์ เสนอว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาจะไม่มีทางจบได้เลย จะเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวละครมาต่อสู้กันเท่านั้น ตราบใดที่พรรคการเมืองยังคงมีเพียงสองพรรค ซ้ำยังเป็นพรรคของกลุ่มทุนใหญ่อีกต่างหาก ทางออกเพียงอย่างเดียวคือ การปฏิรูปทั้งระบบโดยให้ภาคประชาชนเป็นเจ้าภาพ และเชิญภาคประชาสังคมทุกภาคส่วนมาร่วมกัน เพราะที่ผ่านมาเมื่อรัฐดำเนินการเองก็ล่มมาโดยตลอด พร้อมกันนั้นรัฐต้องลงสัตยาบัน เพื่อยืนยันว่าจะนำข้อเสนอดังกล่าวมาทำจริง
.......................................
('นศ.วอนรวม3เวทีเป็นหนึ่ง'เปิดทางปชช.ร่วมปฏิรูปประเทศ : คอลัมน์ท่องโลกการเรียนรู้ : โดย...หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ)



