ไลฟ์สไตล์

เคียงดาว ณ เชียงดาว

เคียงดาว ณ เชียงดาว

17 พ.ย. 2556

เคียงดาว ณ เชียงดาว : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์

เคียงดาว ณ เชียงดาว
พร่างพราว ณ นภา
ภูสูง เทียมเมฆา
ทักทายฟ้า ณ เพียงดา

               จะเชียงดาว หรือเพียงดาว ก็คือชื่อของดอยสูงยอดเดียวกัน ที่ปัจุบันใครๆ ก็รู้จักกันในนาม "ดอยหลวงเชียงดาว" โดยยอดสูงสุดอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว มีระดับความสูง 2,225 เมตร จัดเป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากดอยอินทนนท์ และดอยผ้าห่มปก แต่จัดเป็นภูเขาหินปูนที่สูงที่สุดในประเทศไทย แถมด้วยโอกาสดีๆ ของการเดินทางไปช่วงคืนเดือนมืด จะได้เห็นทะเลดาวเป็นของแถม นอกเหนือไปจากทะเลหมอก และดอกไม้

                ดอยหลวงเชียงดาวอยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มเปิดเทศกาลท่องเที่ยวอีกครั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายานที่ผ่านมา หลังปิดช่วงฤดูฝนให้ป่าได้พักฟื้น

                แม้สภาพของป่าเชียงดาว จะเป็นเขาสูง ต้นไม้เล็กๆ และทุ่งหญ้าเป็นส่วนใหญ่ จะมีบางช่วงที่เป็นป่าดิบ เพราะแต่เดิมที่นี่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ แต่เปิดให้สัมปทานไม้สักและไม้กระยาเลยกับบริษัททำไม้เชียงใหม่ จำกัด ในปี 2515 แต่แค่ปีเดียวป่าแห่งนี้ก็ถูกโค่น แผ่วถาง ราษฎรบุกรุก จนครม.ต้องกำหนดให้เป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้น 1 อีกปีต่อมา แต่ด้วยความที่เชียงดาว มีพืชเฉพาะถิ่น มีสัตว์ป่าหายาก และใกล้สูญพันธุ์อาศัยอยู่ โดยเฉพาะกวางผา หรือ ม้าเทวดา จึงได้กำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างเป็นทางการ เพื่อปกป้องผืนป่า ต้นน้ำลำธาร และสัตว์ป่า ให้คงอยู่ต่อไป

                ขณะเดียวกัน เมื่อถึงฤดูกาลท่องเที่ยว หลังหมดฝน เชียงดาวก็เหมือนสวรรค์ของนักเดินทางแรงเหลือๆ ที่มักจะไม่พลาดหากมีโอกาสได้ไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต  หากภูกระดึงเป็นปฐมบทของนักเดินทาง เชียงดาวก็เป็นขั้นแอดวานส์

                คราวนี้ พวกเราไปกันแบบสบายๆ ติดต่อขอขึ้นดอยหลวงเชียงดาวผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีลูกหาบ คนนำทางสบายๆ เมื่อก่อนขึ้นดอยหลวงเชียงดาวได้  3 เส้นทางคือ บ้านถ้ำ แต่ปัจจุบันปิดเส้นทางนี้ไปแล้ว เพราะความชันมากๆ จนถึงอันตรายมากๆ ชื่อของบ้านถ้ำเลยเป็นตำนานของคนผ่านเชียงดาวรุ่นเก่าๆ  ตอนนี้เลยเหลือแค่ เส้นทางเด่นหญ้าขัด และปางวัว (บ้านนาเลา)

               พวกเราเลือกขึ้นทางเด่นหญ้าขัด แม้ระยะทางเดินจะไกล 8,500 เมตร ไกลกว่าขึ้นทางปางวัว 2,000 เมตร แต่ทางชันน้อยกว่า เส้นทางผ่านป่าสนสวยงาม แต่กว่าที่รถจะไปส่งถึงจุดเริ่มต้นเดินทาง ที่หน่วยฯขุนห้วยแม่กอก บ้านเด่นหญ้าขัด) ก็สะบักสะบอมไปกับเส้นทางออฟโรด ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่ขึ้นไปสถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะ(แม่ตะมาน)

                แค่เริ่มเดินเท้า ฟ้าที่ใสๆ ก่อนหน้าก็มีเมฆสีเทา ลอยมาให้ตกใจเล่นๆ ระยะหนึ่ง ช่วงแรกของป่าสนสวยๆ ทางขึ้นเนินเล็กๆ พอได้หอบเบาๆ ไปจนถึงหอบแรงๆ บางจุด  จากที่เดินเกาะกลุ่ม ก็เริ่มกระจายตัวไปเรื่อยๆ ตามกำลังขาของแต่ละคน เส้นทางสายนี้ถ้าไม่มุ่งขึ้นดอยหลวงเชียงดาว จะเดินดูนกก็ไม่ผิดหวังแน่ๆ

                ผ่านมื้อเที่ยงไปสบายๆ สุดชายป่าสน คราวนี้เริ่มไต่ทางชันมากขึ้นอีกหน่อย เดินไปไม่นานก็ถึงทางแยกที่ขึ้นมาจากปางวัว ทางแคบๆ ริมเขาไม่น่าหลวาดเสียว เพราะหย้าคาขึ้นเต็มไปหมด อย่าได้พลาดเชียว ผ่านดงน้อยเพิ่งจะบ่าย 2 กว่าๆ ดูระยะแล้ว เราคงเดินไปนอนที่ "อ่างสลุง" เชิงดอยหลวง ก่อน 5 โมงเย็นแน่ๆ แค่ให้กำลังใจกันหน่อย

                ราว 4 โมงเย็นกว่าๆ ก็ดั้นด้นไปถึงจนได้ ที่เรียกกันอ่างสลุงนี่ ก็มีจากความเชื่อที่ว่า ในอดีต พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาพร้อมพระอรหันต์ 8 รูป ทรงลงสรงน้ำในที่แห่งนี้ นั่นเอง ส่วนยอดสูงสุด จะเรียกว่าดอยหลวง ซึ่งคำว่าหลวงในภาษาเหนือแปลว่าใหญ่  ฉะนั้นขึ้นภาคเหนือจะมีดอยหลวงเยอะ

                ตั้งแคมป์เสร็จ เวลายังเหลือๆ ฉันกับเพื่อนอีก 2 คนเลยชวนกัน เดินขึ้นยอดดอยหลวงเก็บแสงสุดท้ายของวัน โชคดีที่สุด ฟ้าเปิด แสงสวย กับคนบนยอดแค่ 5 คน เลยมีมุมใคร มุมมัน มุมฉัน มุมเธอ เลือกกันตามสะดวก ก่อนแสงสุดท้ายจะลับฟ้า เห็นดวงจันทร์เสี้ยวเล็กๆ โผล่มาทักทาย ถึงค่อยส่องไฟฉาย เดินลงมา 

                ค่ำคืนนี้ อากาศเย็นวูบอย่างรวดเร็ว ฟ้าคืนมืด เห็นดวงดาวเป็นล้านดวง เหมือนเรากับดาวได้อยู่ใกล้กัน นี่แหละมั้ง สมัยก่อนเขาถึงเรียกดอยเพียงดาว

               แต่อากาศหนาวๆ จับใจแบบนี้ เรารีบเข้าเต็นท์กันยังไม่ดึกนัก แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเป็นระยะด้วยเสียงของสัตว์เท้ากีบขนาดไม่ใหญ่ มาทักทายถึงใกล้ๆ เต็นท์ แถมไม่ได้มาตัวเดียวซะด้วย ถามกันตอนเช้า ต่างคนต่างไม่กล้าโผล่หน้าออกมาดู (ฮา)  

                แล้วก็ได้คำตอบจากพี่แคน คนนำทาง ว่าเจ้าสัตว์ที่ลงมาทักทายก็คือ กวางผานั่นเอง

               "เดี๋ยวนี้ กวางผา มันไม่ค่อยกลัวคนเหมือนแต่ก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนกว่าจะได้เห็นตัวนะยากมาก แต่เดี๋ยวนี้ จังหวะดีๆ เงียบๆ ก็เห็นได้ จะลงมาใกล้ๆ เต็นท์ก็เคยมี"  ฉันฟังแล้วก็อยากมีโอกาสดีๆ แบบนั้นบ้างจัง

               รุ่งเช้า ราวตี 5 เศษๆ ก็เรียกกันตื่น พร้อมเดินเท้าไปดูแสงแรกแห่งวันกันแล้ว จุดที่ดีสุดอยู่ที่ ดอยกิ่วลม ดอยสูงที่อยู่ไม่ไกล แต่ก็ใช้เวลาเดินคลำทางมืดๆ ราว 1 ชั่วโมงได้ ขณะที่เราเพิ่งเริ่มเดิน ก็เห็นแสงไฟฉายวับแวบอยู่บนยอดกิ่วลมด้านทิศใต้ หรือด้านขวาซะแล้ว ไม้เป็นไรพวกเรากะไปถึงแสงแรกพอดี เดินแบบไม่รู้ทาง แต่ยังดีที่เทรลชัดเจนพอ ไต่ขึ้นสันเขาได้ก็ต้องรีบจับจองมุม เพราะแสงฟ้าเปิดแล้ว

               ดอยกิ่วลม มี 2 ยอด ด้านซ้ายและขวา แต่ถ้าดูตามทิศที่ตะวันขึ้น ก็แยกเป็นทิศเหนือกับใต้ได้ง่ายๆ ยอดทิศใต้นี่แหละ ที่เคยเป็นที่ตั้งแคมป์เก่า เป็นยอดที่มีพรรณพืชหลากหลาย และพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นอยู่มาก ยิ่งดอกไม้เล็กๆ ทั้งเทียนหมอคาร์ หญ้าดอกลาย ขาวปั้น ฟองหินเหลือง หาดูได้แถวนี้ รวมถึงกุหลาบพันปี ที่ตอนนี้เริ่มออกดอกตูมๆ เหมือนเป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานฉันจะบานมาทักทายแน่ๆ

               จากดอยกิ่วลมใต้ (ขวา) ก่อนลงมาที่แคมป์ เลยขอแว้บเดินเล่นกันที่กิ่วลมเหนือ (ซ้าย หลังจากถามคนนำทางทราบว่ามีทางลง แล้วก็ไต่กันขึ้นไปๆ เริ่มเห็นหินปูนก้อนใหญ่ๆ ขวางทาง แต่ขึ้นมาตั้งสูงแล้ว ก็เดินหน้าต่อไป ต้นไม้บนโขดเขามีแต่ต้นเล็กๆ แดดแผดจ้าขึ้นเรื่อยๆ บางช่วงของเส้นทางต้องปีนข้ามหินต่อหิน มีหุบเหวเป็นเครื่องบอกทางว่าอย่าได้พลาดเชียวนะ

                สันนี้ ดอกไม้เล็กๆ เยอะ แต่ยามนี้เหมือนไม่ใช่เป้าหมายซะแล้ว ขอแค่เดินข้ามสันไปหาทางลงเขาให้ได้โดยไม่ต้องย้อนกลับทางเก่าเป็นพอ...555... ผ่านไปเป็นชั่วโมง ทั้งหยุดหอบ หยุดทำใจ ก็ได้เวลาหาทางลง กว่าจะเลาะลงมาได้เสียเหงื่อไปหลายยก ... ใครว่ามาเชียงดาวแล้วไม่หลง เสียงใครบางคนเอ่ยขึ้นมา

                หลังนอนพักช่วงบ่าย ก็ได้เวลาออกเดินยอดดอยหลวงอีกครั้ง คราวนี้ มีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มเริ่มทยอยกันขึ้นมา เวลาเหลือๆ แบบนี้ ได้สำรวจดูพรรณไม้ต่างๆ ซะบ้าง บนเส้นทางขึ้นยอดดอยหลวง ก็มีเยอะไม่แพ้กิ่วลม ทั้งฟองเหลืองหิน ชมพูเชียงดาว ชมพูพิมพ์ใจ แถมด้วยฉากดอยสามพี่น้อง

               ดอยปิรามิด ที่เราผ่านทั้งระหว่างทางเดินมาที่แคมป์ และเป็นฉากที่ดวงอาทิตย์ตกสวยงาม

                คืนสุดท้ายบนดอยหลวงเชียงดาว ดวงดาวออกมาทักทายเหมือนเคย จนหลงรักคืนเดือนมืดซะแล้ว แถมด้วยเจ้าสัตว์เท้ากีบ ที่โผล่มาทักทายตอนเช้าบนยอดเขาหินปูน ข้างๆ ดอยหลวง ให้ฉันเดินตามถ่ายรูปซะเหนื่อย พร้อมกับคิดไปไกลถึงความเชื่องของเจ้าสัตว์พวกนี้ ที่อาจจะนำมาซึ่งอันตรายต่อตัวมันเอง เพราะในยามที่ไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว ที่ไร้ผู้คน หากมีใครคิดไม่ดีต่อมัน ก็คงแย่ เหมือนกับผีเสื้อ"สมิงเชียงดาว" ที่กลายเป็นตำนาน เหลือเพียงชื่อไปแล้ววันนี้

                ขากลับ ลงเส้นทางปางวัว ฉันก็ได้เจอกับดอกไม้ที่ทำให้ฉันดั้นด้นเพื่อมาเยือนดอยหลวงเชียงดาวอีกครั้ง ในช่วงเริ่มเข้าฤดูหนาว "เทียนนกแก้ว" ดอกไม้ที่หน้าตาเหมือนกับนกตัวเล็กๆ สีสันสวยงาม

               เสน่ห์ของดอยหลวงเชียงดาว คงไม่ใช่ที่ความสูงใหญ่ของขุนเขา หากแต่อยู่ที่ความหลากหลายของธรรมชาติ และพืชเฉพาะถิ่น ทั้งรายทางและปลายทางนี่เอง

 

 .......................

 

(เคียงดาว ณ เชียงดาว : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)