
เบิกบานใน'โบโลญญา'
เบิกบานใน'โบโลญญา' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง
เป็นครั้งแรกของ อิตาลี ที่ไม่ได้เข้าตามตรอกออกตามประตู ปกติจะเลือกบินเข้าทางโรม (Rome) หรือมิลาน (Milan) ก่อน แล้วค่อยนั่งรถไฟเลื้อยไปหาเมืองอื่นๆ
เพราะสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (0-22310300-7) นั่นแหละ ทำให้นอกใจโรมและตีจากมิลาน ก็เขามีเที่ยวบินเข้าอิตาลีหลายเมืองทั้งตูริน (Turin) นาโปลี (Napoli) เวนิส (Venice) โบโลญญา(Bologna) มิลาน (Milan) และเจนัว (Genoa) เลยเลือกหย่อนตัวลงที่ โบโลญญา เมืองที่โฉบไปเฉี่ยวมาหลายเที่ยว แต่ยังไม่เคยได้ลงเอยกันซักที
ทั้งที่จริงจะมาหาโบโลญญาก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอะไร แค่ใช้บริการรถไฟยุโรป(www.raileurope.co.th) นั่งจากมิลานและเวนิสก็ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเศษเท่านั้น หรือจะนั่งรถไฟจากโรมก็แค่ 2 ชั่วโมงเศษ แต่ก็นั่นแหละนะ คนเราลองมันจะคลาดแคล้ว ทำอีท่าไหนก็ไปไม่ถึงซะที
ยุโรปเที่ยวล่าสุด เป็นยุโรปเก็บตก เรียกว่าจงใจไปเก็บตกจริงๆ ประเภทหัวเมืองใหญ่เมืองท็อปฮิต เมืองยอดนิยม เมืองประเภทต้องไป ข้าพเจ้าเขี่ยทิ้งเขี่ยขว้างไม่เป็นท่า
ในลิสต์ของอิตาลีจึงเหลือแต่รายชื่อเมืองเล็กเมืองน้อย เมืองที่ถูกมองข้าม เมืองถูกเมิน และเมืองที่เคยเป็นแค่โพยทางผ่าน
อย่าให้บอกเลยว่าโบโลญญาอยู่ในเมืองจำพวกไหน เอาเป็นว่า เที่ยวนี้ถึงก็แล้วกัน
เป็นปกติไปซะแล้วว่าฉันมักฝากผีฝากไข้ไว้กับรถไฟยามรอนแรมในยุโรป การเลือกที่พักในทุกเมืองจึงมักลงเอยเอาแถวรอบๆ สถานีรถไฟ เที่ยวนี้ลองใช้แอพพลิเคชั่นของเว็บไซต์จองที่พักอย่างอโกดา(www.agoda.com) ที่ดาวน์โหลดเอาไว้หน้าจอสมาร์ทโฟน ซึ่งก็พบว่าสะดวกสบายไม่แพ้ตอนเสิร์ชหาจากเว็บไซต์ สแกนป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ สถานีรถไฟประจำเมืองหรือที่คนอิตาลีเรียกสตาซิโอเน่(Stazione) ก็ได้เรือนพักที่ถูกใจ เรียกว่าไม่ต้องเสียเวลาหา ยืนอยู่หน้าสถานีรถไฟก็ปะทะกับป้ายชื่อโรงแรมเลยเหมือนกับที่ดูจากแผนที่ในเว็บของอโกดา
ถ้าเป็นระยะปกติ เดินเท้า 15 นาทีจากสถานีรถไฟก็ถึงย่านใจกลางเมืองเก่าแล้ว แต่เพราะเป็นวันเสาร์ที่มีตลาดนัดมาเปิดขายของกลางแจ้งดักอยู่ระหว่างทาง คนเป็นโรคแพ้ตลาดเลยโฉบดูพอเป็นพิธี ลูบๆ คลำๆ ของซักอย่างสองอย่างก็มีความสุขแล้ว
ความจริงตลาดนี้เขามีทั้งพวกของใช้ในบ้าน เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องประดับเก๋ๆ ต้นไม้ใบหญ้าก็มี และที่ขาดไม่ได้คือพวกเครื่องหนัง รองเท้าบู๊ทไล่ไปตั้งแต่คู่ละ 10 ยูโรไปยันเกือบ 100 ยูโรมีให้เลือกทุกแนว
กะว่าจะอ้อยอิ่งเลือกบู๊ทซักคู่ เอาไว้ใส่เปรี้ยวๆ ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยแถวบ้าน ก็เกรงว่าแม่ค้าจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าเป็นแม่ค้าที่ตลาดนี้ล่ะก็ นางใส่บู๊ทกันทุกคน ให้สมกับที่อยู่เมืองรองเท้าบู๊ท หนาวไม่หนาวไม่รู้ รู้แต่ใส่บู๊ทมายืนพื้นกันทุกราย
บ้านเราล้มไปตรงไหน มีร้านกาแฟสดให้ชิม แต่สำหรับโบโลญญา ถ้าเดินล้มแผละไปตรงไหน มีรองเท้าบู๊ทให้เลือกช็อปแน่นอน จะเอาแนวไหนล่ะ มีหมด ส้นเข็ม ส้นตึก ส้นสูงปรี๊ด ส้นเตี้ย บู๊ทสั้น บูทยาว
กว่าจะถึง จัตุรัสมัจจอเร่ (Piazza Maggiore) ก็เดินชมร้านรองเท้าบู๊ทซะเพลินตา จัตุรัสใหญ่ประจำเมืองโบโลญญาแห่งนี้ห้อมล้อมไว้ด้วยอาคารสำคัญๆ ฉันชอบจัตุรัสเสมอ อย่างน้อยเมื่อไหร่ที่ต้องการมองหาชีวิตชีวาของเมืองๆ นั้น แล้วไปที่จัตุรัสประจำเมืองมักไม่เคยผิดหวัง
ที่จัตุรัสมัจจอเร่ก็เหมือนกัน ชาวเมืองใช้ที่นี่เป็นจุดนัดพบ ไกด์ทัวร์พาลูกทัวร์มาปล่อยถ่ายรูปและช็อปปิ้ง ส่วนนักเดินทางประเภทลุยเอง ก็มานั่งเอกเขนกอยู่ตามคาเฟ่ริมจัตุรัส วันนี้ไม่มีเทศกาลงานประเพณีใดๆ จัตุรัสมัจจอเร่เลยดูหลวมๆ แต่ดูเหมือนมีศิลปินมาเปิดงานแสดงภาพอยู่พอดี เลยเป็นสีสันริมจัตุรัสที่ทำให้ผู้คนแวะเวียนไปมุมนั้นกัน
มาถึงมุมนี้ ใครๆ ก็พากันไปยืนแหงนคอมองความใหญ่โตโอฬารของโบสถ์ซาน เปโตรนิโอ (Basilica of San Petronio) ยังมีซิตี้ฮอล (City Hall ) และอาคารปาลาซโซ เดล โพเดสตา (Palazzo del Podesta) ที่กอดจัตุรัสนี้เอาไว้อย่างแน่นหนา
ลานน้ำพุเทพเจ้าเนปจูน (Fontana del Nettuno) นั่นต่างหากที่เป็นพระเอกประจำจัตุรัส ก็ใครไปใครมาเห็นไปโพสท่ากับเทพเจ้าเนปจูนกันเป็นแถว
ความจริงเดินซอกแซกแถวนี้ ยังมีอาคารสำคัญๆ ให้ดูอีกเยอะเลย แต่ที่นักท่องเที่ยวมองหาก็น่าจะเป็นหอคอยคู่อันเป็นสัญลักษณ์ของโบโลญญา
ตาไม่ได้ฝาด ฉันว่าหอคอยคู่ที่อยู่ตรงหน้าเอียงเห็นๆ ถามไถ่คนแถวนั้นได้ความว่าเอียงจริงๆ เอียงเหมือนหอเอนที่เมืองปิซานั่นแหละ ต่างตรงที่อันนี้หอเอนคู่ อายุจวนจะพันปีแล้ว แต่ดูเหมือนหอคอยทั้งคู่ยังไม่ชรา ทั้งที่การก่อสร้างสมัยก่อนไม่ได้ซับซ้อนหรือใช้วิวัฒนาการสูงส่งใดๆ
สำหรับนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องลำบากมากที่จะจับหอคอยคู่เข้าเฟรม นอกจากสูงชะลูดแล้ว ด้านหน้ายังระเกะระกะไปด้วยสายไฟที่โยงเป็นใยแมงมุม เห็นแล้วอยากส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปบอกทางการโบโลญญา ว่าถ้าจัดระบบสายไฟใหม่จะเป็นพระคุณมาก แต่มาคิดอีกที ให้สวยแบบเดิมๆ แบบพะรุงพะรังแบบนี้ล่ะดีแล้ว แค่นี้โบโลญญาก็แน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวแล้ว
วันอาทิตย์บ่ายๆ ฉันกลับมาเดินเตร็ดเตร่บนถนนสายเดิม ถนนที่รถราเคยวิ่งถูกปรับให้เป็นถนนคนเดิน นักแสดงเร่ทั้งเดี่ยวทั้งหมู่ ทั้งละคร ดนตรี ลีลาแปลกๆ พากันมาเปิดหมวกกันอย่างสนุกสนาน วันนี้ทั้งคึกคักและเบิกบานกว่าวันอื่นๆ เมื่อชาวเมืองพากันออกมาร้องรำทำเพลง เสียงดนตรีไม่เคยขาดหาย
เพราะเบิกบานแบบนี้ ฉันจึงชอบโบโลญญาวันอาทิตย์เป็นที่สุด
.....................
(เบิกบานใน'โบโลญญา' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)



