
วช.ติวเข้มฆ่าศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์
ทำมาหากิน : วช.ติวเข้มฆ่าศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์ พลิกชีวิตคนรุ่นใหม่สู่ 'วิถีเกษตร' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ใครจะไปนึกว่าสองพี่น้องตระกูล "เหล่าสุนทร" ดีกรีปริญญาโทด้านสถาปัตย์และวิศวกรรมจากลาดกระบัง จำต้องลาชีวิตในเมืองหลวงหันมาสวมหมวกชาวนาเต็มขั้น ด้วยการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ โดยยอมทิ้งหน้าที่การงานและรายได้เดือนละหลายหมื่น สำหรับ "เชษฐกานต์ เหล่าสุนทร" สาวสวยดีกรีปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเทคโนพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและ "ขวัญชนก เหล่าสุนทร" ปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมจากสถาบันเดียวกัน
แม้จะไม่มีความรู้ด้านการเกษตรมาก่อน แต่ทั้งสองก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่สู่วิถีเกษตรอย่างเต็มตัว หลังผู้เป็นลุงยกผืนที่นากว่า 60 ไร่ในพื้นที่ ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.เชียงราย ในการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เพื่อสานต่ออาชีพทำนาแทนตัวเองที่ร่างกายเริ่มจะไม่ไหวด้วยอายุที่มากขึ้น โดยทั้งสองเริ่มจากการเรียนรู้หาประสบการณ์จากผู้เป็นลุงในระยะแรก ก่อนจะลงมือปฏิบัติเองอย่างเต็มตัวในเวลาต่อมา
"เป็นคนกรุงเทพฯ ค่ะ มาเริ่มเรียนรู้การทำนาเมื่อปี 2554 หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ พอดีช่วงนั้นลุงโทรมาบอกว่าอยากทำนาไหม จะยกที่ให้ เพราะร่างกายลุงเริ่มจะไม่ไหวแล้ว แก่แล้ว แต่อยากให้มีคนสานต่ออาชีพนี้" เสียงใสๆ ของขวัญชนกย้อนอดีตให้ฟังระหว่างพักเบรกการฝึกอบรมเพาะเลี้ยงแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช โดยศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืช สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ณ ศูนย์วิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวัน ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย
จากนั้นไม่รีรอจึงตัดสินใจชวนน้องสาว "เชษฐกานต์" หันมาสวมหมวกเกษตรกรเต็มขั้นในทันที โดยไม่ไยดีกับงานประจำที่มีรายได้เดือนละหลายหมื่นมุ่งสู่ จ.เชียงราย เพื่อหาเส้นทางชีวิตใหม่ด้วยวิถีเกษตรกรรม เริ่มจากการฝึกงานเรียนรู้ขั้นตอนการทำนาจากผู้เป็นลุง พร้อมการลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง ตั้งแต่การเตรียมแปลงที่นา การเพาะกล้า การดำนาและการเก็บเกี่ยวผลผลิต
ไม่เพียงเท่านั้นยังไปขอคำปรึกษาแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรกรอำเภอ เกษตรจังหวัด ปราชญ์ชาวบ้าน การค้นหาข้อมูลจากเอกสารต่างๆ และอินเทอร์เน็ต ตลอดจนการเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมที่หน่วยงานราชการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเข้าร่วมโครงการการฝึกอบรมเพาะเลี้ยงแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช
"มาช่วยลุงอยู่ปีหนึ่ง เรียนรู้ด้วยอะไรด้วย จากนั้นก็ลงมือทำเอง ทั้งสองคนช่วยกันลงมือทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่การเตรียมแปลงนา เพาะกล้า ปักดำและการเก็บเกี่ยว ตอนแรกๆ มีคนสบประมาทว่าเป็นเด็กกรุงเทพฯ บ้าง คุณหนูบ้าง อะไรบ้าง ทำจริงๆ จะไหวเหรอ ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มเข้าใจ ให้การยอมรับเราทั้งสองคนแล้วยังมาดูแลช่วยเหลือด้วย"
ถึงแม้พื้นที่นาของชาวบ้านบริเวณรอบๆ จะมีการใช้สารเคมีในการเพาะปลูกในแต่ละขั้นตอน แต่เธอก็ยืนยันปฏิเสธการใช้สารเคมีอย่างสิ้นเชิง โดยไม่ไยดีถึงความสะดวกสบายและการได้มาซึ่งปริมาณของผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เพราะมองว่าการใช้สารเคมีนอกจากจะมีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมและที่ดินแล้ว ยังมีผลต่อสุขภาพของตัวเองอีกด้วย
"เป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะที่มาฝึกอบรมการกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธีที่ไร่เชิญตะวัน ซึ่งน่าสนใจมากๆ มีทั้งภาคทฤษฎีและฝึกลงมือปฏิบัติจริงๆ ด้วย อยากจะนำแบบอย่างเกษตรอินทรีย์ที่ครบวงจรของไร่นำไปใช้กับแปลงนาของเราด้วย" เชษฐกานต์ ผู้เป็นน้องกล่าวยืนยัน
ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มองว่าปัจจุบันคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสนใจอาชีพการเกษตรมากยิ่งขึ้น โดยเห็นจากการที่ วช.อบรมโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรกรจะมีเด็กรุ่นใหม่เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในแต่ละครั้ง และเท่าที่สังเกตพบว่าคนกลุ่มนี้ก็เป็นผู้มีความรู้ มีการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี ไม่เฉพาะสาขาเกษตรเท่านั้น แต่สาขาอื่นก็ให้ความสนใจในจำนวนที่ไม่น้อยเช่นกัน
"การอบรมครั้งนี้มีคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เข้าร่วมไม่น้อยเช่นกัน อย่างเช่นสองพี่น้องคุณขวัญชนกและคุณเชษฐกานต์ ก็ถือเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่หัวใจเกษตร จึงอยากเห็นคนหนุ่มสาวเข้ามาสู่ภาคเกษตรมากขึ้น เพราะต่อไปภาคเกษตรกรรมจะมีความสำคัญมาก ยิ่งปัจจุบันคนทั่วโลกเริ่มหันมาสนใจในเรื่องสุขภาพ อาหารการบริโภค ผลิตผลจากเกษตรกรอินทรีย์จะยิ่งมีความสำคัญอย่างมาก" เลขาฯ วช.กล่าวย้ำ
นับเป็นอีกก้าวของสองพี่น้องคนรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจการทำนาอินทรีย์ หวังจุดประกายคนหนุ่มสาวก้าวมาสู่วิถีเกษตรมากขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้นนั่นเอง
-------------------------
(ทำมาหากิน : วช.ติวเข้มฆ่าศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์ พลิกชีวิตคนรุ่นใหม่สู่ 'วิถีเกษตร' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



