
หนังสือที่เธอถือมา : ที่คนชอบที่ปลวกชอบ
10 พ.ย. 2556
หนังสือที่เธอถือมา : ที่คนชอบ ที่ปลวกชอบ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม
'ขณะเจ้าของบ้านนอนเปลอ่านหนังสือเล่นอย่างเกียจคร้าน ปลวกตัวเล็กตัวน้อยก็ขยันขันแข็งยิ่ง ในการเจาะพื้นเจาะกำแพงขึ้นมากัดกินหนังสืออย่างกระหาย'
หนอนหนังสือที่ชื่อคน, หลายครั้งที่เดือดร้อนเพราะปลวก มันช่างเป็นสัตว์โลกแสนเล็กที่น่าประหลาดเสียจริง มันปรารถนาจะเป็นผู้รู้ผู้ปราชญ์หรืออย่างไร สำหรับผู้รักหนังสือแล้ว ดูจะมิมีใครไม่เคยเผชิญหน้ากับปลวก (ปลวก ที่มิใช่คำด่ากันของคน)
มีหนังสือเต็มบ้าน หากไม่หมั่นสำรวจตรวจตรา มีหวังเสร็จปลวก แม้อยู่บ้านปูนซีเมนต์ที่ฉาบทามิดชิด ถ้ามีรูเล็กช่องน้อย กลิ่นกระดาษหนังสือก็คงจะโชยไปถึงจมูกมัน มันจะมาแบบใช้ขี้ดินก่อเป็นโพรงเล็กๆ เดินทางมาตามเสาตามกำแพง แทรกซึมไปตามซอกขอบสันของกองหนังสือ แอบกินหรืออ่านหนังสืออยู่เงียบๆ กว่าเจ้าของหนังสือจะรู้ มันก็ยึดเล่มสำคัญไปหลายต่อหลายเล่มแล้ว
น้ำตาตก, บางทีก็เข้าใจถึงสัจธรรมข้อนี้เมื่อหนังสือถูกยึดอำนาจโดยปลวก ครั้นบ่อยครั้งเข้าก็ต้องทำใจแหละครับ ต้องปลงให้เป็นเย็นให้ได้ หาทางกอบกู้ดูแลรักษาหนังสือเท่าที่เหลือ หาทางกำจัดปลวก หรือแผ่เมตตาให้ปลวกต่อไป
บางคนแนะนำแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คือจ้างบริษัทกำจัดปลวก/ บางคนแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่องใช้แล้ว/บางคนแนะนำให้ใช้สูตรน้ำหมักกำจัดปลวก ข่า ตะไคร้ กระเทียม รวมกัน ๑ ก.ก. หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ+ เหล้าขาวครึ่งขวด + น้ำส้มสายชูครึ่งขวด + น้ำ ๑๐ ลิตร ใส่ภาชนะพลาสติกหมัก ๗ วัน/ บางคนแนะนำให้ใช้นำมนต์เกจิอาจารย์ ผสมน้ำเปล่าใส่เครื่องฉีด พร้อมสวดมนต์แผ่เมตตา ต่างฝ่ายต่างอยู่ อย่ารบกวนกันและกันเลย/ บางคนแนะนำให้เปิดไฟอ่อนๆ ในห้องหนังสือ/บางคนแนะนำให้เปิดเพลงเบาๆ ในห้องหนังสือ/ บางคนแนะนำให้ยกหนังสือพ้นพื้นและห่างผนังห้อง/ บางคนแนะนำให้ใช้ที่เก็บหนังสือเป็นชั้นเหล็ก หรือตู้เหล็ก/ บางคนแนะนำให้ตรวจตราหนังสือบ่อยๆ
ก็ว่ากันไปหลายคำแนะนำ ตัวเองยังรอดูสถานการณ์ เพราะเพิ่งถูกปลวกจู่โจมไม่มากนัก เพียงเลือกทำในแบบไม่ต้องใช้ยา หรือใช้ยากำจัดปลวกกระป๋องเล็กๆ ฉีดอัดไปตามรูกำแพงเป็นการป้องกัน
ในวิกฤติสถานการณ์ปลวก หลังตัดเส้นทางปลวกแล้ว จัดหนังสือบางส่วนแล้ว วันรุ่งขึ้น ยังเห็นหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งหนากว่า ๗๐๐ หน้า มีขี้ดินเกาะอยู่ตามขอบสัน พอหยิบออกไปเคาะๆ ดู ปรากฏว่าคุณปลวกเป็นร้อยซุกซ่อนกัดกินอิ่มหนำสำราญอยู่ตามหน้าหนังสือเล่มนั้นแล้ว
เป็นหนังสือเรื่อง ‘เกมลูกแก้ว’ ของ เฮอร์มานน์ เฮสเส แปลโดย สดใส
เป็นอีกครั้งที่ได้พบหนังสือที่ตามหาและอ่านค้างอยู่ ด้วยเหตุปัจจัยอันคาดไม่ถึง หนังสือเล่มนี้ได้รับเป็นของกำนัลจากเพื่อนรักคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ผลิตรูปเล่ม ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ นานกว่าสิบปีแล้ว
ด้วยเป็นหนังสือที่หนักและหนาเกินไป คนอ่านหนังสือกำลังน้อยอ่านอย่างไรก็ไม่จบ แม้ว่านักเขียนผู้นี้จะเป็นคนโปรดเลยทีเดียว
เฮอร์มานน์ เฮสเส, ผู้เกิดและตายไปเมื่อกว่า ๑๐๐ ปีแล้ว (๒๓๙๐-๒๔๕๘) ชาวเยอรมันผู้มีความเป็นทั้งนักนวนิยาย นักเรื่องสั้น นักกวี ทั้งเป็นบุคคลผู้สร้างผลงานการประพันธ์ที่ทรงเสน่ห์ประทับใจผมมากที่สุดคนหนึ่ง ผมชอบเฮสเสมาก สำหรับเล่มหนักๆ หนาๆ อาจอ่านไม่จบ แต่เล่มเล็กเล่มน้อย ก็อ่านมาตามสมควร รู้สึกถูกจริตวิสัยในสิ่งที่เขาคิดเขาเขียน แม้จะอ่านผ่านต้นฉบับที่แปลเป็นภาษาไทย
พวกเราชาวหนอนหนังสือที่ชื่อคน คงมิมีใครไม่ได้อ่านหนังสืออย่าง ‘สิทธารถะ’ มันเป็นดั่งคัมภีร์แสวงหาของคนหนุ่มสาว หรือสมัยหนุ่มตอนเสาะหาวิชาชีวิตระหว่างคนเคยบวช กับคนที่ออกจากวัดมาเผชิญโลกียะ ผมอ่าน ‘นาร์ซิสซัสกับโกลด์มุนด์’ อย่างหลงใหล ถึงกับเผลอคิดไปว่าตัวเองเป็นโกลด์มุนด์
สมัยนั้นอ่านหนังสืออย่างกระหาย เริ่มต้นอ่านแล้ว ชอบไม่ชอบก็อ่าน เดี๋ยวนี้จะเลือกอ่านแต่...ที่ชอบ...ที่ชอบ...เท่านั้น แม้แต่จะต้องแย่งคืนจากปลวก ปลวกเอ๋ย ต่างฝ่ายต่างอยู่ตาม...ที่ชอบ...ที่ชอบเถิด... ขอบคุณที่ยังกรุณาเหลือ‘เกมลูกแก้ว’ ไว้ให้ คงจะพอประกอบส่วนอ่านได้อีก โดยเฉพาะในส่วนที่แทรกตัวบทประพันธ์ชิ้นยิ่งใหญ่นี้ด้วยบทกวี...
‘ดอกไม้ย่อมโรยรา/วัยหนุ่มย่อมจากลา/โอ้ใจเอ๋ย /จงกล่าวลา/และยืนหยัดต่อไป’
-------------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : ที่คนชอบ ที่ปลวกชอบ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)



