
โยคะเปลี่ยนชีวิต
โยคะเปลี่ยนชีวิต : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์ เรื่อง/ภาพ
บางครั้ง "ความเจ็บป่วย" อาจเป็นสัญญาณเตือนให้เราได้หันมาทบทวนวิถีชีวิต รวมทั้งสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้แก่ตนเอง
ดังเช่น มาซูมิ มิยาชิโร หรือ "มาดู" สาวญี่ปุ่นคนนี้
หากไม่ใช่เพราะป่วยเป็นมะเร็ง เธอคงไม่เอาจริงเอาจังกับการฝึกโยคะที่อินเดีย กระทั่งพบกับ "อานุป กุมาร" หนุ่มอินเดีย และร่วมกันทำโครงการโรงเรียนเพื่อเด็กกำพร้าในเมืองพุทธคยา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กๆ เนื่องจากเคยผ่านวัยเด็กที่ยากลำบากมาก่อน
มาดูซึ่งอยู่ญี่ปุ่น ได้รณรงค์หาเงินบริจาคด้วยการสอนโยคะ จัดอีเวนท์ รับบริจาค หรือซื้อสินค้า ที่ทางทีมงานสอนให้สาวอินเดียทำผลิตภัณฑ์ เช่น กางเกง เสื้อ และสินค้าอื่นๆ ซึ่งเธอนำมาจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ญี่ปุ่น ส่วนการหารายได้สำหรับยังชีพ เธอรับเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้แก่ชาวต่างชาติที่ต้องการมาตั้งบริษัทในญี่ปุ่น
มาดูพบว่าเธอเป็นเนื้องอกที่รังไข่ 3 ก้อน เมื่อปี 2549 หนึ่งในนั้นเป็นเซลล์มะเร็ง หลังผ่าตัดก็ยังไม่หมดเชื้อ หมอแนะนำให้ทำคีโม
"หมอบอกต้องทำคีโม ก็ขอเวลาหมอสามเดือน ไปเรียนโยคะ พอกลับไปตรวจพบว่าค่ามะเร็งลดลง ช่วงที่เล่นโยคะสม่ำเสมอ ค่ามะเร็งลด สุขภาพดีขึ้น เคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้น จึงตั้งใจดูแลสุขภาพด้วยวิธีนี้"
เธอถามครูสอนโยคะว่าควรฝึกที่ไหนดี ครูตอบว่าให้ฝึกโยคะแบบไอเยนการ์หรือศิวะนันทะ
"ครูไม่ได้หมายความว่าให้ไปฝึกถึงอินเดีย แต่ฉันคิดว่าต้องไปอินเดีย เพื่อฝึกให้ลึกซึ้ง เพราะที่นั่นเป็นต้นกำเนิดของโยคะ โทรไปที่ไอเยนการ์ อินเดีย เขาถามว่าทำท่ายืนด้วยศีรษะ เจ็ดนาทีได้ไหม ฉันบอกว่ายัง เขาบอกให้รอก่อน"
เธอก็เลยโทรไปศูนย์ศิวะนันทะฯ เมืองเคราล่า (อยู่ทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งบอกว่าคอร์สต่อไปจะเปิดในเดือนกันยายน และตัดสินใจเข้าคอร์สที่นั่น โดยตั้งใจว่าจะลาออกจากงาน เพราะคอร์สนี้ใช้เวลาฝึกหนึ่งเดือน
"การลาพักร้อนนานๆ ในญี่ปุ่นเป็นเรื่องยากมาก นายถามว่าจะออกหรือ นายไม่อยากให้ออก แต่อนุญาตให้ลาหยุดโดยได้รับเงินเดือน"
มาดูต้องไปพบหมอทุกสามเดือนเพื่อเช็กสุขภาพ ปรากฏว่าไม่พบสัญญาณของมะเร็งแล้ว เธอคิดว่าเป็นผลจากการฝึกโยคะ
หลังหายจากมะเร็ง เธอกลับไปอินเดียหลายครั้ง คราวหนึ่งระหว่างเดินทางได้พบหนุ่มอินเดีย มีอาชีพเป็นไกด์และพูดภาษาญี่ปุ่นได้เล็กน้อย เขาเล่าว่าเรียนภาษาอังกฤษจากพระในวัดพุทธซึ่งเขาอาศัยอยู่เป็นเวลานาน เมื่ออายุได้ 18 ปี เขาอยากช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสบ้าง จึงขอบริจาคเงินจากนักท่องเที่ยว
นั่นเป็นที่มาของโครงการ "โรงเรียนเด็กกำพร้าเปรมะเมตตา" (Prema metta Orphanage School Trust) ที่เปิดสอนภาษาอังกฤษ ฮินดี ทั้งยังสอนการเย็บผ้าให้แก่เด็กสาวและผู้หญิง เพื่อให้พวกเธอมีทักษะติดตัว โดยส่วนหนึ่งเย็บกางเกงจากผ้าส่าหรี และของชิ้นเล็กๆ เพื่อจำหน่ายบนเว็บไซต์ที่ญี่ปุ่น
"เราทำมาสามปีแล้ว ขายของออนไลน์ หาเงินไปสนับสนุนโครงการโรงเรียนสอนหนังสือเด็กด้อยโอกาส 90 คน ทำมาสามปีแล้ว มีครูประจำสองคน เราเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กที่มาเรียนด้วย เด็กบางคนนำอาหารกลับไปให้ที่บ้าน พ่อแม่เด็กบางส่วนไม่ค่อยอยากให้มาเพราะอยากให้เด็กทำงานมากกว่า"
ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 2,000 ดอลลาร์ เป็นค่าจ้างครู อาหารเด็ก และแชมพูฆ่าเหา (ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากเนื่องจากเด็กส่วนใหญ่มีเหาบนศีรษะ)
"ที่พุทธคยามีพุทธศาสนิกชนมาเยอะ เราทำโบรชัวร์เพื่อขอรับบริจาคเงิน ส่วนที่ญี่ปุ่น เราหาเงินมาทำโปรเจ็กท์โดยสอนโยคะ และขายของบนเว็บไซต์"
ระหว่างเดือนพฤศจิกายนนี้ มาดูและเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่น ชวนกันสอนโยคะในวัดที่พุทธคยา เพื่อหาเงินบริจาคเข้าโรงเรียนอีกเช่นกัน
คงเป็นอานิสงส์จากการทำบุญอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอสุขภาพแข็งแรง และหน้าตาสดใสอย่างที่เห็น !
......................
(โยคะเปลี่ยนชีวิต : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์ เรื่อง/ภาพ)



