ไลฟ์สไตล์

พลังบริสุทธิ์นิสิตนักศึกษา

พลังบริสุทธิ์นิสิตนักศึกษา

08 พ.ย. 2556

พลังบริสุทธิ์นิสิตนักศึกษา ตอบโจทย์ อุดมศึกษาไม่ทิ้งสังคม : โดย...ทีมข่าวการศึกษา

               กระแสคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยกเข่ง สุดซอย ลุกฮือทั่วประเทศ ประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ มหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน ทั้งนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ อธิการบดี ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน รวมพลัง "บริสุทธิ์" เป็น "หนึ่งเดียว" ประกาศจุดยืนในนามของ "ภาคประชาชน" ที่เป็นกลางทางการเมือง นับเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่สังคมไทยไม่เคยพบเห็นมานาน ในรอบทศวรรษหลังวันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 ที่คนไทยยังตราตรึงไว้ในความทรงจำไปตลอดกาล

               "กองบรรณาธิการข่าวการศึกษาฯ นสพ.คม ชัด ลึก" หยิบยกบางช่วงบางตอนเพื่อสะท้อนถึงมุมมอง ความรู้สึกของผู้นำสถาบันอุดมศึกษาไทย ที่เปรียบเหมือน "คลังสมอง" ของชาติ ในยามที่สังคมไทยกำลังเกิดวิกฤติศรัทธาอย่างหนักหนาสาหัสทางการเมือง จนนำไปสู่การออกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่สังคมชาวอุดมศึกษามองว่า "อัปยศที่สุด" !!!

                "หากกฎหมายฉบับนี้ออกมามีผลบังคับใช้ จะครอบคลุมผู้กระทำความผิดทั้งคดีอาญาและคดีทุจริตคอรัปชั่น และถ้าเป็นแบบนี้ เราจะบอกลูกหลานได้อย่างไรว่าการทุจริตมันไม่ดี โดยเฉพาะเราเป็นครูบาอาจารย์ จะสอนลูกศิษย์ได้อย่างไร ขณะเดียวกัน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมา จะเท่ากับเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่รับไม่ได้ และไม่ควรมีใครในโลกนี้ที่จะรับกฎหมายฉบับนี้ได้" คำแถลงของ ศ.กิตติคุณ ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนพลังประชาคมจุฬาฯ

               "การออกมาร่วมชุมนุมของชาวจุฬาฯ กว่า 5,000 คนในครั้งนี้ ไม่ได้มาแสดงจุดยืนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ไม่ใช่เป็นการเชียร์พรรคไหน แต่เป็นเรื่องความถูกผิด เป็นเรื่องของจริยธรรมคุณธรรม เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายที่อัปยศที่สุด เพราะแก้แม้กระทั่งความผิด ชาวจุฬาฯ จึงแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วย กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผิดหลักการและหลักจริยธรรม ดังนั้น เรามาคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้องทั้งในวันนี้และในอนาคต"ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ในฐานะอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

               "มหาวิทยาลัยมหิดล เห็นว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีเนื้อหาที่เป็นการสร้างมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องขึ้นในสังคมไทย เพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า การทุจริตคอรัปชั่นมิใช่สิ่งร้ายแรง และสามารถหลุดพ้นจากความผิดได้ด้วยการนิรโทษกรรม ทั้งนี้จะทำให้การต่อต้านปัญหาการคอรัปชั่นในสังคมไทยไม่ประสบความสำเร็จและจะสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง ให้แก่การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น"ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) กล่าว

               "ทปอ.ไม่ได้คัดค้านการบริหารประเทศของรัฐบาล แต่คัดค้าน ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะหากพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ เท่ากับเป็นการช่วยเหลือคนที่ทุจริตคอรัปชั่น ทำให้สิ่งที่เราสอนมาทั้งหมดล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และการรวมตัวครั้งนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นการรวมตัวเพื่อออกมาสื่อสารเชิงวิชาการ มีความเป็นเอกเทศ และหวังว่าการแสดงออกทางวิชาการครั้งนี้จะทำให้มีคนรับฟังพอสมควร" ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) กล่าว

                "ความเสียหายครั้งนี้ ประเมินค่าเป็นตัวเงินไม่ได้ แต่ถือเป็นความเสียหายต่อสังคมซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้ ถ้าเราปล่อยให้กฎหมายนิรโทษกรรมผ่านไปได้ เท่ากับว่าประเทศไทยจะต้องพบกับจุดวิบัติ"รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าว

               "นิรโทษกรรมที่ยกเว้นความผิดให้ผู้ที่กระทำผิด ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ในระดับอารยประเทศ และที่น่าตกใจคือนิรโทษกรรมครั้งนี้ ไม่ใช่แค่นิรโทษกรรมให้ความขัดแย้งทางการเมืองเท่านั้น แต่ขยับมาถึงเรื่องอาชญากรรม ซึ่งในต่างประเทศถือว่าคอรัปชั่นคืออาชญากรรมประเภทหนึ่ง และไม่มีอารยประเทศไหนในโลกรับได้ และรับไม่ได้เทียบเคียงกับการรัฐประหาร"ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าว

               "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวมีเนื้อหาสนับสนุนส่งเสริมการสร้างมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องขึ้นในสังคมไทย ส่งผลทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่า การทุจริตคอรัปชั่นและการกระทำผิดอาญาต่างๆ มิใช่เรื่องร้ายแรง และในท้ายที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากความผิดได้ด้วยนิรโทษกรรม มศก.จึงมีความมุ่งมั่นที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในการปฏิรูปการเมืองอย่างสร้างสรรค์ในอนาคต มศก.จะต่อต้านอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.)

                "มติที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่งทั่วประเทศ เห็นว่าสาระสำคัญในร่างกฎหมายดังกล่าวมิชอบและไม่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก เยาวชนของชาติ และสังคม รวมทั้งขัดหลักศีลธรรมอันดี ทปอ.มรภ.จึงขอให้ชะลอร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในสังคมที่อาจเกิดขึ้น" ผศ.ดร.นิวัต กลิ่นงาม ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.)

                "ขอให้คำจำกัดความของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนี้ว่า ย่ามใจ ผิดหลักการ ลุกลี้ลุกลน และได้ประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ทำให้พลังนักศึกษาและมหาวิทยาลัยออกมาต่อต้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยในแวดวงอุดมศึกษา ดังนั้นรัฐบาลควรรับฟังด้วยความเคารพ เพราะร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวผิดหลักการ และไม่สอดคล้องกับการสอนของมหาวิทยาลัย ที่ไปรับรองความถูกต้องให้กับการใช้ความรุนแรงและการคอรัปชั่น

                "ขอเตือนว่ารัฐบาลอย่าดึงดัน และขอให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งก็เคยเป็นอดีตนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว เตือนสติรัฐบาลว่าอย่าย่ามใจ เพราะพลังนักศึกษาถือเป็นพลังบริสุทธิ์ ที่สังคมต้องรับฟัง" รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ กล่าว

                เชื่อแน่ว่า สังคมไทยที่เคยมี "คำถาม" ว่าทำไมพลังนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ อธิการบดี สถาบันอุดมศึกษาของไทยถึงนิ่งเฉย ไม่สนใจปัญหาบ้านเมือง ถึงนาทีนี้คงประจักษ์แก่สายตาคนไทยแล้วว่า แท้จริงแล้วพลังอันบริสุทธิ์เหล่านี้ไม่เคยหายไปไหน "ไม่เคยทิ้งสังคม" แต่รอวันเวลาที่เหมาะสม  

 

 .......................

(พลังบริสุทธิ์นิสิตนักศึกษา ตอบโจทย์ อุดมศึกษาไม่ทิ้งสังคม : โดย...ทีมข่าวการศึกษา )