
สายใยแห่งกตัญญุตา'ลูกบวร'ส่งเสด็จ'สมเด็จพระสังฆราช'
สายใยแห่งกตัญญุตา'ลูกบวร'ส่งเสด็จ'สมเด็จพระสังฆราช' : โดย...สุพินดา ณ มหาไชย
“แม้โรงเรียนได้รับการแจ้งล่วงหน้ามาเกือบ 1 เดือนให้เตรียมทุกอย่างรับข่าวนี้ไว้ แต่คืนวันที่ 24 ตุลาคม 2556 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์ ข่าวออกเป็นทางการหลัง 19.00 น. การติดต่อสื่อสารกับนักเรียนจึงทำได้อย่างจำกัด ทั้งยังเป็นช่วงปิดเทอมด้วย แต่ทางโรงเรียนพยายามติดต่อนักเรียนในทุกช่องทางเท่าที่ทำได้ โดยไม่มั่นใจว่านักเรียนจะมาโรงเรียนมากน้อยแค่ไหนในวันรุ่งขึ้น
แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจมาก วันรุ่งขึ้น(25 ต.ค.) นักเรียนเกือบ 500 คนจากทั้งหมด 700 คน รวมทั้งศิษย์เก่า พร้อมใจมาที่โรงเรียนอย่างพร้อมเพรียง ทำให้โรงเรียนสามารถตั้งขบวนรอรับพระศพอย่างสมพระเกียรติ คณะครู นักเรียน ศิษย์เก่ายังได้เข้าไปอำนวยความสะดวกให้แก่พุทธศาสนิกชนที่มางานด้วยสำนึกในพระเมตตาที่สมเด็จฯ ท่านทรงมีต่อลูกบวรมาตลอด" ชาญณรงค์ แก้วเล็ก ผอ.ร.ร.วัดบวรนิเวศ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ย้อนบรรยากาศในคืนสิ้นพระชนม์สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19
แม้ ชาญณรงค์ มารับตำแหน่ง ผอ.โรงเรียน ในปี 2554 หลังจากสมเด็จพระสังฆราชทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตั้งแต่ปี 2545 แต่ ชาญณรงค์ ก็สัมผัสได้ถึงความผูกพัน ความกตัญญูกตเวทิตาที่โรงเรียน นักเรียนจากรุ่นสู่รุ่น มีต่อสมเด็จพระสังฆราชมาโดยตลอด เนื่องจากสำนึกในพระเมตตาที่ทรงมีต่อโรงเรียนมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง
มนตรี นัยพร ศิษย์เก่า ร.ร.วัดบวรฯ และลูกศิษย์ก้นกุฏิ ของวัดแห่งนี้ ช่วยย้อนความหลังว่า ในอดีต สมเด็จฯ ซึ่งอุปสมบทเป็นพระที่วัดบวรฯ จะมาสอนวิชาศีลธรรมให้แก่นักเรียนเป็นประจำตั้งแต่ก่อนปี 2500 แม้ในขณะที่ท่านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสในปี 2504 แล้ว ก็ยังคงมาสอนอยู่ จนกระทั่งหลังปี 2507 สมเด็จฯไม่สามารถมาสอนได้อีกอันเนื่องจากพระภารกิจมากมาย
แม้ไม่สามารถมาสอนได้อีก แต่สมเด็จฯ ก็ยังเสด็จมาร่วมในโอกาสพิเศษเป็นประจำ อย่างเช่นงานวันครู สมเด็จฯ จะเสด็จมาให้โอวาทแก่นักเรียนหน้าเสาธงและร่วมเป็นประธานในพิธีไหว้ครูของโรงเรียนด้วย หรืองานวันปีใหม่ของโรงเรียน สมเด็จฯ ก็เสด็จมาให้ศีลให้พรแก่นักเรียนด้วย นอกจากนั้น สมเด็จก็ยังเสด็จมามอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนด้วยพระองค์เอง เป็นทุนการศึกษาที่สมเด็จฯ ทรงก่อตั้งขึ้นโดยอาศัยทุนทรัพย์ของท่านเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
"ปี 2508 ทางโรงเรียนได้ขอให้สมเด็จฯ กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปลี่ยนเครื่องหมายประจำโรงเรียนจากตราพญานาคมาเป็นตรา จปร. หลังจากนั้นนักเรียนที่ขึ้น ม.4 จะได้รับแจกเข็มตรา จปร.เพื่อติดบนเสื้อนักเรียน ซึ่งสมเด็จฯ จะอธิษฐานจิตและเสด็จมาประทานเข็มให้นักเรียนด้วยพระองค์เอง แม้ช่วงหลังไม่ได้เสด็จมาเอง แต่สมเด็จก็ยังอธิษฐานจิตให้ นักเรียนทุกคนจะมีความภาคภูมิใจกับเหรียญนี้มาก" มนตรี กล่าวและว่า สมเด็จฯ มีพระเมตตากับนักเรียนตลอด และยังทรงสร้างคุณูปการแก่โรงเรียนมากมาย ทรงสร้างตึกเรียน “อาคารพระญาณสังวร" ให้โรงเรียนโดยเป็นผู้ออกทุนทรัพย์ในการสร้างทั้งหมดกว่า 90 ล้านบาท ส่วนบางอาคารสมเด็จฯ จะเป็นพ่องานระดมทุนสร้าง และยังทรงควบคุมงานก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ศิษย์เก่าจะเห็นท่านทรงดำเนินมาโรงเรียนในช่วงเย็นๆ เพื่อตรวจตรางานก่อสร้าง ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ทางโรงเรียนจึงขอต่อท้ายชื่อโรงเรียนเป็น ร.ร.วัดบวรนิเวศ ในพระสังฆราชูปถัมภ์"
ลูกบวรฯ ทุกคน จะได้มีโอกาสแสดงกตัญญูกตเวทิตาต่อสมเด็จฯ เพราะโรงเรียนมีธรรมเนียมประเพณีให้นักเรียน ม.1 บวชเป็นสามเณรในเดือนเกิดของสมเด็จฯ หรือเดือนตุลาคม ชาญณรงค์ บอกว่า นักเรียน ม.1 ทุกคนจะบวชเณรให้สมเด็จฯ เพื่อแสดงกตัญญูกตเวทิตาต่อท่าน ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน โดยปีนี้นักเรียน ม.1 ทุกคนก็บวชให้สมเด็จฯ ไปเมื่อ 21 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของท่าน รวม 2 สัปดาห์ ซึ่งโรงเรียนก็จะเก็บรักษาประเพณีนี้ไว้ต่อไป
"ไม่เพียงเท่านั้น คณะครูและนักเรียนได้ตั้งใจจะแต่งกายชุดดำ เพื่อไว้ทุกข์แด่สมเด็จฯ ไปจนกว่าจะสิ้นสุดงานพระราชพิธีในทุกขั้นตอน รวมทั้งจะเข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกในงานสวดพระศพทุกๆ วัน ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการรำลึกในพระเมตตาของพระองค์ และเป็นการร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย" ชาญณรงค์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
......................
(สายใยแห่งกตัญญุตา'ลูกบวร'ส่งเสด็จ'สมเด็จพระสังฆราช' : โดย...สุพินดา ณ มหาไชย)



