
รู้ทัน-ป้องกันโรคปอดบวม
ไลฟ์สไตล์ : รู้ทัน-ป้องกันโรคปอดบวม
จากสถิติกรมควบคุมโรคระบุว่าช่วงมกราคม ถึง สิงหาคมที่ผ่านมา พบผู้ป่วยปอดบวมเกือบแสนรายโดยเฉพาะในผู้ใหญ่วัยเก๋า 65 ปีขึ้นไปและกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ก็มีโอกาสติด “เชื้อนิวโมคอคคัส” สาเหตุหลักของโรคปอดบวมมากกว่าบุคคลทั่วไปอีกด้วย ดังนั้น ในวาระวันที่12 พฤศจิกายนของทุกปีซึ่งเป็น “วันปอดบวมโลก” ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก คริสเตียน มัลเฮอร์บี ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง “รู้ทัน...ป้องกันโรคปอดบวม” พร้อมเชิญ ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ให้ความรู้เรื่อง "เชื้อนิวโมคสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม" ร่วมด้วย คู่แม่ลูกคนดัง เกล็ดดาว-"มัดหมี่" พิมดาว พานิชสมัย ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ เมื่อวันก่อน
ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร กล่าวว่าโรคปอดบวมเป็นเสมือนภัยเงียบที่คนส่วนใหญ่ไม่ทันได้ระวังตัว เนื่องจากอาการระยะเริ่มต้นมีความคล้ายคลึงกับการเป็นไข้หวัด อันที่จริงแล้ว โรคปอดบวมมีความสัมพันธ์อย่างมากกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่จะพบมากในช่วงฤดูฝน และเมื่ออากาศเย็นลง ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปอดบวม หรือหากเชื้อมีความรุนแรงมากอาจลุกลามไปสู่โรคอื่นๆ เช่น โรคเยื่อหุ้ม-สมองอักเสบ โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต และหูชั้นกลางอักเสบ รวมถึงการติดเชื้อในกระแสเลือด นอกจากนี้เชื้อไข้หวัดใหญ่อาจเข้าทำลายเยื่อบุของหลอดลมหรือปอด เป็นเหตุให้เชื้อนิวโมคอคคัสที่อาศัยอยู่ในบริเวณคอหอย และเยื่อบุโพรงจมูกหลุดรอดลงไปในหลอดลมและปอด จนทำให้ปอดบวม ระบบหายใจล้มเหลว และทำให้เสียชีวิตในที่สุด
“นอกจากนี้ยังพบว่าเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสเป็นสาเหตุสำคัญที่คร่าชีวิตคนกว่าหลายล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไปและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี 3 เนื่องจากคนทั้งสองกลุ่มนี้มีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ จึงเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากขึ้น ยังรวมไปถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและโรคเรื้อรังอื่นๆ จากข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี 2542-2543 ของคนไข้อายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อย่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจเรื้อรัง และโรคมะเร็ง จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อนิวโมคอคคัสเพิ่มขึ้น 3.4, 6.4 และ 22.9 เท่าตามลำดับอีกด้วย” ศ.นพ. ธีระพงษ์ กล่าว
สำหรับเชื้อนิวโมคอคคัส นั้น คุณหมออธิบายว่า สามารถติดต่อได้โดยผ่านระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอ จาม และการสัมผัสกับละอองเสมหะของผู้ป่วย แม้ว่าการติดเชื้อสามารถรักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ แต่ปัจจุบันพบว่าเชื้อนิวโมคอคคัสมีการดื้อยาปฏิชีวนะหลายๆ ชนิด ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร รวมถึงอาจส่งผลในเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการรักษาอีกด้วย ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยประชาชนไม่จำกัดวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก ผู้ใหญ่วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันโรคปอดบวมได้
ด้านคู่แม่ลูก เกล็ดดาว- "มัดหมี่" พิมดาว เผยว่า ด้วยหน้าที่ของแม่และภรรยา ทำให้ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวในทุกๆ เรื่อง การช่วยกันดูแลสุขภาพ และเสริมสร้างเกราะป้องกันสุขภาพโดยจะศึกษาข้อมูลก่อนว่าวิธีป้องกันแบบไหนมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ครอบครัวยังเน้นแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่มองข้ามปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เพราะอาจลุกลามใหญ่โตจนเกินแก้ไขได้
"คนส่วนใหญ่มักกังวลถึงโรคปอดบวมในเด็กเล็กมากกว่า แต่ความจริงแล้ว เราทุกคนไม่ว่าจะอยู่ วัยไหนก็ล้วนมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคด้วยกันทั้งนั้น จึงอยากเชิญชวนทุกคนให้ช่วยกันดูแลสมาชิกในครอบครัว ทั้งนี้อยากจะฝากลูกๆ ทุกคนว่า ขณะที่พ่อแม่เป็นห่วงเป็นใยดูแลเรามาโดยตลอด เราเองก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของท่านด้วย อย่าชะล่าใจ โดยเฉพาะกับโรคติดเชื้อ เพราะเราไม่รู้ว่าโรคจะเกิดกับเราเมื่อไหร่” คู่แม่ลูกแสดงความเห็น



