ไลฟ์สไตล์

เมื่อใจมีธรรม...ธรรมก็จะนำทาง

เมื่อใจมีธรรม...ธรรมก็จะนำทาง

17 มิ.ย. 2552

ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเดินทางไปร่วมประชุมพระธรรมทูตในงานสมัชชาสงฆ์ในสหรัฐอเมริกา ดร.สาโรจน์ พรประภา ที่ปรึกษาคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ ‘กำลังใจ’ โครงการในพระดำริของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้มาพบข้าพเจ้าที่เสถียรธรรมสถานเพื่อชวนให้ไปร่วมทำงาน

 โดยเป้าหมายของโครงการคือเพื่อช่วยให้กลุ่มผู้ก้าวพลาดได้รับรู้ว่าสังคมยังให้โอกาส และเอาใจช่วยพวกเขาอยู่ ซึ่งเมื่อพวกเขาได้รับโอกาสแล้วก็จะเรียนรู้การเคารพสิทธิของผู้อื่น ทำให้ช่วยลดการกระทำผิดซ้ำซ้อน เปิดโอกาสให้พวกเขากลับมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพ ส่งผลให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ซึ่งโครงการกำลังใจนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงดำริให้จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 เพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มผู้ต้องขังสตรี กลุ่มเด็กติดผู้ต้องขัง กลุ่มเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด และ กลุ่มผู้ขาดโอกาสอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรม ทรงดำริว่า กิจกรรมต่างๆ จากโครงการกำลังใจ จะช่วยให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้ตระหนักว่ายังมีผู้ที่เต็มใจจะให้โอกาส และเอาใจช่วยให้พวกเขาสามารถเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการกลับเข้าสู่สังคมได้ ฉะนั้น ทันทีที่กลับถึงประเทศไทยเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 13 มิถุนายน วันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าก็ได้เดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทันที

 เวลาประมาณ 15.43 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จถึงเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทรงเป็นประธานกิจกรรม ‘เมื่อใจนำทาง’ หนึ่งในกิจกรรมของโครงการกำลังใจ โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ ดร. สาโรจน์ พรประภา ที่ปรึกษาคณะกรรมการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหล่าข้าราชการและผู้บริหารและศิลปินจาก บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เฝ้ารับเสด็จ

 ช่วงหนึ่งทรงทอดพระเนตรการแสดงของกลุ่มศิลปินที่ได้นำเสนอบทเพลง ‘ใจนำทาง’ ซึ่งเป็นบทเพลงที่ได้ประทานสำหรับเป็นสื่อกลางในการสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ที่ดำเนินชีวิตพลั้งพลาด โดยบทเพลงนี้ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นกิจกรรมในการให้กำลังใจแก่ผู้ต้องขัง โดยบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมจัดทำบทเพลงพิเศษ ‘ใจนำทาง’ เพลงประจำโครงการ เพื่อเป็นเสมือนสื่อกลาง ในการสร้างกำลังใจ และช่วยเหลือผู้ต้องการโอกาสในสังคม ซึ่งประพันธ์เนื้อร้องโดย นายสุทธิพงษ์ สมบัติจินดา ประพันธ์ทำนองและเรียบเรียงโดย นายสราวุธ เลิศปัญญานุช และขับร้องโดย "ปาน" ธนพร แวกประยูร 

 “คืนที่บนฟ้านั้นมืดสนิท ในชั่วโมงที่ชีวิตไม่เห็น ไม่เหลือ ไม่มีทางไหนสักทาง ทุกทิศในใจไร้แสงสว่าง เธอเหลือแค่เพียงเท่านั้น...แค่ลมหายใจ

 ยอมหยุดเอาไว้เพื่อก้าวไปต่อ เธอจะถอย เธอจะท้อ หรือพร้อมและสู้เพื่อจุดความหวังขึ้นใหม่ ถึงไร้ดวงดาว ถึงมืดเท่าไหร่ ไม่อาจจะดับไฟฝันในใจที่พาเธอก้าวข้ามคืนนี้ไป ดื่มดวงตะวันที่ทอแสงงาม

 ชีวิตต้องอยู่เพื่อวันพรุ่งนี้ ชีวิตต้องผ่านนาทีร้ายๆ เพื่อให้เราเข้าใจความหมายของคำหนึ่งนั่นคือศรัทธา สิ่งที่ยากที่สุด มันจะยากที่สุดเมื่อเราหยุดไขว่คว้า มืดเพียงใดแค่สายตา ถ้าหัวใจมีไฟนำทาง

 แพ้...ไม่ใช่สิ่งที่แย่ที่สุด แต่ว่าใจที่ชำรุด ต้องพร้อมต้องสู้เพื่อจุดความหวังขึ้นใหม่ ยิ่งเชื่อตัวเอง ยิ่งเชื่อเท่าไหร่ ยิ่งเท่ากับก่อไฟฝันในใจ เพื่อส่องให้เห็นหนทางให้ไปก่อนดวงตะวันจะทอแสงงาม

 ชีวิตต้องอยู่เพื่อวันพรุ่งนี้ ชีวิตต้องผ่านนาทีร้ายๆ เพื่อให้เราเข้าใจความหมายของคำหนึ่งนั่นคือศรัทธา สิ่งที่ยากที่สุด มันจะยากที่สุดเมื่อเราหยุดไขว่คว้า มืดเพียงใดแค่สายตา ถ้าหัวใจมีไฟนำทาง

 ต้องเจอสักทาง จะเลือนจะรางสักเท่าไร ทุกประตูที่ความมืดมนได้ปิดไว้ เปิดได้ด้วยใจของเธอ”
 พร้อมกับเพลงที่สนุกสนานซึ่ง "ปาน" ธนพร ได้ร่วมร้องกับ กุ้ง สุทธิราช อุสุภะ
 หลังจากนั้น ข้าพเจ้าก็ได้นำภาวนาเพื่อยุติความรุนแรงที่ใจ ด้วยบทเพลง ‘ดั่งดอกไม้บาน’ และแสดงธรรมเรื่องผลึกเกลือ ว่า เมื่อชีวิตเกิดมีผลึกเกลือขึ้น สิ่งที่ทำได้คือหมั่นเติมน้ำดี ให้ความเค็มของเกลือค่อย ๆ จางลง ๆ...จนความเค็มของเกลือนั้นไม่มีอิทธิพลต่อชีวิตของเรา ไม่มีที่ใดที่เราทำความดีไม่ได้ โปรดจงเร่งทำความดี ทำกุศลให้เกิดขึ้นในชีวิต และน้อมนำธรรมะเข้ามาในชีวิต เมื่อใจมีธรรม ธรรมก็จะนำทาง และเมื่อชีวิตมีใจ (ซึ่งมีธรรมะ) นำทาง ก็จะสามารถยุติความรุนแรงได้อย่างแน่นอน จากนั้น ข้าพเจ้าก็ได้เชิญชวนผู้ต้องขังทุกคนร่วมถวายกำลังใจในการทำงานแด่พระองค์ท่าน

 สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นจะสำเร็จลงไม่ได้หากไม่มีความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคน รวมทั้งข้าราชการทุกฝ่ายที่มาทำกุศลร่วมกัน จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อใดมีความสุข...เมื่อนั้นคือกุศล โดยแท้

 บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความเบิกบาน เหล่าผู้ต้องขังได้รับความสุขเมื่อใจมีธรรม ธรรมก็จะนำทางถ้วนหน้า กล่าวได้ว่า การเสด็จของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา นั้น พระองค์ทรงนำความสุขมาให้ราษฎรของพระองค์จนล้นใจ ด้วยว่าบนทุกใบหน้ามีรอยยิ้มประดับ ในขณะที่ดวงตาสุกใส ข้าพเจ้ามั่นใจเหลือเกินว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้จะคงอยู่ในความรู้สึกของทุกคนอย่างไม่รู้ลืม

 และจะประทับ ‘กำลังใจ’ จากพระองค์ท่านไว้ในหัวใจ...ตราบนานเท่านาน 

"แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต"