
สพฐ.สั่งร.ร.ฟังคำแนะนำสธ.ก่อนปิด
นายกฯยันไม่ปกปิดตัวเลขผู้ติดหวัดชี้ไม่มีประโยชน์ สธ.เตรียมเปิดตัวเลขผู้ป่วยหวัดวันละ1ครั้ง อนามัยโลกแจ้งมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มเป็นเกือบ 36,000 ตาย 163 หวั่นชาติยากจนรับมือไม่ไหว อธิบการบดีมช.เผยมีนร.สาธิตส่อติดหวัดเพิ่ม สุขุมพันธุ์ไม่เห็น
(16มิ.ย.) องค์การอนามัยโลกหรือ ดับเบิลยูเอชโอ แถลงเมื่อวานว่า ยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 เพิ่มขึ้นเป็น 35,928 คนใน 76 ประเทศทั่วโลกแล้วนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในปลายเดือนมีนาคม โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทั่วโลกราว 5,834 คนจากเมื่อวันศุกร์ ซึ่งสหรัฐมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากที่สุด 4,638 คน อังกฤษเพิ่มอีก 404 คนและออสเตรเลียเพิ่มอีก 221 คน
นอกจากนี้ WHO ระบุว่าในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดทั่วโลกนี้ มีผู้เสียชีวิต 163 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นหลังจากมีการยืนยันผู้เสียชีวิตเพิ่ม 18 คนจากสหรัฐ โดยยังไม่รวมผู้เสียชีวิตรายแรกในอังกฤษ และตัวเลขผู้เสียชีวิตรายล่าสุดในสหรัฐและอาร์เจนตินา
ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่า รัฐมินเนโซตาของสหรัฐยืนยันมีผู้เสียชีวิตเพิ่มรายล่าสุดเป็นเด็กทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 46 คน ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วสหรัฐที่รวบรวมล่าสุดเมื่อวันศุกร์ยังอยู่ที่ 17,855 คน นอกจากนี้อาร์เจนตินาแจ้งเมื่อวานว่ามีผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นเด็กทารกวัย 3 เดือน
ส่วนจอร์แดนแจ้งเมื่อวานว่ามีผู้ติดเชื้อสองรายแรกของประเทศเป็นเด็กหญิงสองคนที่เพิ่งกลับจากการเดินทางไปต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษรายงานว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1,320 คนแล้ว หลังมีผู้เสียชีวิตรายแรก
อนามัยโลกหวั่นชาติยากจนรับมือไม่ไหว
นางมาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวเตือนในการประชุมสาธารณสุขโลกที่จัดโดยสหประชาชาติเมื่อวันจันทร์ว่า สถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพียงอย่างเดียวก็อาจทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศกำลังพัฒนา ปั่นป่วนจนรับมือไม่ไหว โดยชาติเหล่านี้จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และใช้เวลายาวนาที่สุดในการฟื้นตัว และโลกมีการเตรียมพร้อมอย่างที่สุดแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเพื่อรับมือกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ครั้งนี้ แต่ความพร้อมและความสามารถในการรับมือยังจำกัดอยู่ในเฉพาะประเทศร่ำรวย ขณะที่ชาติยากจนแทบจะมีแต่มือเปล่าเพื่อบรรเทาการระบาดของโรค
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากดับเบิลยูเอชโอเพิ่งประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็นขั้นสูงสุด ซึ่งหมายถึงมีการระบาดไปทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อังกฤษลามถึงร.ร.นายร้อยแซนด์เฮิร์สต์และท็อปช็อป
เว็บไซท์ของแท็บลอยด์ เดอะซัน รายงานว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้แพร่ระบาดเข้าไปถึงโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ และร้านจำหน่ายแบรนด์ค้าปลีกยี่ห้อดังท็อปช็อปในสหราชอาณาจักรแล้ว หลังจากครูฝึกของโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์ตส์คนหนึ่ง กับพนักงานของร้านจำหน่ายเสื้อผ้าท็อปช็อป ที่ย่านถนนอ็อกซ์ฟอร์ด ในกรุงลอนดอน ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะร้านท็อปช็อปนั้น มีลูกค้าแวะเวียนเข้าไปถึงสัปดาห์ละ 2 แสนคน
รายงานระบุว่า มีนักเรียนนายร้อยของแซนด์เฮิร์สต์ ประมาณ 10 นาย ที่แสดงอาการคล้ายผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หลังการทดสอบเมื่อคืนที่ผ่านมา ถ้ามีการยืนยันการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ก็แสดงว่าได้เกิดการระบาดที่น่าวิตกที่สถาบันทหารอันทรงเกียรติแห่งนี้ และอาจทำให้ต้องปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกัน ก็เกิดความวิตกว่า ไวรัสอาจแพร่ระบาดสู่ชุมชนในย่านเบิร์กไชร์ หลังจากมีคนประมาณ 2 พันคน ไปร่วมงานประจำปีเนื่องในวัน เฮอริเทจ เดย์ ที่สถาบันแห่งนี้เมื่อวันอาทิตย์ สำหรับทหารที่ป่วย ทำงานอยู่ฝ่ายพลาธิการ รับผิดชอบด้านอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้ต้องติดต่อกับนักศึกษามากถึง 750 คน
ทหารนายนี้ ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เมื่อวันศุกร์ หลังจากมีอาการป่วยมานานหนึ่งสัปดาห์ และถูกตัวดูอาการอยู่ในบ้านพักโดยทันที แต่แหล่งข่าวในแซนด์เฮิร์สต์ ระบุว่าทางการรู้เรื่องการนี้ก่อนถึงวันเฮอร์ริเทจ แต่กลับตัดสินใจจัดงานต่อไป และถ้ามีคนติดเชื้อเพราะกรณีนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างยิ่ง มีรายงานด้วยว่า โรงเรียนอีตัน ซึ่งอยู่ที่เบิร์กไชร์ ได้ปิดการเรียนการสอนชั่วคราว หลังจากพบว่า มีนักเรียนป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1 คน
สำหรับท็อปช็อป ผู้บริหารได้บอกให้พนักงานทุกคนในร้านในลอนดอนว่า ถ้าพวกเขามีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ก็ควรกลับบ้านทันทีและไม่ควรมาทำงาน
อธิบการบดีมช.เผยมีนร.สาธิตส่อติดหวัดเพิ่ม
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2552 ที่ห้องรับรองพิเศษ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) นพ. มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและพบปะกับผู้บริหาร มช.โดยมี ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดี มช. รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต คณบดี คณะแพทยศาสตร์ มช. และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
อธิบดีกรมควบคุมโรคได้มอบสื่อสุขศึกษาประชาสัมพันธ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ H1 N1 ให้ผู้บริหาร มช. ประกอบด้วย แผ่นพับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จำนวน 2,00 แผ่น แผ่นพับคำถาม - ตอบโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 600 แผ่น โปสเตอร์ 100 แผ่น ชุดหน้ากากอนามัย 500 ชุด แผ่นใบปลิว Health beware card 1,000 ชุด
ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ขณะพบนักเรียนของโรงเรียนสาธิต มช. มีอาการป่วยเป็นไข้ เด็กนักเรียนคนดังกล่าวเป็น 1 ใน 9 คน ซึ่งเป็นญาติของนักศึกษาหญิง ภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มช.ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังเดินทางกลับจากไปโครงการ Work and travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทั้ง 9 คนเดินทางไปรับนักศึกษาหญิงที่ติดเชื้อคนแรกที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ สำหรับญาติที่เหลืออยู่ระหว่างเฝ้าดูอาการแต่ทั้งหมดไม่ใช่นักศึกษาหรือบุคคลกรของ มช.
ผู้บริหาร มช.และโรงเรียนได้แจ้งให้เด็กที่ป่วยกลับไปพักรักษาตัวและดูอาการที่บ้านแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หากไม่ดีขึ้นภายใน 2 วันให้รับกลับมาพบแพทย์ ส่วนอาการเบื้องต้นยังไม่หนักแต่เพื่อความปลอดภัยอาจารย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านแทน ขณะเดียวกันในวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย.นี้ จะมีการทำความสะอาดโรงเรียนสาธิต มช.
ส่วนอาการของนักศึกษา ภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มช.ที่ติดเชื้อ H1 N1 ล่าสุดอาการดีขึ้นตามลำดับ คาดว่าอีก 3 วัน แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่วนเพื่อนอีก 3 คนที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน อีก 3 วันจะทราบผลตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่
ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับนักศึกษาที่ไปโครงการ Work and travel ในต่างประเทศกว่า 1,000 คน และกำลังทะยอยกลับมาในช่วงเปิดภาคเรียน เบื้องต้นภายสัปดาห์นี้จะเดินทางกลับมาประมาณ 100 คน มช.ได้แจ้งให้ทั้งหมดรายงานตัวและให้พักอยู่ที่บ้านก่อน
“สุขุมพันธุ์”ไม่เห็นด้วยปกปิดตัวเลขผู้ป่วย
วันนี้ เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้นำทีมแพทย์มาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ให้กับคณะผู้บริหาร นำโดย มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และข้าราชการ ลูกจ้างกทม. หลังจากที่เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดในพื้นที่กทม.
โดยเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย เปิดเผยว่า วัคซีนที่นำมาฉีดให้กับทางคณะผู้บริหารดังกล่าวนั้น เป็นวัคซีนที่ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ซึ่งตามหลักการแล้ว ถือว่า เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากผู้บริหารกทม. ต้องเข้าไปในพื้นที่ที่พบการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
นอกจากนั้นแล้ว คณะผู้บริหารชุดนี้ ล้วนเป็นผู้ที่ถือว่า มีอายุมาก ซึ่งมีความความเป็นไปได้ ที่จะติดเชื้อไข้หวัดดังกล่าวได้ง่าย
ทั้งนี้ มีรายงานจากสำนักอนามัยแจ้งด้วยว่า ขณะนี้ ทางสำนักอนามัย(สนอ.) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กทม. ทำงานประสานไปยังบุคคล ที่อยู่ในข่ายที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป และเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด ให้เข้ามาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่า โรคหวัดดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีความรุนแรง มากไปกว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม.ว่า ที่ประชุมได้หารือ ถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และมีความกังวลต่อแนวโน้มของโรค ที่ขณะนี้ มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่ง กทม.จะเดินหน้าต่อไป ในการป้องกันและเฝ้าระวัง รวมทั้งให้ข้อมูลในการปฏิบัติตัว เพื่อป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว โดย กทม.ได้ทำหนังสือถึงเจ้าของ และผู้บริหารตลาดเอกชน ทั้ง 400 กว่าแห่งทั่ว กทม. เพื่อขอให้ทำความสะอาดตลาด
ทั้งนี้ หากเจ้าของอยากได้ข้อมูล ในเรื่องของการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี สนอ.พร้อมอำนวยความสะดวก โดยทำความสะอาดตามหลักวิชาการ พร้อมกันนี้ เขายังได้กำชับเพิ่มเติม ไปยัง ผอ.โรงเรียนในสังกัด กทม.ให้เฝ้าระวังและดูแลเด็กอย่างเต็มที่ แม้ว่า จะยังไม่มีเด็กนักเรียนในสังกัด กทม.ป่วยก็ตาม
มรว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข ขอความร่วมมือ ในการไม่เปิดเผยจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกนั้น โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่า การเปิดเผยข้อมูล จะเป็นวิธีที่ทำให้ประชาชน หันมาทำการป้องกัน และเฝ้าระวังที่ดีที่สุด หน่วยงานภาครัฐ จึงจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูล ไม่ควรปกปิดเด็ดขาด
ด้าน พญ.มาลินี กล่าวว่า แม้ว่า ขณะนี้ จะมีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่อัตราการตายยังไม่มี เพราะว่า กทม.ป้องกันตั้งแต่นาทีแรกที่ทราบเรื่อง และเฝ้าระวังอย่างกระชั้นชิด และในวันนี้(16 มิ.ย.) เวลา 16.00 น. มรว.สุขุมพันธุ์ จะเดินทางไปที่ รพ.กลาง เพื่อกำชับโรงพยาบาลในสังกัดให้เฝ้าระวัง หากพบผู้ป่วยอย่าประมาทและรักษาให้ดีที่สุด
นายกฯยันไม่ปกปิดชี้ไม่มีประโยชน์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นว่า ได้สอบถามจากกับนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ถึงกระแสข่าวที่จะไม่มีการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อ ซึ่งนายวิทยา ยังยืนยันว่า จะปฏิบัติเหมือนเดิม เพียงแต่เราจะรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อได้เฉพาะที่ได้รับการยืนยันจากแพทย์ เราก็ทำเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งบางประเทศก็ประสบปัญหาไม่สามารถรายงานตัวเลขได้ครบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางกลับกัน การรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก จะทำความเข้าใจอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง ถ้าเราไปปกปิด คงไม่เกิดประโยชน์ จะได้รู้สถานการณ์ว่า มีความหนักเบาอย่างไร ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุข ต้องรายงานอย่างตรงไปตรงมา เพราะเราต้องสื่อสารให้ประชาชน ที่เป็นผู้รับสารเข้าใจ อีกทั้งผู้ที่รับข่าวสาร ก็ต้องรู้ว่า ความหนักเบาของโรคในขณะนี้อยู่ในขั้นใด
เมื่อถามว่า จะมีการปรับระดับความเข้ม ของการแพร่ระบาด ถึงขั้นต้องปิดพรมแดนชั่วคราวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีข้อเสนอใด ที่จะให้มีการจำกัดการเดินทาง
สธ.เตรียมเปิดตัวเลขผู้ป่วยหวัดวันละ1ครั้ง
ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯหลายจังหวัด ดังนั้นเพื่อให้ข้อมูลตัวเลขผู้ป่วยแก่สื่อมวลชน กระทรวงสาธารณสุขจะให้ข้อมูลเผยแพร่ประชาสัมพันธ์วันละ 1 ครั้ง โดยทุกจังหวัดหากพบผู้ป่วยให้รายงานไปที่สำนักระบาดวิทยาก่อนทุกวันเพื่อให้ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
หลังจากนั้นจังหวัดสามารถให้ข้อมูลสื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์การควบคุมโรค หรือมาตรการที่ดำเนินการในแต่ละจังหวัด และ ขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เน้นการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจการป้องกันตัวเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ และการปฏิบัติตัวหลังติดเชื้อด้วย
สำหรับประชาชนทั่วไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่สนใจ สามารถติดตามสถานการณ์ของโรค มาตรการการเฝ้าระวัง และคำแนะนำต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข ที่ www.moph.go.th หรือขอรับคำปรึกษาได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 02 590 3333 และ 02 590 1994 ตลอด 24 ชั่วโมง
สธ.อบรมแพทย์พยาบาลรับมือหวัด
ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพมหานคร นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการอบรมแพทย์ พยาบาล เรื่อง “แนวทางการวินิจฉัย ดูแลรักษา การให้ยาต้านไวรัสผู้ป่วย กรณีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 (Intensive course on case management for Influenza A/H1N1/2009)” เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ พัฒนางานให้พร้อมรับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ โรงพยาบาลสังกัดต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน
สพฐ.สั่งร.ร.ฟังคำแนะนำสธ.ก่อนปิด
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ร.ร.ในกทม.เริ่มมีปัญหาประกาศหยุดเรียนโดยไม่มีความจำเป็น อย่างเช่น โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริยาราม ประกาศหยุดเรียน 3 วัน ทั้งที่ยังไม่พบนักเรียนติดเชื้อหรือตกสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่2009 อย่างไรก็ดี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำชับไปแล้วว่า ให้ร.ร.ประสานกับสาธารณสุขในพื้นที่ก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ หรือตัดสินใจปิดเรียน ซึ่งสำหรับร.ร.ในต่างจังหวัดนั้น ไม่ค่อยมีปัญหา ร.ร.จะประสานให้สาธารณสุขจังหวัดเข้ามาตรวจสอบและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แต่ ร.ร.ในกทม.บางแห่ง ไม่ได้ประสานงานกับสาธารณสุขก่อนกลับตัดสินใจประกาศปิดเรียนโดยพลการ
“ดิฉันจะหารือกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กทม. ทั้ง 3 เขต ชี้แจงกับ ร.ร.ในกทม. ขอให้ไม่ประกาศปิดเรียนโดยพลการ ต้องหารือกับสาธารณสุขก่อน ถ้ามีความจำเป็นจึงค่อยประกาศหยุดเรียน เพราะ ร.ร.ในกทม.บางแห่ง แค่พบนักเรียนป่วยเป็นไข้ ก็ประกาศหยุดเรียนเป็นสัปดาห์ ถือว่า เกินความจำเป็น ทั้งที่การหยุดเรียนส่งกระทบต่อการเรียนการสอน แต่ก็เข้าใจบางร.ร. อาจอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกผู้ปกครองกดดันให้ปิดเรียน “ คุณหญิงกษมา กล่าว และว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่า ร.ร.ในจังหวัดนครปฐม นนทบุรี และลพบุรี รายงานว่ามีเด็กติดเชื้อหวัดใหญ่2009 ด้วย
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ให้สาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักพิจารณาว่า ร.ร.ควรปิดเรียนหรือไม่ หากร.ร.สงสัยว่า นักเรียนของตัวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือไม่ ให้ปรึกษาสาธารณสุขในพื้นที่
“วันนี้ ได้รับรายงานจากปลัด ศธ. ว่า ปิดร.ร.ไปแล้ว 15 แห่ง ไม่อยากให้มองเป็นภาพน่ากลัว เพราะร.ร.ในสังกัดมีเกือบ 40,000 โรง อย่างไรก็ตาม ได้ให้นโยบายไปว่า ร.ร.ที่ปิดต้องสอนเสริมให้เด็กในภายหลังด้วย “ รมว.ศธ. กล่าว
สำหรับข้อมูลการปิดสถานศึกษา ดังนี้ โรงเรียนเซ็นต์คาเบรียล ปิด 12-18 มิ.ย. พบเด็กติดเชื้อ 37 ราย โรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์ ปิด 12-18 มิ.ย. ติดเชื้อ 2 ราย โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ปิด 15-19 มิ.ย. ติดเชื้อ 17 ราย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปิด 12-18 มิ.ย. ติดเชื้อ 1 ราย โรงเรียนวัดฉาง ปิด 15-17 มิ.ย. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศสตรีวิทยา พุทธมณฑล ปิด 15-17 มิ.ย. โรงเรียนสวนกุหลาบ ปิด 15-17 มิ.ย. ติดเชื้อ 2 ราย โรงเรียนราชวินิต (ประถม) ปิด 15-17 มิ.ย. โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ปิด 15-21 มิ.ย. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ปิด 15-17 มิ.ย. ติดเชื้อ 1 ราย โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ปิด 15-17 มิ.ย. ติดเชื้อ 1 ราย ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว ปิด 16-18 มิ.ย.ติดเชื้อ 2 ราย โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริยาราม ปิด 16-18 มิ.ย. โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พบเด็กติดเชื้อ 4 ราย ปิดตั้งแต่วันที่ 16-23 มิ.ย. โรงเรียนกสินธร เซ็นต์ปีเตอร์ พบเด็กติดเชื้อ 1 ราย ปิด 16-19 มิ.ย. และ นอกจากนั้น ยังรอการยืนยันข้อมูลจากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 และโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ



