
ต่อสู้โรคไต ให้ใจมีสุข
ไลฟ์สไตล์ : ต่อสู้โรคไต ให้ใจมีสุข
อาการไตวายเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่คนไทยเป็นกันมาก ซึ่งผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายกลับมาเหมือนเดิม แต่ผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาและเรียนรู้ที่อยู่กับโรคนี้อย่างมีความสุขได้หากใจไม่ท้อ เหตุนี้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) สาขาพร้อมมิตร และสาขาเจริญกรุง จึงได้จัดงานสัมมนา “เป็นโรคไต...แต่ใจยังอยู่” ขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกันและรักษาอย่างถูกวิธี ภายในศูนย์บริการล้างไตทางช่องท้อง โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ สาขาเจริญกรุง เมื่อเร็วๆ นี้
พญ.ปิยะธิดา จึงสมาน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและการบำบัดทดแทนไต กล่าวว่า โรคไตวายเรื้อรัง แบ่งอาการเป็น 5 ระยะ โดยระยะที่ 1-2 เป็นระยะที่ปลอดภัย สามารถรักษาให้หายขาดได้ ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากสาเหตุ เป็นนิ่วในไต หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบ แต่ถ้าไม่รีบรักษา อาการจะลุกลามไปถึงระยะที่ 3-4-5 ซึ่งถือว่าเป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้ว มีค่าการทำงานของไตต่ำกว่า 60% ส่วนใหญ่มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ผอมลง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ตัวซีด สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง มักจะเฝ้าระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว จะมีโอกาสพบก่อนว่าตัวเองเป็นโรคไตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็จะสามารถรักษาได้ก่อน
“สำหรับโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ไม่สามารถรักษาให้หายกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่สามารถชะลออาการไม่ให้ทรุด และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบได้ แต่ปัญหาของผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็คือ เมื่อทราบว่าตัวเองป่วยมักมีอาการผิดหวัง เศร้าใจ และท้อแท้กับชีวิต ดังนั้น กำลังใจจึงเป็นส่วนสำคัญช่วยผลักดันให้ผู้ป่วยผ่านพ้นจุดเลวร้ายไปได้ การรับประทานอาหารดี และมีประโยชน์ ถูกหลักโภชนาการ ร่วมกับการรักษาบำบัดทดแทนไตอย่างถูกต้อง จะช่วยยืดระยะเวลาการทำงานของไตได้ยาวนานขึ้น ซึ่งมีหลายวิธี ได้แก่ การล้างไตทางช่องท้อง (มีทั้งแบบล้างไตด้วยตนเองวันละ 4 ครั้ง และล้างด้วยเครื่องอัตโนมัติวันละ1 ครั้ง) การฟอกเลือด รวมถึงการปลูกถ่ายไตหากผู้ป่วยดูแลตนเองดีๆ ก็สามารถมีชีวิตยืนยาวและทำงานได้เหมือนคนปกติ” พญ.ปิยะธิดา กล่าว



